คืนนี้จงระวัง!!! ชายหลังค่อมและเสียงผิวปาก ปรากฎการณ์ความหลอนมาเยือน The Conjuring2

 

 คืนนี้จงระวัง!!! ชายหลังค่อมและเสียงผิวปาก
ปรากฎการณ์ความหลอนมาเยือน The Conjuring2  

 

 

บางครั้งสิ่งที่ดูไร้พิษภัยในวัยเด็กอย่างเช่นกระดานผีถ้วยแก้วหรือเพลงสำหรับเด็กก็อาจกลายเป็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวและชวนหลอนที่สุดในหนัง ใน “The Conjuring 2” เรื่องราวส่วนเล็กๆ ในตอนแรกที่แจเน็ต ฮอดจ์สันใช้เครื่องโซอีโทรพ (zoetrope - เครื่องเล่นทรงกระบอกที่เขียนภาพไว้ภายใน เมื่อหมุนแล้วจะเห็นเป็นภาพเคลื่อนไหว) ซึ่งเล่นเพลงยุคศตวรรษที่ 19 เพื่อช่วยให้บิลลีพูดคล่องขึ้นแต่ของเล่นนี้กลับกลายเป็นองค์ประกอบที่คุกคามและสยองขวัญยิ่งกว่าเดิมมากเมื่อผู้ทำหนังตัดสินใจสร้างให้มันมีชีวิตขึ้นมา

 “เมื่อเวลาผ่านไป เราจะรู้สึกว่าปีศาจในบ้านหลังนั้นจะใช้พลังอะไรก็ตามที่มีอยู่เพื่อขู่ขวัญครอบครัวนี้ให้ได้” โคแวนกล่าว “เจมส์คิดว่าวิธีหนึ่งที่ได้ผลเป็นพิเศษก็คือการทำให้ตัวละครตัวเล็กๆ ในโซอีโทรพมีชีวิตขึ้นมา...กลายเป็นชายหลังค่อมสูงหกฟุต” แต่เขาไม่ใช่ผลลัพธ์จากการสร้างสรรค์อันบริสุทธิ์ตามจินตนาการของเด็ก

เช่นเดียวกันกับบิลล์ วิลคินส์ วัย 72 ปี ผู้เคยอยู่อาศัยที่บ้านฮอดจ์สัน เมื่อเขาเสียชีวิตลง ดูเหมือนว่าดวงวิญญาณของเขา...ไม่อาจ...ไปสู่สุคติได้ เขาไม่เพียงยึดเก้าอี้ตัวโปรดไว้แต่ยังเข้ายึดครองจิตใจของแจเน็ตด้วย ทว่าบิลล์ก็คล้ายจะถูกบงการจากบางสิ่งที่ชั่วร้ายกว่ามาก บางสิ่งที่รบกวนจิตใจของลอร์เรน วอร์เรนมาตั้งแต่เหตุการณ์ที่อมิตีวิลล์

  อาจเพราะความช่วยเหลือจากการทำพิธีของบาทหลวงสตีเวนที่โรงถ่ายก่อนเริ่มเปิดกล้อง นักแสดงและทีมงานจึงพบเหตุการณ์ “ผิดปกติ” น้อยกว่าเดิมมากเมื่อเทียบกับภาคแรก แม้ว่าจะมีเรื่องแปลกๆ อยู่บ้างทั้งก่อนและระหว่างการถ่ายทำ ประตูเปิดได้เอง มีของบางอย่างหาย มีคนเห็นหรือสัมผัสได้ถึงร่างเงาทั้งที่ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น และบางครั้งไฟก็ดับโดยไม่คาดฝัน

แม้กระทั่งในลอนดอนระหว่างการคัดเลือกนักแสดง มีหลายครั้งที่การทดสอบบทถูกขัดจังหวะด้วยเสียงขูดดังก้องซึ่งคิดกันว่าน่าจะมาจากข้างใต้พื้นกระดานของอาคารโรงพิมพ์ยุควิกตอเรียนที่ได้รับการดัดแปลง ตัวแทนสถานที่สรุปว่าเป็นหนู แม้ว่าจะไม่มีใครเคยเห็นหนูเลยซักตัวและเสียงนั้นก็ดังเกินกว่าจะมาจากสัตว์ตัวเล็กๆ มีสุนัขอยู่ที่สตูดิโอข้างๆ หรือ ก็ไม่มีนะ ที่น่าแปลกคือเสียงขูดนั้นกลับหายไปเมื่อการคัดเลือกนักแสดงของ “The Conjuring 2” เสร็จสิ้นลง

แม้ว่าการถ่ายทำหลักจะอยู่ที่สหรัฐ วานกล่าวว่า “สิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมสนใจเรื่องนี้เป็นพิเศษในการทำภาคสองก็คือสถานที่เกิดเหตุการณ์ ผมคิดว่าลอนดอนให้กลิ่นอายที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย สำหรับผมมันน่าสนใจมากกว่าเมื่อมองในแง่การทำหนัง”

ซาฟรานเสริมว่า “เจมส์ชอบให้ผู้ชมได้สัมผัสสภาพพื้นที่ที่เกิดเหตุ ในกรณีนี้และในภาคแรกนั้นหมายถึงตัวบ้านและสภาพแวดล้อมโดยรอบ ในภาคเก่าเขาสร้างช็อตที่ตามครอบครัวไปยังจุดต่างๆ ตอนที่เพิ่งย้ายเข้ามาในบ้าน เด็กๆ รื้อของออกมาแล้วไปที่สวนหลังบ้าน ในภาคนี้เราก็มีช็อตอันน่าทึ่งซึ่งเริ่มจากภายนอกบ้าน เข้ามาข้างในผ่านหน้าต่างชั้นบนและพาคุณไปทั่วชั้นสอง ตามตัวละครไปยังที่ต่างๆ คุณจะรับรู้ได้ทันทีว่าตัวละครเป็นใครผ่านการเข้าใจวิถีชีวิตของพวกเขา”

ช็อตที่เคลื่อนตามตัวละครเป็นตัวแทนแนวทางการกำกับตามแบบของวาน เขาพยายามให้ทุกอย่างปรากฏหน้ากล้อง โดยใส่เอฟเฟ็กต์จริงลงไปให้มากที่สุดและพึ่งซีจีต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น “ผมคิดว่านั่นคือเคล็ดลับของฉากที่น่ากลัวมากๆ หลายฉากที่เขาสร้างขึ้นมา” ซาฟรานกล่าวต่อ “ทุกอย่างเกิดขึ้นตรงหน้าจอจริงๆ จังหวะน่ากลัวหลายช่วงเกิดขึ้นต่อเนื่องไปเรื่อยๆ และรวมกันอยู่ในเหตุการณ์ยาวเหตุการณ์เดียว เจมส์สามารถนำเสนอช่วงเวลาที่น่ากลัวซึ่งสำหรับคนส่วนใหญ่คงเป็นเหมือนจุดไคลแม็กซ์ของฉากนั้นแล้ว แต่เจมส์กลับทำให้มันเป็นจุดเริ่มต้นของฉากและให้เหตุการณ์พัฒนาต่อจากจุดนั้น ทำให้ในแต่ละจุดความน่ากลัวยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดไคลแม็กซ์ที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง”

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram