อึ้ง!! MADMAX การตัดต่อสุดโหดหั่นฟุตเทจจาก400ชั่วโมง เหลือแค่ 110นาที

อึ้ง!! Mad Max: Fury Road การตัดต่อสุดโหด
หั่นฟุตเทจจาก400ชั่วโมง เหลือแค่ 110นาที 

 

 

ตลอดช่วงเวลาส่วนใหญ่ในระยะ 15 ปี “Mad Max: Fury Road” เป็นเพียงแนวคิด และเมื่อการถ่ายทำหนังเรื่องนี้จบลง แนวคิดนี้ก็ได้แปลงร่างเป็นฟุตเทจยาว 400 ชั่วโมง เพื่อเปลี่ยนให้ฟุตเทจนี้กลายเป็นช่วงเวลา 110 นาทีที่เต็มไปด้วยอารมณ์และแอ็คชั่น มิลเลอร์มอบหมายหน้าที่นี้ให้อยู่ในมือของนักตัดต่อที่ร่วมงานกันมานาน มาร์กาเร็ต ซิกเซล เธอเป็นผู้ “ปรับแต่งมิติเวลาและประสานชิ้นส่วนทั้งหมดเข้าด้วยกันเป็นประสบการณ์ชวนดื่มด่ำอันเป็นหนึ่งเดียว” ดังที่เขากล่าวไว้

มิตเชลล์ซึ่งอยู่ตรงนั้นตลอดทุกขั้นตอนกล่าวว่า “มันไม่ใช่เรื่องง่าย แต่มาร์กาเร็ตยืนอยู่ข้างจอร์จ และทั้งสองก็ร่วมกันทำสิ่งนี้จนลุล่วงออกมาได้ด้วยคุณภาพเช่นที่เป็นอยู่ เธอทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมพร้อมด้วยทีมงานที่เก่งกาจซึ่งอยู่เบื้องหลัง”

เพื่อแปรสภาพฟุตเทจที่ถ่ายทำมาจากนามิเบียให้เป็นเวสต์แลนด์ตามจินตนาการของเขา มิลเลอร์ได้ร่วมงานกับผู้แต่งสีและพัฒนาภาพ อีริก วิปป์ รวมทั้งผู้บันทึกและมิกซ์เสียง คริส เจนคินส์ และเกร็ก รัดลอฟฟ์ เพื่อสร้างเสียงการปะทะและความกระแทกกระทั้นของสงครามบนท้องถนนขึ้นมา แต่มิติของเสียงภายในหนังจะยังไม่ได้รับการสำรวจอย่างเต็มที่จนกระทั่งทอม โฮลเคนบอร์ก หรือ จังกี เอ็กซ์แอล โปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงผู้เข้าชิงรางวัลแกรมมี ได้เข้ามาร่วมทีม

มิลเลอร์เป็นแฟนดนตรีทดลองของจังกี เอ็กซ์แอลมานานแล้ว แต่เมื่อผู้กำกับรายนี้เชิญเขาให้มาร่วมแต่งเพลงประกอบภาพยนตร์ จังกี เอ็กซ์แอล ก็ตระหนักว่างานของเขาคือการนำมันขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง “เมื่อคุณดูหนัง คุณอยู่ในโลกที่บ้าคลั่ง ดังนั้นผมจึงรู้ว่าดนตรีในหนังเรื่องนี้จะต้องไม่ใช่ดนตรีประกอบหนังแอ็คชั่นทั่วไป” นักแต่งเพลงรายนี้กล่าว “มันจะต้องอลังการน่าเหลือเชื่อเพื่อให้เข้ากับภาพที่ปรากฏ แทบจะเป็นเหมือนโอเปราในแบบโมเดิร์นร็อค”

 

 

เขาสร้างเวสต์แลนด์ให้เป็นรูปเป็นร่างด้วยช่วงเวลาที่ละมุนละไมสงบนิ่งและช่วงเวลาอันเร้าใจของความบ้าระห่ำ ด้วยการใช้เครื่องดนตรีเกือบ 200 ชิ้นเพื่อถักทอเสียงกลองที่ตีกระหน่ำ เครื่องสายที่พลิ้วไหว และเพลงธีมอันยิ่งใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยกีตาร์ไฟฟ้า “ในจังหวะที่คุณจะออกจากโลกอันบ้าคลั่งแล้วกลับมายังความเป็นมนุษย์ของตัวละคร ดนตรีก็จะค่อยๆ ผ่อนให้เหลือน้อยลงเช่นกัน” เขากล่าว “ในฉากเหล่านั้น ผมนำเครื่องเป่าเข้ามาใช้และใช้เครื่องสายเพื่อเป็นตัวขับเคลื่อน ผลลัพธ์ก็คือบทบรรเลงที่ครอบคลุมทั้งเครื่องให้จังหวะอันยิ่งใหญ่โหดเหี้ยมและคณะนักร้องประสาน 80 คน พร้อมด้วยส่วนเครื่องสาย และการออกแบบเสียงดนตรี และทุกๆ อย่างที่อยู่ระหว่างนั้น”

สำหรับมิลเลอร์ ผลลัพธ์ที่ออกมาคือคำตอบอันกระจ่างแจ้ง ซึ่งเขาเรียกว่าเป็น “ข้อพิสูจน์อันยิ่งใหญ่สำหรับทีมงานทุกคนที่นำเอาสติปัญญาของตนมาใส่ลงไปในงานนี้ ผมดูหนังเรื่องนี้เป็นพันๆ ครั้งกับมาร์กาเร็ต แต่ตอนนี้ผมสามารถนั่งดูมันแบบสบายๆ ได้บ้างแล้วและปล่อยให้เรื่องราวนำพาผมไป”

“การสร้างประสบการณ์ให้ผู้ชมเป็นเป้าหมายของจอร์จมาตลอด และเป็นเหตุผลที่เขาทำงานหนักมากเพื่อทำหนังเรื่องนี้ขึ้นมา และผมก็คิดว่าเขาประสบความสำเร็จ” มิตเชลล์กล่าว

 

" Fury Road ไม่เหมือนอะไรที่ผมเคยดูมาก่อนเลย และผมก็ไม่รู้ว่าจะมีอะไรที่เหมือนหนังเรื่องนี้อีกหรือไม่ในช่วงชีวิตของเรา”

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram