หมกมุ่นจนสำเร็จ! กว่าจะเป็น The Martian หนังสือที่แต่งจากโปรแกรมเมอร์สุดเนิร์ด

หมกมุ่นจนสำเร็จ! กว่าจะเป็น The Martian  
หนังสือที่แต่งจากโปรแกรมเมอร์สุดเนิร์ด 

 

 

แอนดี เวียร์ เจ้าของหนังสือ The Martian ตั้งใจให้นวนิยายซึ่งเขาศึกษาข้อมูลมาอย่างละเอียดและเต็มไปด้วยแนวคิดทางวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์นี้เป็น “หนังสือเชิงเทคนิคสำหรับคนที่รู้เรื่องเชิงเทคนิค ผมไม่คิดว่าผู้อ่านทั่วไปจะสนใจเลยซักนิด เรื่องที่จะให้ชอบยิ่งไม่ต้องพูดถึง”

เขาเริ่มด้วยการจินตนาการถึงภารกิจการส่งมนุษย์ไปยังดาวอังคาร จากนั้นก็หมกมุ่นอยู่กับความเป็นไปได้ที่จะเกิดความผิดพลาดนานาประการ “จากการเป็นโปรแกรมเมอร์มานาน 25 ปี ผมได้เรียนรู้ความสำคัญของระบบสำรองที่ดี” เขากล่าว เวียร์โพสต์บทใหม่ทุกๆ หกถึงแปดสัปดาห์ให้ผู้อ่านซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จากการบอกกันปากต่อปาก จนกระทั่งเขียนจบในเวลาสามปี ถึงจุดนั้นเขาก็เริ่มขายหนังสือด้วยราคา 99 เซนต์ทางAmazon และได้รับการติดต่อจากตัวแทนรายหนึ่ง จนนำไปสู่การพูดคุยกับ Genre Filmsและจุดเริ่มต้นของสิ่งที่เวียร์เรียกว่า“ฝันที่เป็นจริงของนักเขียนทุกคน”

เรื่องของเวียร์เกิดขึ้นในอนาคตอีกไม่นานนัก ประมาณ 12-15 ปีข้างหน้า และส่วนที่เป็นวิทยาศาสตร์แทบทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้มีความเป็นไปได้และมีทฤษฎีปัจจุบันรองรับ ยกเว้นเพียงข้อเดียวคือ ด้วยการที่ดาวอังคารมีความดันบรรยากาศต่ำ (ไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของโลก) ลมพายุซึ่งมีความรุนแรงอย่างที่เวียร์บรรยายไว้นั้นย่อมไม่สามารถเกิดขึ้นได้

“ผมต้องหาวิธีบังคับให้นักบินอวกาศออกไปจากดาวอังคาร ก็เลยยอมใช้ทางลัดบ้าง” เวียร์ยอมรับ “อีกอย่างผมคิดว่าพายุน่าจะเป็นอะไรที่เจ๋งดี”

 

 

 พายุลูกดังกล่าวเกิดขึ้นในโซลที่ 18 จากภารกิจที่วางแผนว่าจะใช้เวลา 31 โซล พายุได้พัดเสาอากาศชิ้นหนึ่งทะลุผ่านชุดของวัทนีย์ ทำให้ตัวเขาและเซนเซอร์ไม่สามารถทำงานได้ (โซล คือช่วงเวลาหนึ่งวันตามการขึ้นลงของดวงอาทิตย์บนดาวอังคาร หรือเท่ากับประมาณ 24 ชั่วโมง 40 นาที)นับตั้งแต่ช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุประหลาดครั้งนี้ ความฉลาดหลักแหลม ความเด็ดเดี่ยว และความกล้าหาญของเขาจะได้รับการทดสอบถึงจุดสูงสุด

เดมอนกล่าวว่า“วัทนีย์เป็นนักพฤกษศาสตร์และวิศวกรเครื่องกล เขาถูกส่งมาปฏิบัติภารกิจบนดาวอังคารเพื่อศึกษาและเก็บตัวอย่างดิน โดยหวังว่าจะได้เรียนรู้องค์ประกอบของดินและความเป็นไปได้ในการปลูกพืชผล เขามีความรู้และได้รับการฝึกฝนให้หาวิธีการเอาชีวิตรอด แต่เวลาเป็นอุปสรรคสำหรับเขา เขาเชื่อว่าน่าจะต้องใช้เวลาสามถึงสี่ปีทีมช่วยเหลือจึงจะกลับมาได้ ในสถานการณ์ที่มนุษย์ต้องต่อสู้กับธรรมชาติ โดยปกติธรรมชาติย่อมเป็นผู้ชนะอยู่แล้ว”

การต่อสู้ครั้งสำคัญของวัทนีย์คือการต่อสู้กับความตั้งใจของตัวเอง ความสิ้นหวังจะกลายมาเป็นอุปสรรคไม่แพ้สภาพแวดล้อมบนดาวอังคารซึ่งไม่เหมาะแก่การดำรงชีพ เขาถ่ายวิดีโอบันทึกกิจกรรมต่างๆ ของตนเองไว้เพราะคิดว่ามันอาจเป็นเหมือนพินัยกรรมฉบับสุดท้ายของเขา โดยสอดแทรกระเบียบวิธีทางวิทยาศาสตร์และไหวพริบอารมณ์ขันเอาไว้ในนั้นด้วย

แอนดี เวียร์ เสริมว่า “ผมสร้างมาร์คจากบุคลิกของผมเอง ถึงแม้ว่าเขาจะฉลาดและกล้าหาญกว่า และไม่ได้มีข้อบกพร่องเหมือนกับผม ผมว่าเขาคงเป็นสิ่งที่ผมอยากจะเป็น เขาคือแม็ตต์ เดมอน”

 

ห้ามพลาดสัมผัสประสบการณ์สุดยิ่งใหญ่ของการเอาตัวรอดบนดาวอังคาร 
ผ่านภาพยนตร์ The Martian เช็ครอบและจองตั๋ว >>>> 
http://www.majorcineplex.com/movie/martian 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram