Mad Max 45ปีหลังโลกล่มสลาย การกลับมาอีกครั้งของ แม็กซ์ ร็อคคาแทนสกี

Mad Max: Fury Road 45ปีหลังโลกล่มสลาย
 การกลับมาอีกครั้งของ แม็กซ์ ร็อคคาแทนสกี 

 

 

เป็นเวลา 45 ปีแล้วนับตั้งแต่โลกล่มสลายลง ไม่มีกฎหมาย ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำ และไม่มีความปราณี ใน“Mad Max: Fury Road” อารยธรรมคือความทรงจำของคนแค่ไม่กี่คน ประเทศเศรษฐกิจสำคัญของโลกเหลือเพียงฝุ่นผง เมืองตามชายฝั่งถูกลบทิ้ง และท่ามกลางสงครามแย่งชิงน้ำและน้ำมัน อาหารขาดแคลนและอากาศเป็นพิษ มนุษย์ที่เหลืออยู่ท่องไปทั่วเวสต์แลนด์ในรูปแบบชนเผ่า หรือไม่ก็ดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่ที่เชิงป้อมซิตาเดล ป้อมปราการที่มีผังเป็นระบบถ้ำและรปั๊มน้ำจากแหล่งผลิตน้ำเพียงแห่งเดียวในรัศมีหลายไมล์ ด้วยการควบคุมปัจจัยหลัก ซิตาเดลและพันธมิตร อันได้แก่ แก็สทาวน์และบุลเล็ตฟาร์ม จึงเป็นผู้ควบคุมเวสต์แลนด์

 

“เมื่อโลกพังทลาย เราต่างก็บอบช้ำในแบบของตัวเอง
คงยากที่จะรู้ว่าใครบ้ากว่ากัน…ผมหรือคนอื่นๆ”  – แม็กซ์

 

“เมื่อคุณเข้าไปยังโลกอนาคตที่ล่มสลายและเสื่อมถอยลง ก็เหมือนกลับไปยังประวัติศาสตร์ช่วงยุคกลาง” มิลเลอร์ให้ความเห็น “ผู้คนแค่ต้องการเอาชีวิตรอด ไม่มีเรื่องของเกียรติยศและมีเวลาน้อยมากที่จะมาเห็นอกเห็นใจใคร ทั้งหมดนี้นำไปสู่สมดุลที่ชัดเจนในการแบ่งลำดับชนชั้น โดยคนมีอำนาจเพียงไม่กี่คนจะอยู่เหนือคนส่วนใหญ่และอยู่เหนือศีลธรรม แล้วแม็กซ์ก็เข้ามายังโลกใบนี้เพียงเพื่อต้องการจะหลีกหนีจากปีศาจในตัวเขาเอง”
แม็กซ์ ร็อคคาแทนสกี เปิดตัวเป็นครั้งแรกในหนังภาคแรกที่มิลเลอร์สร้างขึ้นในปี 1979 และเสียงตอบรับจากทั่วโลกต่อตัวละครนี้ก็ทำให้ผู้สร้างตัวละครต้องประหลาดใจ “ผมได้ตระหนักขึ้นมาว่าผมนำตัวละครตามแบบฉบับในตำนานมาใช้โดยไม่รู้ตัว” เขากล่าว “ในญี่ปุ่น คนเรียกแม็กซ์ว่าซามูไรโรนินผู้โดดเดี่ยว ในฝรั่งเศส คนมองว่าหนังเรื่องนี้เป็น ‘คาวบอยบนรถยนต์’ และแม็กซ์ก็เหมือนนักดวลปืนผู้โดดเดี่ยว ในสแกนดิเนเวีย บางคนกล่าวว่าแม็กซ์ทำให้พวกเขานึกถึงนักรบไวกิ้งผู้รักสันโดษและออกตระเวนไปตามพื้นที่อันโหดร้าย”

ด้วยการคัดเลือกทอม ฮาร์ดีมารับบทนี้ มิลเลอร์รู้ดีว่าเขาได้พบนักแสดงที่สามารถนำความเป็นจริงที่สัมผัสได้มาสู่ตัวละครตามตำนานนี้ โดยระบุว่า “นักแสดงหลายคนอาจระวังตัวแจ แต่ก็มีบางคนที่เป็นนักรบในแง่อารมณ์ความรู้สึก และทอมก็เป็นอย่างนั้น เขาเป็นคนกล้าหาญ ผมรอให้มีคนอย่างทอมโผล่เข้ามาและรู้ว่าเขาจะพบจิตวิญญาณของแม็กซ์ภายในตัวเขาเอง”
มิลเลอร์สัมผัสได้ถึงพลังอันลื่นไหลซึ่งทำให้เขานึกถึงครั้งแรกที่ได้พบเมล กิ๊บสัน ตอนที่มิลเลอร์เลือกให้กิ๊บสันมารับบทแมด แม็กซ์เมื่อสามทศวรรษก่อน “บุคลิกอันทรงพลังจากความขัดแย้งกันในตัวเองทำให้เขาดูน่ามอง” ผู้กำกับรายนี้อธิบาย “ทอมเป็นคนที่เข้าถึงได้ง่ายแต่ก็ลึกลับ แข็งแกร่งแต่ก็เปราะบาง มีความอบอุ่นเต็มเปี่ยมแต่ก็แฝงอันตรายเอาไว้ด้วยเช่นกัน”

 

 

ฮาร์ดีอายุแค่หกสัปดาห์ตอนที่หนังภาคแรกเข้าฉาย แต่เขาก็เติบโตมาโดยรับรู้ถึงตำนานของนักสู้บนท้องถนน เมื่อเขาได้ทำความเข้าใจวิสัยทัศน์ของผู้กำกับ เขาก็ตระหนักว่าเขาไม่ได้ถูกขอให้กลับไปนำเสนอตัวละครนี้แต่เป็นการสร้างตัวละครขึ้นมาใหม่

 

“แม็กซ์ที่เมลเล่นไว้กลายเป็นตัวละครต้นแบบไปแล้ว แต่เมื่อจอร์จขอให้ผมรับบทเป็นตัวละครนี้ ผมก็ได้ร่วมงานกับเขาในการแปรสภาพแม็กซ์ให้เหมาะกับเหตุการณ์ในหนังเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องราวที่ยอดเยี่ยมและผมถือเป็นเกียรติที่ได้รับบทนี้ครับ”

 

กระนั้น ฮาร์ดีก็ยังติดต่อไปยังกิ๊บสันเพื่อขอให้เขาอวยพรให้ “เรานัดกินมื้อกลางวันกัน ซึ่งก็ดีมากครับ เขาได้ส่งคบเพลิงต่อให้ผมแล้ว”

การรับบทของฮาร์ดีทำให้ แม็กซ์ ร็อคคาแทนสกีได้ปรากฏตัวในฐานะผู้ช่ำชองในสงครามทะเลทรายซึ่งมีทักษะที่ช่วยให้เขาอยู่รอดได้โดยลำพัง หลังจากได้เรียนรู้ว่าการผูกมัดรังแต่จะนำมาซึ่งความโศกเศร้าในโลกอันโหดร้ายนี้ “แม็กซ์เป็นแค่คนที่อยากกลับบ้านแต่ไม่มีบ้านให้เขากลับ” ฮาร์ดีกล่าว “ไม่มีอะไรเลยนอกจากความเงียบ ความเจ็บปวด และการทำลายล้าง เขาอยู่ในที่ซึ่งไม่มีความเป็นมนุษย์หลงเหลืออยู่แต่เขาก็ยังคงโหยหามัน  ความสัมพันธ์มีราคาที่ต้องจ่ายในโลกใบนี้”

ในหนังเรื่องนี้ เราได้พบแม็กซ์กำลังคิดคำนึงถึงคนที่ตายไปท่ามกลางความเวิ้งว้างว่างเปล่าของที่ราบแห่งความเงียบ โดยรถอินเตอร์เซพเตอร์ซึ่งพังยับเยินและเป็นเศษซากสุดท้ายที่เหลืออยู่จากชีวิตในอดีตได้นำพาเขามา “เขาได้พบเห็นความบอบช้ำและความน่าสยดสยองมามากมาย และทุกสิ่งที่เขารักก็จากไปหมด” ฮาร์ดีกล่าว “แต่ถึงแม้ว่าชีวิตของเขาไม่ควรค่าแก่การอยู่ต่อไปในหลายๆ แง่ แต่เขาก็ยังปฏิเสธความตาย เขายังไม่พร้อมที่จะตายจนกว่าเขาจะได้มอบความยุติธรรมให้ทุกสิ่งที่ถูกพรากไปจากเขา”” เรื่องราวสุดหฤโหดจึงเริ่มต้นขึ้น 

 

♦ เช็ครอบและจองตั๋วได้เลยที่นี่
http://www.majorcineplex.com/movie/mad-max-fury-road

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram