9 บทเรียนแห่งชีวิตจาก Me Before You เมื่อทุกคนต้องพานพบทั้งทุกข์และสุข

9 บทเรียนแห่งชีวิตจาก Me Before You
เมื่อทุกคนต้องพานพบทั้งทุกข์และสุข

 

โดย FEEDMYBRAIN

 

หลังจาก Me Before You เปิดรอบพิเศษให้ชม ก็เกิดกระแสบอกต่อถึงความครบรสของหนังที่อบอวลไปด้วยบรรยากาศอบอุ่นปนความเศร้า แต่ก็รวยมุกตลกและความละมุนให้สัมผัส พร้อมกับทิ้งข้อคิดดีๆให้เราได้ลองปรับใช้ในการดำเนินชีวิตด้วย และนี่คือ 9 ข้อคิดที่บอกเล่าเรื่องราวของชีวิตได้อย่างน่าสนใจจากหนังรักอารมณ์ดีเรื่องนี้ บอกเลยว่า ดูจบปุ๊บ มีต้องย้อนมองชีวิตตัวเองกันเลยทีเดียวล่ะ!

 

 

1. ความรักเป็นเรื่องของความรู้สึกล้วนๆ

“ความรัก” เป็นอีกหนึ่งสิ่งในชีวิตที่หลายคนอยากรู้จักว่าหน้าตามันเป็นอย่างไร และเมื่อไรมันจะมาทักทายเราบ้าง แต่รู้มั้ยว่า ความรักนั้นชอบมาตอนที่เราไม่ทันตั้งตัวเสมอ มันมักจะเกิดขึ้นเองเมื่อใดก็ตามที่เราพบกับใครสักคนที่อยากมอบแต่สิ่งดีๆให้ เพราะความรักมันเป็นเรื่องของ “ความรู้สึก” ที่ต่างฝ่ายต่างเต็มใจมอบให้แก่กัน ทว่าความรักก็ไม่ได้มีรสหวานอย่างเดียว บางครั้งรักก็ขมได้เช่นกัน แต่นั่นเหมือนเป็นอุปสรรคที่คอยพิสูจน์ใจคนว่าจะสามารถ “ยอมรับ” ในข้อผิดพลาดของแต่ละคนได้หรือไม่ และพร้อมจะเดินต่อไปด้วย “ความรู้สึก” ที่ยังอยากมอบให้กันมั้ยด้วย … ความรักเกิดขึ้นได้ไม่ยากหรอก เพียงแค่เราเริ่มใส่ใจที่จะให้ส่ิงดีๆต่อกันเท่านั้นเอง

 

 

2. “ครอบครัว” คือสายสัมพันธ์แห่งรักที่ทำให้เราสุขและทุกข์ในเวลาเดียวกัน

ด้วยทั้งประสบการณ์และการมองโลกที่ไม่เหมือนกัน ย่อมทำให้เกิดปัญหา “พ่อแม่ไม่เข้าใจหนู” ได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน, ความรัก หรือแม้กระทั่งเส้นทางชีวิตในอนาคต แต่ขอให้เราลองพยายามทำความเข้าใจในความต่าง และมองให้เห็นถึงเจตนาที่แท้จริงของพวกเขา แล้วเราจะรู้ว่า “ครอบครัว” คือที่พักพิงสำคัญที่ทำให้เรารู้สึกอุ่นใจได้เสมอ และทุกครอบครัวย่อมมีวันที่ดีและวันที่ร้าย แต่ต่อไปอยากให้มันเป็นแบบไหน ก็ขึ้นอยู่กับ “สมาชิกทุกคน” ในครอบครัวว่าอยากสร้างให้บ้านเป็นแบบไหนนั่นเอง

 

 

3. จงมองหาเพื่อนสนิทที่พร้อมให้ไหล่ไว้ซบในวันที่ท้อแท้

“เพื่อนที่จริงใจ” คืออีกสิ่งหนึ่งในชีวิตนี้ที่เราควรมี เพราะเขาจะเป็นทั้งที่ปรึกษาในวันที่เรามืดมนกับเส้นทางที่เลือกเดินในชีวิต และเป็นผู้ให้กำลังใจในวันที่เราล้มและรู้สึกแย่ได้ดีเสมอ เพื่อนที่ดีไม่จำเป็นต้องพูดจาหวานกับเราตลอดไป แต่เขาจะทำทุกอย่างโดยคิดถึงประโยชน์ของเราเสมอ ลองมองหาคนที่รักเราอย่างแท้จริงและอย่าลืมที่จะมอบความรักกลับไปให้เขาด้วยล่ะ เพราะ “มิตรแท้” คือสิ่งที่มีค่าที่ยากจะหาอะไรมาแทนที่ได้ในชีวิตนี้เลย

 

 

4. เราเปลี่ยนตัวตนใครไม่ได้ แต่เราให้ความรักเขาได้

อย่าพยามที่จะเปลี่ยนตัวตนของคนอื่นให้เป็นในแบบที่เราต้องการ เพราะเราจะต้องเหนื่อยกับการเฝ้าพยายามบอกให้เค้าเปลี่ยน และคนที่จะรู้สึกแย่กับความสัมพันธ์ก็มีแค่เราและเขาแน่นอน มนุษย์เราย่อมมีข้อผิดพลาดและไม่สมบูรณ์แบบ 100% อยู่แล้ว และยิ่งเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน ย่อมมีความคิดอ่านและลักษณะนิสัยที่ต่างกัน หากเรารักเขา จงรักที่ “ตัวตน” ของเขา อย่าใช้คำว่า “รัก” เพื่อจะเปลี่ยนแปลงเขา เพราะในทางกลับกัน เขาก็มีเหตุผลพอที่จะเปลี่ยนตัวคุณให้เป็นแบบที่เขาต้องการเช่นกัน หากรักเขาจริง จงเคารพในการตัดสินใจของเขา และรักเขาอย่างที่เขาเป็นเขาเถอะ และถ้าเขาก็รักคุณเช่นกัน เขาจะเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่คิดว่าทำให้คุณไม่สบายใจโดยที่คุณไม่ต้องเอ่ยปากเลยล่ะ

 

 

5. จงอยู่กับช่วงเวลานี้ รู้สึกกับมันให้เต็มที่ และทำวันนี้ให้ดีที่สุด

ทุกวันนี้ หลายคนมุ่งแต่จะพัฒนาและก้าวไปข้างหน้าอย่างรีบเร่ง จนหลายครั้งอาจมองข้ามช่วงเวลาของความสุขเล็กๆที่เกิดขึ้นไป จริงๆแล้วความสุขมันเกิดขึ้นได้ในทุกที่ทุกเวลาเสมอ อยู่ที่ว่าเรา “มอง” เหตุการณ์ที่อยู่ตรงหน้าให้เป็นแบบไหนมากกว่า แทนที่จะมองไปยังอนาคตที่ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สู้ลงมือและทำให้เต็มที่กับทุกวินาทีที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ย่อมจะเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจนมากกว่าเฝ้าฝันแต่ไม่ลงมือทำและมองข้ามโอกาสที่อาจเกิดขึ้น ณ ตอนนั้นไปแน่นอน

 

 

6. ทุกคนต่างมีคุณค่าในตัวเอง คุณต้องหามันให้เจอ

มนุษย์เราทุกคนต่างเกิดมามี “ต้นทุนชีวิต” ที่ไม่เหมือนกัน แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้างในการมีชีวิตอยู่แบบ “ดูถูก” ตัวเองแน่นอน หลายคนอาจไม่มั่นใจและคิดว่าตัวเองต่ำต้อยและไร้ความสามารถ ถ้าแม้แต่ตัวเองยังดูถูกตัวเองแบบนั้นล่ะก็ อย่าหวังให้คนอื่นมาชื่นชมคนและปลอบประโลมคุณเลย ลองคิดดูว่า คนเราเกิดมากว่าจะหัดเดิน หัดพูดได้ก็ใช้เวลา เพราะฉะนั้นแน่ล่ะว่าทุกอย่างมันต้องอาศัยเวลาอาศัยการฝึกฝน โลกนี้มันมีสิ่งที่ “เหมาะ” กับคุณอยู่จริงๆ และการจะหาสิ่งนั้นเจอ ก็ต้องเริ่มจากการเปลี่ยนความคิดของตัวคุณก่อนเป็นอันดับแรก! แต่ถ้าหากไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ก็ลองปรึกษาเพื่อนสนิทดู เพราะบางครั้งสายตาจากคนนอกที่มองเราก็อาจบ่งบอกได้ดีมากกว่าที่เรามองเห็นตัวเองก็ได้

 

 

7. จงยิ้มรับกับทุกปัญหาและสู้มัน อย่ายอมแพ้

ไม่ว่าจะวัยไหนก็ต่างมีปัญหาที่ต้องหนักอกเสมอ แต่ขอบอกเลยว่าปัญหาคือบททดสอบ “ความแข็งแกร่ง” ของตัวคุณ เรามีวันที่เหนื่อยมีวันที่ท้อแท้ได้ แต่จงพัก ชาร์จแบตให้เต็มร้อย แล้วกลับมาต่อสู้กับปัญหาเหล่านั้นใหม่ และแก้ไขให้จงได้ แม้ว่ามันจะยากซักแค่ไหน แต่เมื่อถึงวันที่คุณผ่านปัญหาสุดหินนั้นมาได้แล้ว คุณจะยิ่งภูมิใจและมั่นใจในตัวเองมากขึ้นอย่างแน่นอน และปัญหาเหล่านั้นจะช่วยพัฒนาคุณและทำให้คุณเปิดโลกกว้างและมองโลกในมุมมองใหม่ๆที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อนด้วย

 

 

8. ลองก้าวออกไปทำอะไรใหม่ๆ เพื่อค้นพบตัวเองให้มากขึ้น

เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่เรามักจะกลัวในสิ่งที่เราไม่เข้าใจหรือกลัวในสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อน แต่อย่าให้ความกลัวนั้นมาเป็นข้ออ้างในการผลัดวันประกันพรุ่ง หรือผลักสิ่งที่เราอยากลองให้ออกห่างไป เรากลัวได้ ความกลัวไม่ใช่เรื่องผิด เพียงแต่อย่าเอามันมาปิดกั้น “โอกาส” ในการก้าวออกไปสัมผัสกับสิ่งใหม่ๆที่ไม่เคยพบมาก่อน จงเก็บความกลัวไว้ในที่ที่เหมาะสม และจงค้นเอาความกล้าออกมาลองทำในสิ่งที่อยากลอง เพื่อค้นพบ “ตัวตน” ของคุณให้มากขึ้นอีกสักนิด แล้วคุณจะพบว่าตัวคุณยังทำอะไรได้อีกมากมายเลยทีเดียว

 

 

9. จงใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าที่สุด

มนุษย์เราเกิดมา มี “ความตาย” เป็นของคู่ตัวรอเราอยู่ในวันข้างหน้า เราไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกด้วยเวลาที่ค่อยๆเพิ่มขึ้น หากแต่เป็นเวลาที่ค่อยๆหมดลง โดยที่เราก็ไม่รู้ว่าเมื่อไรกันที่เข็มของนาฬิกาชีวิตจะหยุดเดิน หลายคนตั้งคำถามว่าเราเกิดมาเพื่ออะไร เรามีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร คำถามเหมือนกันแต่คำตอบกลับมีเป็นล้านคำตอบ ซึ่งมีแต่คุณคนเดียวเท่านั้นที่รู้ว่า “อะไร” คือคำตอบสุดท้ายสำหรับตัวคุณกันแน่ เพราะฉะนั้นจงใช้ “เวลา” ที่คุณมีไปกับสิ่งที่คุณคิดว่ามัน “ใช่” ที่สุด เรียนรู้จากสิ่งที่ไม่ใช่จนค้นหาสิ่งที่ใช่เจอและมีความสุขกับมันให้ถึงที่สุด อย่าให้ถึงตอนที่ไม่เหลือเวลาแล้ว คุณรู้สึกเสียใจในสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ ทุกคนล้วนมีทางเลือกเสมอ อยู่ที่ว่าจะเลือกทางเดินทางไหนเท่านั้นเอง

 

บางข้ออาจจะไม่ตรงกับความคิดเห็นของคุณเท่าไรนัก แต่นั่นไม่เป็นไรหรอก เพราะเราต่างคนต่างมีความคิดที่ไม่เหมือนกัน แต่ตราบใดที่คุณรู้ดีว่าคุณจะเลือกเส้นทางเดินอะไรต่อไปในอนาคต และมีสิ่งใดที่คุณตั้งใจจะทำมันให้ได้ แค่นั้นก็เพียงพอแล้วล่ะกับการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าบนโลกใบนี้

 

LIVE BOLDLY
LIVE WELL

JUST LIVE

 

Me Before You ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram