Me Before You จากหน้ากระดาษสู่หนังรักอบอุ่น ที่คุณจะสัมผัสถึงพลังแห่งรักแท้ได้อย่างเต็มหัวใจ

Me Before You จากหน้ากระดาษสู่หนังรักอบอุ่น
ที่คุณจะสัมผัสถึงพลังแห่งรักแท้ได้อย่างเต็มหัวใจ

 

“คุณมีแค่ชีวิตเดียว คุณมีหน้าที่ต้องใช้ชีวิตให้เต็มที่ที่สุดนะ” วิลล์ เทรย์เนอร์ พูดไว้ใน “Me Before You”คำแนะนำนี้มอบให้ลูอิซ่า คลาร์ก หรือ “ลู” หญิงสาววัย 26 ปีผู้ทำหน้าที่ดูแลเขา เธอเป็นคนมีชีวิตชีวาแต่ดูคล้ายว่ายังสับสนเธออ้างว่ามีความสุขดีกับชีวิตในเมืองอังกฤษที่มีกลิ่นอายแบบโบราณซึ่งทั้งสองเติบโตมา แต่วิลล์ในวัยเพียง 31 ปี รู้ดีว่าตัวเองกำลังพูดถึงอะไร...เขาอาจรู้ดียิ่งกว่าใครๆ “โดยพื้นฐานแล้วเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพลังของความรักและการที่ความรักทำให้คุณเปลี่ยนแปลงไป” ผู้กำกับธีอา ชาร์ร็อคกล่าว “ตัวละครสองตัวนี้ไม่น่าจะมาพบกันได้ด้วยวิถีชีวิตที่แตกต่างและความยากลำบากที่ต้องเผชิญ...แต่สุดท้ายพวกเขาก็ได้พบกัน แล้วเทพนิยายก็เริ่มต้นขึ้น”

เรื่องราวโรแมนติกที่มีเอกลักษณ์ของลูและวิลล์ได้รับการถ่ายทอดเป็นบทภาพยนตร์โดยโจโจ โมเยส จากนวนิยายขายดีของเธอเอง “เรื่องนี้ทั้งเรียบง่ายและซับซ้อนในเวลาเดียวกัน” ชาร์ร็อคกล่าวต่อ “ทั้งในบทหนังและในหนังสือ โจโจถ่ายทอดสถานการณ์ที่มีอารมณ์ซับซ้อนให้เข้าถึงได้ง่ายอย่างเหลือเชื่อด้วยการเผยให้เห็นตัวละครสองตัวนี้ค่อยๆ ทำความรู้จักกันไประหว่างการเดินทางที่เปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่”

“สำหรับฉันมันคล้ายความฝันเลยค่ะที่เรื่องนี้ได้ออกจากหน้าหนังสือไปอยู่บนจอภาพยนตร์” โมเยสกล่าว “หลังจากได้เห็นผลงานที่ออกมาผ่านการถ่ายทอดของทีมนักแสดงและการกำกับที่ยอดเยี่ยมของธีอา ฉันพูดได้เลยว่าผู้ชมจะได้รับรู้เรื่องราวและตัวละครเดียวกัน แต่ก็จะได้รับสิ่งที่แตกต่างกันไปจากหนังเรื่องนี้ ผู้ชมนำเอาประสบการณ์ ความหวัง และความกลัวของตัวเองมาด้วย และฉันคิดว่าผู้ชมจะได้ออกจากตัวเองมาสู่โลกของลูและวิลล์อย่างแท้จริง”

ชาร์ร็อคเสริมว่า “โจโจอยู่กับตัวละครเหล่านี้มานาน โดยเฉพาะลู ฉันจึงมองว่าการนำเสนออย่างถูกต้องจึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นพิเศษ” 

“ธีอาเป็นผู้กำกับละครที่ได้รับการยกย่องในอังกฤษและฉันก็ได้ดูผลงานโทรทัศน์ของเธอมาซึ่งมีความเป็นอังกฤษแบบดั้งเดิมอย่างชัดเจน ดังนั้นเมื่อฉันพบเธอฉันก็เลยนึกว่าจะได้พบผู้หญิงอังกฤษทุกกระเบียดนิ้ว” ผู้อำนวยการสร้าง คาเรน โรเซนเฟลต์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “แต่เธอกลับทิ้งตัวลงบนโซฟาบุนวม แกว่งขาไปมาที่ข้างโซฟา และตลอดหนึ่งชั่วโมงต่อมาเราก็คุยกันสารพัดทั้งเรื่องหนัง ละคร และหนังสือ แล้วเราก็พูดถึงโครงการนี้ขึ้นมาและทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้นจากจุดนั้น ฉันชอบความเข้าอกเข้าใจของเธอ ความลึกซึ้งที่เข้าถึงได้ และการที่เธอทำตัวคุ้นเคยกับฉันและกับเรื่องราวในหนังสือได้โดยทันที” ครั้งหนึ่งโลกของวิลล์เคยเปิดกว้าง เขาใช้ชีวิตแบบ “ไร้ขีดจำกัด” มาตอนนี้เขากลับอยู่ในโลกที่จำกัดคับแคบตลอดระยะเวลาสองปี อาการบาดเจ็บที่ไขสันหลังทำให้เขาต้องอาศัยอยู่ที่บ้านในชนบทของพ่อแม่ เขาคงไม่พูดว่าตัวเอง ใช้ชีวิตอยู่ ไม่ว่าในความหมายใดด้วยซ้ำไป ส่วนลูนั้นแทบไม่เคยได้ก้าวเท้าออกไปจากเมืองเล็กๆ แห่งนี้ แม้กระทั่งการก้าวเท้าเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูลเทรย์เนอร์หรือที่คนละแวกนั้นเรียกกันว่า “ปราสาท” ก็ยังเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับเธอ แต่ทั้งสองก็ได้พบกัน ไม่ว่าด้วยความบังเอิญหรือโชคชะตาก็ตาม

 

 

เอมิเลีย คลาร์ก ผู้รับบทเป็นลู หญิงสาวผู้น่ารักและอ่อนต่อโลก เธอกล่าวว่า “สิ่งที่ทำให้ฉันสนใจหนังเรื่องนี้ก็คือถ้อยคำของโจโจ โมเยส ทั้งในหนังสือและในบทภาพยนตร์ ฉันติดใจตั้งแต่หน้าแรกและตื่นเต้นมากที่จะได้รับบทเป็นตัวละครที่มีเสน่ห์และความจริงใจ เป็นคนอังกฤษขนานแท้และมีเรื่องราวความเป็นมาที่น่ารักอ่อนโยน”

แซม คลาฟลิน แสดงนำร่วมกับเธอในบทวิลล์ เขาเองก็สนใจตัวงานต้นฉบับเช่นเดียวกัน “เรื่องนี้เขียนออกมาได้งดงามมากครับ และประเด็นเกี่ยวกับตัวละครที่ท้าทายตัวนี้ก็ได้รับการถ่ายทอดเป็นอย่างดีจนทำให้ผมต้องหยุดคิด นั่นเป็นสิ่งสำคัญที่ดึงดูดผม”

“สิ่งที่ตรงใจฉันในนวนิยายของโจโจก็คือเสียงอันเป็นเอกลักษณ์ของตัวละครและความสมจริงทางอารมณ์” โรเซนเฟลต์กล่าว “ฉันชอบวิธีการที่เธอนำเสนอประเด็นส่วนตัวที่ซับซ้อนและการยืนยันถึงคุณค่าของชีวิต ฉันดื่มด่ำไปกับเรื่องนี้ ฉันอ่านม้วนเดียวจบและนึกภาพในหนังออกทันทีซึ่งน้อยครั้งที่จะเป็นแบบนี้”

เช่นเดียวกับโรเซนเฟลต์ ผู้อำนวยการสร้างอลิสัน โอเวน ก็สนใจหนังสือเล่มนี้มานาน “ฉันอ่านหนังสือตอนที่เพิ่งออกมาใหม่ๆ แล้วก็ชอบมากค่ะ โจโจสร้างตัวละครที่น่าทึ่งและเธอก็เข้าใจชีวิตจิตใจของผู้คนเป็นอย่างดี เธอเขียนโดยมีอารมณ์ร่วมอย่างลึกซึ้ง” เธอกล่าว “ดังนั้นเมื่อแคเร็นโทรหาฉันและถามว่าอยากร่วมทีมรึเปล่า ฉันก็ตื่นเต้นมาก เพราะฉันสนใจทุกอย่างในโครงการนี้ ทั้งตัวเรื่อง ธีอา เอมิเลีย และแซม การตัดสินใจมาร่วมงานจึงเป็นเรื่องง่ายมากค่ะ” “เมื่อคุณตกหลุมรักใครสักคนมากจนความรักเปลี่ยนชีวิตคุณไปโดยสิ้นเชิง และชีวิตคุณไม่มีทางเป็นเหมือนเดิมได้อีกต่อไปแต่ขณะเดียวกันคุณก็ตระหนักดีว่าคุณอาจไม่ได้อยู่กับคนคนนั้น...นั่นล่ะค่ะคืออารมณ์ที่หนักหน่วงรุนแรง” ชาร์ร็อคกล่าว “ถือเป็นโชคดีของผู้กำกับอย่างฉันค่ะที่ได้พานักแสดงซึ่งยินดีเผชิญกับอารมณ์สุดขั้วไปจนถึงจุดนั้น นักแสดงและทีมงานของเราทุ่มเทเต็มที่และผ่านทุกอย่างมาด้วยกัน ทั้งหัวเราะและร้องไห้ เป็นการทำงานที่ได้ปลดปล่อยอย่างแท้จริง”

 

 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram