เบื้องหลังงานสร้าง Piper แอนิเมชั่นสุดละมุน ความยาว 6 นาทีที่ใช้เวลาสร้างนานถึง 3 ปี!

เบื้องหลังงานสร้าง Piper แอนิเมชั่นสุดละมุน
ความยาว 6
นาทีที่ใช้เวลาสร้างนานถึง 3 ปี!

 

โดย Aye, Ms. You

 

 

Piper แอนิเมชั่นขนาดสั้นฉายปะหน้า Finding Dory เป็นอีกหนึ่งลายเซ็นที่สะท้อนธรรมเนียมเด่นของพิกซาร์ที่มักฉายแอนิเมชั่นขนาดสั้นให้ชมก่อนที่จะเข้าสู่แอนิเมชั่นเรื่องยาว และแม้เอนิเมชั่นเรื่องล่าสุดนี้จะมีความยาวฉายจริงเพียง 6 นาที ทว่า อลัน บาริลลาโร่ ผู้กำกับและทีมงานนั้นใช้เวลากว่า 3 ปีในการปั้นเจ้านกน้อยชายฝั่งทะเลขึ้นมา และเปลี่ยนโลกของชายฝั่งทะเลธรรมดาให้กลายเป็นโลกที่สุดแสนละมุน อบอุ่นและพิถีพิถันที่สุดเท่าที่เคยเห็นเลยทีเดียว

Piper เล่าเรื่องของลูกนกชายฝั่งทะเลตัวหนึ่งที่ต้องหัดเติบโตและเรียนรู้ที่จะหาอาหารประทังชีวิตตัวเอง ซึ่งนั่นรวมไปถึงการเดินทางพบเจอเพื่อนใหม่ด้วย จุดเริ่มต้นของแอนิเมชั่นเรื่องนี้มาจากภาพที่ผกก.บาริลโร่เห็นในทุกเช้าเวลาที่เขาไปวิ่งบริเวณชายฝั่ง ซึ่งมันก็คือภาพของเจ้านกทะเลทั้งหลายนั่นเอง และเมื่อได้รับการสนับสนุนจากทั้ง แอนดรูว์ สแตนตัน ผกก. Finding Dory และ จอห์น ลาสเซ็ตเตอร์ ผู้อำนวยการ Pixar บาริลลาโร่ ก็ลงมือทำภาพที่เขาเห็นให้กลายเป็นเรื่องราวสุดประทับใจทันที พร้อมกับใช้เทคโนโลยีที่ยากและมีความเสี่ยงสูงอย่างมากในการสร้างผลงานชิ้นนี้

“เราต้องใช้เทคโนโลยีแบบใหม่เพื่อจัดการเรื่องขนนก” บาริลลาโร่พูดถึงเทคโนโลยีในการสร้างภาพแบบใหม่ที่พิกซาร์คิดค้นขึ้น ซึ่งเคยใช้ในการสร้างภาพเปลวไฟ และผมอันหยิกหยอยของ เมริด้า ใน Brave และเมื่อเขาได้ศึกษาการเคลื่อนไหวของนกมากขึ้น เขาก็พบว่าความน่าสนใจของเจ้านกทั้งหลายนั้นอยู่ที่การสร้าง “ขนนก”นั่นเอง

 

 

ในการสร้าง Piper นั้น ผกก.และทีมงานต้องออกทริปแต่เช้าตรู่เพื่อศึกษาสภาพความเป็นอยู่ของบรรดานกชายฝั่งทะเลถึง 4 ทริป ซึ่งการเดินทางนั้นรวมไปถึงหาด Muir ที่ปกคลุมด้วยหมอกในยามเช้าด้วย ที่นั่น บาริลลาโร่ได้พบ “ตัวละครใหม่” อย่างเจ้าปูกระดองส้มที่จะกลายมาเป็นเพื่อนของเจ้านกน้อยในแอนิเมชั่น ซึ่งการได้เห็นสัตว์ตามธรรมชาตินั้น ทำให้เขาได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เรื่องราวย่างแท้จริง

แม้ว่าบรรดาสัตว์น้ำสีสันสดใสใน Finding Dory จะมีท่าทางเลียนแบบมนุษย์ แต่สำหรับ Piper นั้นกลับไม่ใช่เลย เพราะเขาบอกให้ทีมงานหลีกเลี่ยงการสร้างการแสดงออกของตัวละครที่ดูเหมือนท่าทางของมนุษย์ และให้พวกเขาพยายามหาการเคลื่อนไหวที่จะ “เล่า” ถึงตัวละครได้โดยที่ไม่อาศัยท่าทางแบบมนุษย์ด้วย ทำให้ บาริลลาโร่ ต้องเดินทางตามฝูงนกทั้งหลายไปที่ต่างๆ อาทิ ชายฝั่งแคลิฟอร์เนีย, กรงนกยักษ์ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมอนเทอเรย์เบย์ เพื่อทำให้แน่ใจว่ารายละเอียดที่เขากำลังจะสื่อสารออกไปนั้นถูกต้องทุกประการ ซึ่งขั้นตอนการค้นคว้าและวิจัยนี้นั้นกินเวลานานหลายเดือนทีเดียว

 

 

และเพื่อให้ตัวละครออกมาสมจริงมากกว่าภาพร่างสเก็ตช์ที่เหมือนการ์ตูนนั้น บาริลลาโร่อาศัยการทำภาพที่ให้อารมณ์เหมือนกับสารคดีธรรมชาติลงไปด้วย โดยมีแนวคิดหลักคือ “ความสมจริง” นั่นเอง ทำให้ Piper นั้นเป็นอีกโปรเจกต์หนึ่งที่พัฒนาการสร้างสรรค์ผลงานของพิกซาร์และยังเป็นการพัฒนาฝีมือของบุคลากรภายในเช่นกัน และสำหรับ Piper นั้นยังเป็นแอนิเมชั่นอีกหนึ่งเรื่องที่ “ไร้บทพูด” มีเพียงเสียงร้องของเจ้านกน้อยที่สื่อความหมายบางอย่างเท่านั้น ซึ่งคล้ายกับ Wall - E แอนิเมชั่นขนาดยาวที่ทั้งเรื่องนั้นไม่มีบทพูดเลยนั่นเอง

จากกระบวนการและขั้นตอนสุดประณีตที่ค่อยๆเนรมิตเจ้านกน้อยขึ้นมาจากศูนย์ สู่แอนิเมชั่นขนาดสั้นที่สร้างความประทับใจและความชุ่มชื่นในหัวใจให้กับคอหนังทุกวัยทั่วโลก ไม่แปลกใจเลยว่า Piper อาจมีสิทธิ์ได้เข้าชิงรางวัลบนเวทีออสการ์ในสาขา แอนิเมชั่นขนาดสั้นยอดเยี่ยมแน่นอน

 

แอนิเมชั่นขนาดสั้น Piper จะฉายปะหน้า Finding Dory “ผจญภัยดอรี่ขี้ลืม” ... ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

 

 

ที่มา Vanity Fair

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram