หลังจบ Endgame มาร์เวลเปิดจักรวาลคู่ขนาน แจงชัดๆ ในตอนนี้มีกี่จักรวาล??

 

นอกจาก Avengers: Endgame จะเป็นจุดสิ้นสุดของเรื่องราวหลายเรื่อง แต่มันก็เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นใหม่ ๆ ของ Marvel Cinematic Universe ด้วยเช่นกัน สิ่งหนึ่งที่พวกเขาปูทางเอาไว้อย่างชัดเจนเลยก็คือ การเปิดจักรวาลหรือมิติคู่ขนาน ด้วยผลจากการย้อนเวลาผ่านมิติควอนตัมทำให้ช่วงเวลาบางช่วงมีการเปลี่ยนแปลง ประกอบกับการที่สองพี่น้องผู้กำกับรุซโซ่เปิดเผยว่า สิ่งที่พวกเขาย้อนเวลากลับไปแก้ไขในอดีตนั้น มันไม่ได้เกิดผล Butterfly Effect แต่มันเป็นการสร้างเส้นเรื่องราวใหม่ขึ้นมาของช่วงเวลาดังกล่าว ดังนั้นวันนี้เรามาสรุปดูกันว่าตอนนี้เกิดช่วงเวลาแตกย่อยช่วงไหนขึ้นบ้าง

 

โลกิจากปี 2012 ที่คว้าเทซเซอแร็คหนีไป

                ในระหว่างการย้อนเวลากลับไปในศึก Battle of New York ประจำปี 2012 เหล่าอเวนเจอร์สที่ย้อนกลับไปในช่วงเวลานี้ประกอบไปด้วย Captain America, Iron Man และ Ant-Man พวกเขาเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ในช่วงเวลานั้นไปหลายอย่างเลยทีเดียว หนึ่งในนั้นคือความผิดพลาดในการปล่อยให้โลกิคว้าเทซเซอแร็ควาร์ปหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งในช่วงเวลานี้โลกิยังคงทำงานให้กับธานอสอยู่ ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่าโลกิจะกลับไปหาธานอสของช่วงปี 2012 และภารกิจสำคัญของอเวนเจอร์สปี 2012 ก็คือตามหาตัวโลกินั่นเอง

                นอกจากนี้แล้วอีกหนึ่งจุดสำคัญคือ การนำเอาคฑาที่มี Mind Stone มาจากมือของรัมโลว์ พร้อมกับพูดประโยคที่สร้างเซอร์ไพร์สผู้ชมว่า “เฮล ไฮดร้า” ซึ่งนี่อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของกัปตันอเมริกาในช่วงปี 2012 ที่เกิดขึ้นกับไฮดร้าที่ยังคงแฝงตัวอยู่ในชิลด์ นอกจากนี้แล้วกัปตันอเมริกาจากปี 2023 ได้บอกตัวเขาเองในช่วงปี 2012 ว่าบัคกี้ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งนั่นเปลี่ยนแปลงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นใน Captain America: The Winter Soldier อย่างสิ้นเชิง แม้ว่าท้ายที่สุดแล้วกัปตันอเมริกาของปี 2023 จะใช้คฑากับกัปตันอเมริกาของปี 2012 อาจจะเพื่อลบความทรงจำแล้วก็ตาม แต่จุดสำคัญก็คือการหนีรอดไปได้ของโลกิ ที่อาจจะสร้างปัญหาร้ายแรงในภายหลังให้กับเหล่าอเวนเจอร์สของปี 2012

 

ธานอสของปี 2014 ไม่มีตัวตนอยู่แล้ว

                เรารู้กันว่า ธานอส ที่บุกมาถล่มฐานของเหล่าอเวนเจอร์สคือ ธานอสจากปี 2014 ที่พาเอากองทัพทั้งหมดของเขามาด้วยกัน และในศึกสุดท้ายนี้นอกจากเนบิวล่าของปี 2014 ที่ถูกเนบิวล่าปี 2023 สังหารไปแล้ว ธานอสและกองทัพทั้งหมดของเขาก็ถูก Iron Man ดีดนิ้วสลายหายไปด้วยเช่นกัน ส่วนกาโมร่าของปี 2014 ไม่ปรากฎว่ามีชะตากรรมอย่างไร ด้วยผลจากเหตุการณ์เหล่านี้เอง ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง

                เริ่มต้นจากการหายไปของธานอส ทำให้โรแนน ที่ทำงานให้กับธานอสในช่วงเวลานั้นถูกทิ้งเคว้ง ซึ่งนั่นอาจส่งผลให้เขาไม่สามารถต่อต้านดาวแซนดร้าต่อไปได้ และหากกาโมร่าของปี 2014 นี้หายไป ทำให้ทีม Guardians of the Galaxy ของปี 2014 ไม่เคยเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน นั่นจึงทำให้สตาร์ลอร์ดของปี 2014 นำเอา Power Stone ไปขายต่อในตลาดมืด และมันก็คงจะจบเพียงเท่านี้ ไม่ได้มีการรวมทีมต่อใด ๆ ของพวกเขา

 

ช่วงเวลาใหม่ระหว่างสตีฟ โรเจอร์ และเพ็กกี้ คาร์เตอร์ในปี 1940

                การย้อนเวลาในช่วงท้ายของกัปตันอเมริกา ไม่ใช่แค่การนำเอาอัญมณีไปคืนในช่วงเวลาต่าง ๆ แต่เขาเลือกที่จะย้อนกลับไปในปี 1940 เพื่อไปใช้ชีวิตกับรักเดียวของเขา เพ็กกี้ คาร์เตอร์ ซึ่งการย้อนเวลาครั้งนี้ของสตีฟ โรเจอร์ ไม่ใช่แค่การย้อนกลับไปเพื่อให้ทันการเต้นรำของพวกเขาทั้งคู่เท่านั้น แต่เป็นการกลับไปใช้ชีวิตกับเพ็กกี้จนแก่เฒ่าเลยทีเดียว ในช่วงเวลาที่เกิดขึ้นตรงนี้เปิดกว้างให้เกิดหลายต่อหลายสิ่งมากมาย ไม่ว่าจะเป็นชีวิตคู่ของทั้งสองคนทำให้เกิดอะไรขึ้นมาบ้าง แล้วการที่เพ็กกี้ได้เจอกับสตีฟ จะทำให้เพ็กกี้เป็นตัวตั้งตัวตีสำคัญในการสร้างหน่วยชิลด์ขึ้นมาหรือไม่??

 

ธอร์ในปี 2013 ที่ไม่มีค้อนโยเนียร์

                แม้ว่าในการย้อนเวลาของกัปตันอเมริกานั้น เขาจะพาค้อนโยเนียร์ติดตัว พร้อมกับนำเอา Reality Stone ไปคืนยังแอสการ์ดแล้วก็ตาม แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ช่วงเวลาก่อนหน้าที่เขาจะนำไปคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง หลังจากที่ราชินีฟริกก้าได้พบกับธอร์ที่มาจากอนาคต และหลังจากที่ร็อคเก็ตขโมยเอา Reality Stone มาได้ ช่วงเวลาหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้นกับแอสการ์ดบ้าง หากไม่มี Reality Stone แล้ว Dark Elf จะบุกมาอีกหรือไม่ หากไม่มานั่นหมายความว่าฟริกก้าของช่วงเวลานี้จะไม่เสียชีวิต นอกจากนี้แล้วธอร์ที่ไร้ค้อนคู่กายจะทำอย่างไร เป็นอีกห้วงเวลาที่ชวนให้คิดได้ไม่จบสิ้น

 

ช่วงเวลาที่เปลี่ยนแปลงไปทั้งหมดส่งผลอย่างไรต่อ MCU

                จากช่วงเวลาทั้งหมดที่เปลี่ยนแปลงไปนี้เอง ทำให้มันสามารถสร้างแรงกระเพื่อม พร้อมกับเปิดช่องทางใหม่ ๆ ให้กับ Marvel Cinematic Universe ได้อีกมากมายในอนาคต สิ่งที่ช่วยยืนยันความแปลกใหม่นี้ก็คือตัวอย่างล่าสุดจาก Spider-Man: Far From Home ที่เริ่มแนะนำพหุจักรวาล หรือ Multiverse ให้เราได้รู้จักกัน จักรวาลแตกแขนงที่เป็นผลมาจากเหตุการณ์ใน Avengers: Endgame นี้ ได้สร้างช่องทางให้มาร์เวลหยิบนำเอาตัวละครใหม่ ๆ ทั้ง X-Men หรือ Fantastic Four เข้ามาร่วมทีมด้วยได้ในอนาคต หรือกระทั่งอาจจะนำเอาตัวละครที่จากไปกลับมาใหม่อีกครั้งในรูปแบบอื่น ๆ ก็เป็นได้

 

                เรียกได้ว่า Avengers: Endgame ย่อมไม่ใช่จุดจบที่แท้จริง แต่เป็นการเปิดประตูบานใหม่ให้กับ Marvel Cinematic Universe ประตูที่จะนำไปสู่ความหลากหลาย ซึ่งจะทำให้ภาพยนตร์เรื่องต่อ ๆ ไปจากจักรวาลภาพยนตร์นี้ไม่สามารถคาดเดาได้อีกต่อไป และนั่นจะยิ่งเพิ่มความน่าสนใจในตัวเนื้อเรื่องที่เปิดกว้างมากกว่าเดิม มารอติดตามกันต่อไปว่าในอนาคตพวกเขาจะนำเสนอเรื่องราวที่น่าสนใจเรื่องไหนให้เราได้ชมกันอีกบ้าง

 

Source: Screen Rant

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram