รีวิว Kubo and the Two Strings แอนิเมชั่นสอนผู้ใหญ่ที่มาพร้อมภาพอันล้ำค่าและเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ

Kubo and the Two Strings
แอนิเมชั่นสอนผู้ใหญ่ที่มาพร้อม
ภาพอันล้ำค่าและเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณ
BY FEEDMYBRAIN

 

 

ผลงานสต็อปโมชั่นเรื่องล่าสุดของ Laika ผู้สร้างแอนิเมชั่นสายดาร์คอย่าง Coraline กลับมาผงาดฝีมือและโชว์ทักษะของการ “เล่าเรื่องราว” อีกครั้งผ่านแอนิเมชั่นที่งามล้ำลึกและสวยในทุก ๆ ด้านอย่าง Kubo and the Two Strings ซึ่งนี่ถือเป็นแอนิเมชั่นที่ปรับโทนให้สดใสขึ้นจากคราว Coraline พร้อมกับสอดแทรกวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่สุดแสนละเมียดละไมลงไป และผสานเข้ากับการผจญภัยสุดฮาได้อย่างลงตัว ดูจบปุ๊บบอกได้เลยว่า Kubo and the Two Strings จะต้องเป็นแอนิเมชั่นที่มีสิทธิ์ก้าวสู่เวทีออสการ์ปีนี้อย่างแน่นอน!

Kubo and the Two Strings หรือ คูโบ้และพิณมหัศจรรย์ เล่าเรื่องราวของ คูโบ้ (อาร์ต พาร์คินสัน) เด็กน้อยชาวญี่ปุ่นที่กำพร้าพ่อและอาศัยอยู่กับแม่ที่มีร่างกายอ่อนแอ เขาเลี้ยงชีพด้วยการเป็นนักเล่าเรื่องราวริมถนน พร้อมกับอาศัยความสามารถยามที่เขาดีดพิณเพื่อสร้างความสนุกสนานให้กับเหล่าคนดู แต่แล้ววันหนึ่งเหตุการณ์ร้ายก็มาเยือน เมื่อคูโบ้ผิดสัญญากับแม่ และบังเอิญอยู่ข้างนอกในยามวิกาล ทำให้อดีตอันร้ายกาจของเขากลับมาล้างแค้น คูโบ้ต้องหนีเอาชีวิตรอด และออกเดินทางไปพร้อมกับลิง (ชาร์ลิซ เธอรอน) และด้วงยักษ์ (แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์) เพื่อตามหาของสำคัญที่เคยเป็นของพ่อเขาและไขปริศนาความลับของครอบครัวของเขาให้ได้

 

 

แอนิเมชั่นเรื่องนี้ควรมอบคำว่า “ล้ำค่า” ให้อย่างที่สุด เพราะนอกจากจะเต็มไปด้วยความงดงามทางด้านภาพที่อาศัย Texture ของกระดาษมาสร้างสรรค์เรื่องราวทั้งหมดนี้ขึ้นแล้ว ตัวแอนิเมชั่นยังเปี่ยมไปด้วย “มนต์ขลัง” ของวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่ช่างมีจิตวิญญาณและทำให้หัวใจพองโตอย่างมากทีเดียว ด้วยความที่ Kubo and the Two Strings คือเรื่องราวที่เกิดขึ้นยังอาณาจักรญี่ปุ่นโบราณ สิ่งที่น่าทึ่งอย่างแรกคือ การมองวัฒนธรรมฝั่งเอเชียของฝรั่งที่สัมผัสได้ว่า แอนิเมชั่นซึมลึกถึง “แก่นแท้” ของความเป็นญี่ปุ่น แต่ในขณะเดียวกัน ก็ยังแฝงกลิ่นอายของฝั่งตะวันตก ใส่ความสนุกสนานลงไปในสไตล์การเล่าเรื่องด้วย Kubo and the Two Strings จึงเป็นแอนิเมชั่นที่เปรียบเสมือนการหลอมรวมวัฒนธรรมของทั้งสองฝั่งได้อย่างน่าประทับใจที่สุด

 

 

สิ่งที่น่าทึ่งต่อมาคือ การเนรมิตโลกของ Kubo and the Two Strings โดยใช้เทคนิคสต็อปโมชั่นที่ต้องถ่ายทำทีละช็อต เพื่อเอาเรียงต่อกันจนมีความยาวพอทำเป็นแอนิเมชั่นขนาดยาวได้ บวกกับการออกแบบฉากหลังของเรื่องที่เปี่ยมด้วยความวิจิตรงดงาม โดยอาศัยทั้งเทคนิคการพับกระดาษของญี่ปุ่นอย่าง “โอริกามิ” มาเป็นส่วนหนึ่งในการเล่าเรื่อง การใส่ Texture กระดาษลงไปในทุกตัวละคร รวมไปถึงการใส่สีสันที่สวยงามในทุก ๆ ช็อต ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความใส่ใจและความพิถีพิถันในการใส่ชีวิตให้กับตัวละครแต่ละตัว การสร้างโลกนี้ให้น่าเชื่อถือ พร้อมกับทำให้มันเป็น “ภาพความทรงจำ” ที่สวยงามที่สุด สอดคล้องกับประเด็นหลักที่ตัวแอนิเมชั่นเองต้องการจะสื่อด้วย

 

 

สิ่งที่น่าทึ่งอย่างที่สามก็คือ ประเด็นของเรื่อง โดยแอนิเมชั่นพยายามสะท้อน “การเล่าเรื่อง” อย่างมีความหมาย โดยให้ตัวเอกเป็นนักเล่าเรื่อง และเมื่อใดที่ใจของเขาเชื่อในสิ่งที่เล่า เชื่อในสิ่งที่คิดแล้ว มันก็กลายมาเป็นพลังอันมหาศาลที่สามารถเปลี่ยนแปลงมุมมองในการมองโลกของทั้งตัวเองและของคนอื่นได้มากทีเดียว “การเล่าเรื่อง” สามารถทำให้คนเรามีความหวัง และสนุกกับชีวิตได้มากขึ้น แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากเราใช้พลังนั้นในทางด้านลบ มันก็จะส่งผลร้ายอันใหญ่หลวงได้เช่นกัน เพราะมนุษย์เราสามารถจะเปลี่ยนเป็นอะไรก็ได้ อยู่ที่ “ใจ” เชื่อในสิ่งที่เล่า สิ่งที่คนอื่นเล่าหรือไม่นั่นเอง และจากการเชื่อตรงนั้นก็จะนำไปสู่การปฏิบัติตัวต่อไปในอนาคตข้างหน้าด้วย และที่สำคัญไปกว่านั้นคือ เรื่องราวที่ว่านั้นเกิดขึ้นภายในครอบครัวด้วย
 

 

 

นอกจากนี้ Kubo and the Two Strings ยังเป็นแอนิเมชั่นที่อัดแน่นฉากบู๊ ฉากต่อสู้ได้อย่างสวยงามด้วย การเนรมิตการเคลื่อนไหวของทั้งป้าจ๋อและด้วงยักษ์ รวมถึงตัวคูโบ้และวายร้ายต่าง ๆ มีท่วงท่าที่สวยงามมาก บอกเลยว่าถึงจะเป็นแอนิเมชั่นแต่สเกลงานนั้นระดับยักษ์และเทียบได้กับฉากแอคชั่นดี ๆ ของหนังแอคชั่นสุดมันส์เรื่องหนึ่งได้เลย และเมื่อรวมกับองค์ประกอบอื่นที่ปรากฏในแอนิเมชั่น โดยเฉพาะประเด็นครอบครัวนั้น เราการันตีได้เลยว่า Kubo and the Two strings จะต้องเข้าถึงเวทีออสการ์และเวทีระดับยักษ์อีกหลายเวทีแน่นอน และเราขอลุ้นให้แอนิเมชั่นเรื่องนี้ สามารถคว้ารางวัลใหญ่พวกนั้นไปได้ด้วย

Kubo and the Two Strings เปิดรอบพิเศษ 1 – 7 ก.ย. 2559 รอบ 20.00 น.เป็นต้นไป
ฉายจริง 8 ก.ย.นี้ในโรงภาพยนตร์ 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram