12 หนังเพลง (มิวสิคัล) เพลงเพราะและยอดเยี่ยมตลอดกาล ก่อนไปสนุกกับ Mamma Mia 2

• Mamma Mia  เรื่องราวของโซเฟีย หญิงสาวที่กำลังจะแต่งงานแต่ต้องการให้พ่อของเธอมาทำพิธีส่งเธอเข้าโบสถ์ แต่ประเด็นคือเธอไม่รู้ว่าใครคือพ่อของเธอ ทำให้เโซเฟียต้องเปิดไดอารี่ของแม่และค้นพบว่า แม่ของเธอมีอะไรกับผู้ชายสามคน และ ชายสามคนก็มีสิทธิ์ที่จะเป็นพ่อของเธอ  โซเฟียจึงส่งการ์ดเชิญให้พวกเขาทั้งสามมางานแต่ง ความสับสนอลหม่านสนุกจนบ้านจะแตกก็เริ่มขึ้น
 

ความเด่นของ Mamma Mia !! ไม่ใช่เฉพาะพล๊อตเรื่องที่สนุกแต่รวมไปถึงบทเพลงที่จะชวนให้คนดูต้องอยากลุกขึ้นเต้นทุกครั้ง นอกจากนี้เพลงบางเพลงยังให้กำลังใจ ซึ้ง เศร้า รวมถึง สดใสมีชีวิตชีวา เช่น Take a chance, Dancing Queen , The winner take it all, Mamma Mia, Our last summer ซึ่งในปีนี้ Mamma Mia มีภาคต่อในชื่อ mamma mia here we go again กำหนดฉาย 19 กรกฎาคมนี้ 

 

•  Dreamgirls เรื่องราวของสามสาวผิวสีที่หมายมั่นจะเข้าวงการเพลง ฝ่าฟันอุปสรรคและการหักหลังของพวกพ้องเพื่อให้ตัวเองเปล่งประกายเฉิดฉายบนเวที ตัวหนังได้ บียอนเซ่ และ เจนนิเฟอร์ ฮัดสันมารับบทหนัง โดยดรีมเกิร์ลส มีเพลงเด่นๆที่สร้างความประทับใจให้คนดูทั่วโลกอย่าง One night only, And I Am Telling You I'm Not Going

 

• Chicago เรื่องราวของร็อกซี่ ฮาร์ท ที่ตกเป็นผู้ต้องหาฐานฆ่าคนตาย เธอพยายามปรึกษากับทนายความและใช้ช่องทางทางกฎหมายเพื่อให้รอดจากโทษประหาร ความสนุกของหนังเพลงเรื่องนี้คือบทเพลงแจ๊ส แทงโก้ และการเล่าประเด็นเสียดสีสังคมอเมริกาได้อย่างเจ็บแสบ ฉากที่หลายคนชื่นชอบคงจะหนีไม่พ้น Cell Block Tango ที่นักโทษสาวแต่ละคนออกมาเล่าข้อหาที่เธอเคยทำและแน่นอนพวกเธอไม่ใช่คนผิด 

 

• Singin'  in the rain ภาพยนตร์เพลงในปี 1952 ขึ้นแท่นเป็นหนังแนวมิวสิคัลในดวงใจของคนทั่วโลกจากการแสดงของ Gene Kelly ,Donald O'Connor, Debbie Reynolds เรื่องราวความรักระหว่างนักแสดงหนุ่มกับสาวนักเต้นที่มีเสียงเพลงเป็นตัวดำเนินเรื่องด้วยท่วงทำนองที่สนุกสนาน โดยฉากคลาสสิคหนึ่งที่กลายเป็นฉากระดับตำนานของโลกภาพยนตร์ไปแล้ว คือ ฉากที่พระเอกยืนร้องเพลงท่ามกลางสายฝนพร้อมกับโหนเสาไฟ วาดลวดลายบนน้ำขังอย่างร่าเริง 

 

• West Side Story ภาพยนตร์เพลงในปี 1961 เป็นการนำโรมิโอ แอนด์ จูเลียต มาบอกเล่าในสไตล์อเมริกา  ความรักของหนุ่มสาวที่อยู่ในกลุ่มซึ่งเป็นศัตรูกัน ฉากสุดคลาสสิคของเรื่องนี้คือตอนที่พระเอกปีนขึ้นไประเบียงห้องของนางเอกแล้วร้องเพลงรักพร้อมกัน รวมถึงฉากจบที่แสนสะเทือนใจ 

 

• the sound of music ภาพยนตร์เพลงในปี 1965 สร้างจากมิวสิคัลของ  Richard Rodgers & Oscar Hammerstein II เรื่องจริงของครอบครัวกัปตันวอนทรัปป์ ที่ต้องอพยพภัยนาซีจากออสเตรียไปสู่แผ่นดินใหม่ โดยมี มาเรีย แม่ชีที่ถูกส่งมาเป็นพี่เลี้ยงเด็ก 7 คนของกัปตัน หนังเรื่องนี้มีความสนุกตรงบทเพลงที่ดำเนินเรื่อง ในส่วนท้ายของหนังยังแทรกเรื่องสงครามและสำนึกรักบ้านเกิดด้วย ฉากคลาสสิคของ the sound of music คือฉากที่ จูลี่ แอนดรูว์  ร้องเพลงหมุนตัวท่ามกลางทุ่งหญ้าของขุนเขาแอลป์ 

 

• The Wizard of Oz ภาพยนตร์เพลงแนวแฟนตาซีในปี 1939 จากผลงานการกำกับของ Victor Fleming ถือว่าเป็นหนังเพลงแฟนตาซียุคแรกๆที่สร้างความประทับใจให้กับคนดูทั่วโลก ซึ่งมีบทเพลงที่โด่งดังมาถึงทุกวันนี้คือ Somewhere Over the Rainbow ขับร้อง Judy Garland 

 

• Hedwig and the Angry Inch ภาพยนตร์เพลงในปี 2001 เป็นหนังเพลงแกลมร็อคที่เล่าเรื่องเพศผ่านเสียงเพลงได้อย่างจัดจ้านและประเด็นให้ตีความในแง่มุมของความรักบนความแตกต่าง การตามหาครึ่งหนึ่งที่หายไป รวมถึงเพศสภาพบนความเปลี่ยนแปลงของทัศนคติผู้คน โดย     John Cameron Mitchell เป็นผู้กำกับ เขียนบท และแสดง เป็นตัวละครนำของเรื่องที่ชื่อ เฮดวิก  หนังคว้ารางวัลในเทศกาลหนังทั่วโลก  

 

• RENT ภาพยนตร์เพลงในปี 2005 จากละครเวทีสุดโด่งดังของ โจนาธาน ลาร์สัน เรื่องราวที่สะท้อนสังคมที่เต็มไปด้วยความแออัด โรคร้าย ความหลากหลายทางเพศในมหานครนิวยอร์ค สอดแทรก ปรัชญาชีวิต และการอยู่กับปัจจุบัน มีเพลงนำภาพยนตร์ที่ไพเราะมาก คือ Season of love 

 

• The Phantom of the Opera  หนังเพลงในปี 2004 สร้างมิวสิคัลระดับตำนานของโลก ผลงานสร้างโดย แอนดรูว์ ลอยด์ เว็บเบอร์ ซึ่งเป็นผู้สร้างละครเวทีด้วย ความโดดเด่นของมิวสิคัลเรื่องนี้คือการผสมผสานบทเพลงของคลาสสิค โอเปร่า ร็อค และมิวสิคัลเข้าด้วยกันผ่านเรื่องราวโศกนาฏกรรม และงานฉากที่อลังการมากถึงมากที่สุด เหมือนพาเราหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง  เพลงติดหูคือ Music of the night , Phantom of the opera ,think of me แม้เวอร์ชั่นหนังจะได้รับกระแสในแง่ลบก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นงานสร้างหนังมิวสิคัลที่น่าจดจำอีกเรื่องหนึ่งในวงการภาพยนตร์ 

 

• Once ภาพยนตร์ปี 2007  เคล้าบรรยากาศเสียงกีต้าร์และเปียโน ผ่านเรื่องราวมิตรภาพที่สัมผัสได้ว่ามันคือความรัก เดินเรื่องบนคนสองคนที่ในเรื่องไม่ได้เผยแม้แต่ชื่อตัวละครเอกทั้งสอง ความฝัน ความขมขื่นจากความรักครั้งเก่า อดีตที่ฝังใจ ความเงียบงันของสังคมและฐานะ  ความโด่งดังของ Once ถูกนำไปสร้างต่อบนละครเพลง จนสามารถคว้ารางวัลโทนีอวอร์ดสูงสุดถึง 8 รางวัล

 

• Les Miserables   มิวสิคัลที่เล่นต่อเนื่องยาวนานที่สุดในโลก ถือเป็นละครเวทีอันดับ 1  ของโลก ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์เพลงในปี 2012  หนังสะท้อนจิตใจมนุษย์ ความยุติธรรมของสังคม และโลกในยุคปฏิวัติ   โดยเพลงเด่นของ Les Mis คือ i dream a dreamed, On my own , Bring him home และ Do you hear the people sing ซึ่งเพลงหลังได้กลายเป็นเพลงสัญลักษณ์ของขบวนการปฏิวัติทั่วโลก

 

 • LA LA LAND   เป็นการวิ่งตามความฝันของสองตัวละคร มีอา รับบทโดย เอ็มม่า สโตน สาวผู้ใฝ่ฝันอยากเป็นนักแสดง เธอเพียรไปเข้าออดิชั่นในทุกเวทีที่เปิดโอกาส แม้จะผิดหวังบ้าง พลาดบ้างแต่เธอไม่เคยย่อท้อ และ เซบาสเตียน รับบทโดย ไรอัน กอสลิ่ง หนุ่มนักเปียโนที่ฝันอยากจะมีบาร์แจ๊สแบบดั้งเดิม เล่นแจ๊สเพียวๆเพื่อรักษาตำนานของเสียงเพลงไว้ เมื่อสองเส้นของคนที่มีความฝันมาบรรจบกันเกิดเป็นความรักและร่วมกันสานฝัน เคล้าคลองานภาพ เสียงเพลงและบรรยากาศสุดโรแมนติก ทำให้คนดูต่างเคลิบเคลิ้มไปกับการตามฝันในครั้งนี้ 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram