เพราะบ้านคือโลเกชั่นที่ดีที่สุด กับความหมายที่ซ่อนไว้ในFast&Furious 7

เพราะบ้านคือโลเกชั่นที่ดีที่สุด กับความหมาย
ที่ซ่อนไว้ใน Fast&Furious 7 

 

 

หลังจากใช้ชีวิตแบบนักโทษหนีคดีมาหลายปี ในที่สุด พวกเขาก็ได้กลับลอสแองเจลิส แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยค่าตอบแทนแสนแพง การสูญเสียจิเซล (แกล กาโดท์) และความลำบากของเล็ตตี้ในการประสานปัจจุบันของเธอกับอดีตที่พร่าเลือน ส่งผลกระทบต่อพวกเขาอย่างมาก 

การกลับแอลเอ ที่ซึ่งทุกอย่างเริ่มต้นขึ้น เป็นสิ่งที่ทีมนักแสดงต้องการพอๆ กับตัวละครบนหน้าจอของพวกเขา แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้น มันเป็นเรื่องจำเป็นที่พวกเขาจะต้องกลับไปเยือนโลเกชันที่เป็นที่จดจำอย่างบ้านทอร์เร็ตโต้ ด้านนอกของด็อดจ์เจอร์ สเตเดียม ท้องถนนที่ว่างเปล่ายามค่ำคืนทางตะวันออกของย่านดาวน์ทาวน์ และทะเลทรายร้อนระอุสำหรับการแข่งรถแบบใต้ดิน การที่ดอม, ไบรอัน, เล็ตตี้และไมอาได้กลับบ้านที่ลอสแองเจลิสเป็นสิ่งที่ดีเซลพูดถึงว่าเป็น “การกดปุ่มรีเซ็ท” สำหรับพวกเขาที่เริ่มต้นการผจญภัยบนท้องถนน นครแห่งนางฟ้าแห่งนี้เป็นสถานที่สำคัญของพวกเขา และการกลับมาก็เป็นการจุดประกายเรื่องราวของพวกเขาใหม่อีกครั้ง เหมือนกับที่มันเคยทำในภาคหนึ่งถึงภาคสี่ และมาถึงภาคเจ็ดของแฟรนไชส์นี้ มันเป็นการรำลึกถึงความหลังที่หวานปนขมสำหรับดีเซลเมื่อแอลเอกลายเป็นแบ็คดร็อปของเรื่องราวอีกครั้งหนึ่ง

นักแสดงหนุ่มอธิบายถึงความสำคัญของการเน้นย้ำถึงประวัติศาสตร์ของภาพยนตร์เรื่องนี้ว่า “เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักที่คนในฮอลลีวูดจะได้แสดงซีเควลและได้กลับมาสู่โลเกชันเดิมหลายครั้ง การกลับไปลอสแองเจลิสเพื่อถ่ายทำที่โลเกชันเก่าๆ พวกนั้นพิสูจน์ให้เห็นว่าดอม, ไบรอัน, เล็ตตี้และไมอาสามรถกลับบ้านได้ และมันก็ให้ความรู้สึกที่ทรงพลังในการได้ทำแบบนี้ในภาคเจ็ด เพราะมันได้ร้อยเรียงทั้งแฟรนไชส์นี้เข้าด้วยกันอย่างลงตัว มันเริ่มต้นที่นี่ และมันก็จบลงที่นี่ โดยมีแอลเอเป็นแบ็คดร็อป ผมภูมิใจกับยูนิเวอร์แซล ที่ทำให้แน่ใจว่าเราจะนำเสนอมันออกมาอย่างเหมาะสมครับ”    บางที โลเกชัน Fast ที่เป็นที่รู้จักดีที่สุดก็คือบ้านของครอบครัวทอร์เร็ตโต้ ซึ่งเป็นเหมือนหัวใจที่ร้อยเรียงเนื้อเรื่องต่างๆ ของแฟรนไชส์ไว้ด้วยกัน สำหรับ Fast & Furious 7 บ้านหลังนี้ได้พบกับจุดจบเมื่อการจู่โจมของชอว์ทำให้ดอม, ไมอา, ไบรอันและแจ็คตกอยู่ในอันตราย มันเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าสะเทือนใจสำหรับดอม ที่กระตุ้นให้เขาเริ่มเคลื่อนไหว

หลังจากภาคแรก บ้านหลังนี้ก็ได้ปรากฏตัวในระยะเวลาสั้นๆ ใน Fast & Furious และ Fast & Furious 6 ผ่านมากว่าสิบปีและเจ้าของบ้านหลายคน บ้านเอโค ปาร์คก็จะกลายเป็นสถานที่ถ่ายทำสำคัญอีกครั้งหนึ่ง และก็จะต้องมีการสร้างโรงรถของดอม ซึ่งเป็นที่พักพิงใจสำหรับเขา ที่ด้านหลังของบ้านอีกครั้งหนึ่ง โครงสร้างเดิมถูกเจ้าของบ้านคนเก่ารื้อถอนไปแล้ว ซึ่งหมายถึงทีมงานจะต้องประกอบฉากนี้ขึ้นมาอีกครั้งจากชิ้นส่วนที่สตูดิโอเก็บไว้หลังจากถ่ายทำ Fast & Furious โชคดีที่ภายในบ้านยังคงเหมือนเดิมเป็นส่วนใหญ่

 

 

บรูว์สเตอร์กล่าวว่า “ในฐานะนักแสดง สิ่งที่สนุกเกี่ยวกับการถ่ายทำที่บ้านหลังนั้นอีกครั้งคือการได้กลับเห็นว่าละแวกนั้นเปลี่ยนแปลงไปมากแค่ไหน แต่คุณก็จะได้เห็นว่าตลาดครอบครัวทอร์เร็ตโต้ยังคงอยู่ตรงถนนนั้น...หรือการเข้าไปบ้านหลังนั้นแล้วความทรงจำก็หลั่งไหลออกมา การถ่ายทำที่บ้านทอร์เร็ตโต้เหมือนกับการรื้อฟื้นความหลังค่ะ มันเป็นเรื่องพิเศษสุดมากที่ได้ทำแบบนั้นในโลเกชันจริงๆ มันเป็นอะไรที่บริสุทธิ์มากๆ ค่ะ”
เช่นเดียวกับ Fast สามภาคทีผ่านมา ไม่ว่าบทภาพยนตร์ของมอร์แกนจะพาพวกเขาไปยังสถานที่ไกลเพียงไหน ทีมงานและนักแสดงก็มักจะกลับบ้านเพื่อใช้เวลาช่วงสุดท้ายของการถ่ายทำทางตอนใต้ของแคลิฟอร์เนีย Fast & Furious 7 ก็ไม่ต่างกัน เมื่อดีเซลและโรดริเกซใช้เวลาวันสุดท้ายของการถ่ายทำไปกับการซิ่งรถไปตามถนนสายชนบท

 สิ่งที่พิสูจน์ถึงธีมที่สำคัญที่สุดของเรื่องอย่างสายสัมพันธ์ของครอบครัวในแฟรนไชส์ Fast & Furious ได้ดีที่สุดได้ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเรียบง่ายที่สุดในตอนที่แสงอาทิตย์เริ่มดับลงในภาคเจ็ด ดอมและลูกทีมได้ตัดสินใจเพื่อสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับครอบครัว ดีเซลสรุปว่า “ตอนที่คุณดู Fast & Furious 7 คุณจะได้เห็นว่าธีมที่ถูกริเริ่มหรือบ่มเพาะเอาไว้ในภาคก่อนๆ ได้เวียนมาบรรจบครบรอบในภาคนี้ ในหลายๆ แง่มุม สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือครอบครัวของเรานี่แหละครับ”

 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram