Mission impossible เมื่อ IMF ที่คุ้นเคย กลับมารวมตัวอีกครั้ง กับภารกิจเป็นไปไม่ได้

Mission impossible เมื่อ IMF ที่คุ้นเคย
กลับมารวมตัวอีกครั้ง กับภารกิจเป็นไปไม่ได้ 

 

 

ใน Mission Impossible อีธาน ฮันท์ไม่เคยต้องการความช่วยเหลือจากสมาชิกในทีมไอเอ็มเอฟเท่ากับที่เขาต้องการใน “Rogue Nation” ถึงแม้เมื่อมองภายนอกจะเหมือนไอเอ็มเอฟถูกสลายตัวไปแล้ว แต่พวกเขาทุกคนก็มาร่วมมือกันเพื่อจัดการกับ เดอะ ซินดิเคท ซึ่งก็มีเพียงไอเอ็มเอฟเท่านั้นที่จะทำได้ ผลลัพธ์ก็คือ เจเรมี่ เรนเนอร์, ไซม่อน เพ็กก์ และวิง เรมส์ มีโอกาสที่จะทำให้ตัวละครของพวกเขาก้าวไปข้างหน้าอีกหลายก้าว 

“ผมชอบความสัมพันธ์ระหว่าง เจเรมี่, ไซม่อน และวิง ในภาพยนตร์เรื่องนี้นะเมื่อคุณได้เห็นว่าทีมไอเอ็มเอฟต้องอยู่ภายใต้ความกดดัน และเกือบจะแตกสลายไปแล้ว” ทอม ครูซ บอก “ดูเหมือนว่าไอเอ็มเอฟจะถูกแยกจนแตกกันไป และเรื่องก็กำลังจะระเบิดแตกออกแล้ว แต่นั่นแหละคือส่วนสำคัญต่อหนัง Mission Impossible ”  

เมื่อ ลูเธอร์ สติคเคิลล์ ผู้เชี่ยวชาญด้านคอมพิวเตอร์ที่ปรากฏตัวครั้งแรกในภาพยนตร์ภาคแรก “ Mission: Impossible ” ที่กำกับโดย ไบรอัน เดอ พัลม่า และ วิลเลี่ยม แบรนต์ เจ้าหน้าที่ไอเอ็มเอฟที่ได้รับมอบหมายให้เป็นคนเฝ้าระวัง อีธาน ฮันท์ ในตอน “Ghost Protocol” ต้องมาร่วมมือกันเพื่อตามแกะรอยอีธาน มันคือความพอใจอย่างที่สุดสำหรับทีมผู้สร้างที่ได้เห็น เจเรมี่ เรนเนอร์ และวิง เรมส์ ต้องมาด้นสดใส่กัน 

 

 

ผู้อำนวยการสร้าง Mission: Impossible  ดอน แกรนเจอร์ กล่าวว่า “20 ปีหลังจากที่เขารับบทนี้เป็นครั้งแรก วิงสวมบทเป็น ลูเธอร์ ได้เนียนพอดีราวกับสวมถุงมือ เขาเป็นเจ้าหน้าที่ของไอเอ็มเอฟที่อายุมากที่สุด ลูเธอร์รู้จักอีธานมานานสุด และวิงเองก็รู้จักทอมมานานที่สุดเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงมีทั้งความใกล้ชิดและความอบอุ่นที่ถูกส่งผ่านมาให้เห็นบนจอภาพยนตร์ด้วย ตรงกันข้ามกับ เจเรมี่ ที่เหมือนกับอยู่ตรงกันข้ามกับตัวละครตัวอื่นๆ ขณะที่ ไซม่อน จะเป็นตัวกลางระหว่างทุกคน มันสนุกมากที่ได้มาเห็นพวกเขาทุกคนอยู่ด้วยกัน”  

คริสโตเฟอร์ แม็คควอร์รี่ รู้สึกตื่นเต้นที่สามารถให้เวลาทีมนักแสดงเหล่านี้ได้อยู่บนจอมากขึ้น “เราอยากจะได้  ‘ไอเอ็มเอฟที่ดีที่สุด’ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ สำหรับผม สิ่งที่ยอดเยี่ยมมากในฐานะผู้กำกับ ก็คือ นักแสดงเหล่านี้แต่ละคนต่างนำเอาคุณสมบัติพิเศษของพวกเขาเองมาด้วย และหน้าที่ผมก็คือการค้นหาจังหวะของแต่ละคน และจัดการซิงค์รวมเข้าด้วยกัน” แม็คควอร์รี่อธิบาย “และแน่นอน ตลอดทั้งเรื่องนั้น ทอมก็คือสมอหลัก เขามีความเข้าใจในโลกนี้อย่างลึกซึ้ง และทุกคนต่างมองไปที่เขาเพื่อหาแรงบันดาลใจ และอยากเล่นได้ในระดับเดียวกับเขา ข้อดีของการมีทอม เจเรมี่ ไซม่อน และวิง ก็คือคุณเริ่มต้นด้วยจุดยืนที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว ซึ่งทำให้คุณสามารถที่จะนำพาสิ่งต่างๆ ให้เดินไปในทิศทางใหม่ที่น่าตื่นเต้นได้”  

 

 

เดวิด เอลลิสัน กล่าวว่า มันน่าตื่นเต้นมากที่ได้มาเห็นคนที่เก่งที่สุดและปราดเปรื่องที่สุดของไอเอ็มเอฟมารวมตัวกัน “ภาพยนตร์เรื่องนี้มีลักษณะทีมที่เหมือนกับอะเวนเจอร์ คุณจะได้ความรู้สึกที่ว่า  ‘เด็กๆ พวกนี้กลับมาแล้ว’ เมื่อพวกเขาทุกคนมาอยู่บนจอด้วยกัน”  

ครูซไม่มีทางที่จะสนุกไปกว่านี้แล้วเมื่อเขาได้กลับมาร่วมงานกับ เพ็กก์ ผู้ที่มักจะเป็นคนดึงเอาความตลกออกมา ซึ่งขัดแย้งอย่างสิ้นเชิงกับความจริงจังของ อีธาน ฮันท์ “ทุกๆ วัน ผมได้สนุกกับเขา ทุกวันเราได้หัวเราะกัน และเรายังคงสามารถที่จะมีสมาธิ ทุ่มเททำงาน และพบการแสดงที่เข้าขากันอย่างที่แม็คควอร์รี่และผมต้องการ ในฉากภายในรถ ไซม่อนต้องไว้ใจผมร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมก็คิดอยู่ว่า ‘ฉันไม่อยากบอกเขาเลยว่าฉากนี้มันอันตรายแค่ไหน’” ครูซเล่า “ดังนั้นผมก็เลยขับรถด้วยความเร็วสูง แล้วก็ดริฟต์ไปตามตรอกซอกซอยแคบๆ กระแทกเข้ากับกำแพงก็ตั้งหลายครั้ง ผมพยายามที่จะทำให้มันสนุกสุดเหวี่ยง ขณะที่เขาก็ทำให้ผมหัวเราะเสียงดังด้วยการแสดงของเขา!”   

อับรามส์บอกว่า “ผมตื่นเต้นที่ได้มาเห็นการส่งและรับบทระหว่างทอมและไซม่อนใน ‘ Mission: Impossible Rogue Nation ’ ซึ่งมันเดินหน้าไปได้ไกลยิ่งกว่าใน ‘Ghost Protocol’ ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ไซม่อนได้ออกมาลุยแอ็กชั่นกับทอมมากขึ้น ดีจังที่ได้มาเห็นเขาถูกใช้ไปแบบนั้น และผมว่าไซม่อนเองก็เล่นตีบทแตกกระจุยเลย”  

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram