Kidnap ภัยในหนังสู่ชีวิตจริง เปิดข้อมูลเด็กหายในสังคมไทย

Kidnap  ภัยในหนังสู่ชีวิตจริง
เปิดข้อมูลเด็กหายในสังคมไทย

 

 

Kidnap ภาพยนตร์สุดระทึกเกี่ยวกับเหตุการณ์แม่คนหนึ่งที่ต้องไล่ล่าตามตัวคนร้ายที่ลักพาตัวลูกชายของเธอ ท่ามกลางเนื้อเรื่องแบบเข้าใจง่ายแต่จังหวะของหนังชวนบีบคั้นคนดูและตั้งคำถามกับคนเป็นพ่อแม่ทุกคนว่า ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบในหนังเราจะต้องรับมืออย่างไร? สิ่งนี้เป็นอีกประเด็นที่คนดูต้องตระหนัก เพราะเหตุลักพาตัวเด็ก-กรณีคนหายอย่างไร้ร่องรอยเกิดขึ้นบ่อยครั้ง  หลายกรณีเป็นข่าวดัง มีการตามหาในทุกสื่อแต่แล้วก็เงียบหายไป จนสุดท้ายจบลงที่การรอคอยอย่างมีความหวัง  วันนี้เราขอพาทุกคนย้อนหนังแล้วมาดูชีวิตจริง   เปิดข้อมูลคนหายที่เกิดขึ้นในสังคมไทย

 

 

จากข้อมูลในเว็บไซต์ ศูนย์ข้อมูลคนหายเพื่อการต่อต้านการค้ามนุษย์ WWW.BACKTOHOME.ORG พบว่ามี สถิติผู้สูญหายทั้งหมด   6551 คน ซึ่งในจำนวนนั้นรวมถึง ข้อมูลของปี 2560 ที่มีจำนวนผู้สูญหาย   807 คน แบ่งเป็น ชาย 415 คน และ หญิง 392 คน หากแยกประเภทการหายจะพบว่าสาเหตุการหายตัวสองอันดับแรกคือ สมัครใจหนีออกจากบ้านและขาดการติดต่อ 

 

 

ในขณะที่จำนวนคนหายเพิ่มมากขึ้น บนโลกออนไลน์ได้มีการจัดแคมเปญ คนหน้าเหมือน โดยเลือกนักแสดงและคนดังมาเทียบกับคนหาย เช่น เอ๋ มณีรัตน์ เทียบกับใบหน้าของน้องจีจี้  หรือ  ด.ญ.จีรภัทร ทองชุม  ที่หายไปตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553  ขณะนั้นอายุ 9 ขวบ ซึ่งจากการนำเสนอข่าวคาดว่าน้องจีจี้ ถูกลักพาตัวไป มีการแชร์ภาพใบหน้าจำลองของน้องจีจี้ ณ ช่วงเวลาปัจจุบันว่า หากน้องจีจี้โตขึ้นเป็นวัยรุ่น ใบหน้าจะเป็นอย่างไรและมีการแชร์ตามหาผ่านสังคมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง

 

 

 ศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา @Thaimissing ได้เปิดแฟนเพจให้แจ้งข้อมูลคนหายและเบาะแสผ่านทางกล่องข้อความ รวมถึงได้แจ้งข้อควรปฏิบัติ 10 เรื่องต้องห้าม "เมื่อลูกถูกลักพาตัว"  ดังนี้ 
 
1.อย่ารอให้หายไปครบ 24 ชม.ถึงจะไปแจ้งความ ให้ไปแจ้งความได้ทันทีที่ทราบเหตุ
2.อย่าลืมนำรูปถ่ายปัจจุบันที่ชัดเจนของเด็กหายไป และนำพยานที่เห็นเหตุการณ์ ไปแจ้งความคนหายที่โรงพักด้วย
3.อย่าเพิ่งประกาศออกสื่อ จนกว่าจะแน่ใจว่าแนวทางการสืบสวนของตำรวจไม่คืบหน้า และควรบอกตำรวจด้วยว่าจะใช้วิธีการนี้
4.อย่าให้หมายเลขโทรศัพท์ของครอบครัวในประกาศ ควรให้เบอร์ของตำรวจหรือหน่วยงานที่รับแจ้งเรื่องไป ให้ช่วยคัดกรองเบาะแส
5.อย่าตั้งรางวัลไว้ในประกาศ เพราะมิจฉาชีพ หรือผู้ไม่หวังดี จะโทรมาแจ้งเบาะแสเท็จ เพื่อหวังเงินรางวัล
6.อย่าไปพึ่งหมอดูหรือวิธีทางไสยศาสตร์ เพราะนอกจากเสียเวลาแล้วยังเสียเงินโดยใช่เหตุ
7.อย่าเกรงใจตำรวจหรือหน่วยงานที่รับเรื่อง ในการไปติดตามเรื่อง เป็นสิทธิของผู้แจ้งในการติดตามเรื่องได้เสมอ
8.อย่าฟังคำพูดคนอื่นที่บั่นทอนกำลังใจ เช่นเด็กอาจถูกจับไปตัดแขนตัดขาหรืออาจถูกจับไปขายต่างประเทศ เพราะไม่เป็นความจริิง
9.อย่าอดข้าว หรืออย่าอดนอน ให้กินและนอนตามปกติ เพื่อให้มีกำลังกายและกำลังใจในการออกติดตามหาลูก
10.อย่าสิ้นหวัง อย่าหมดกำลังใจ เราในฐานะคนทำงานด้านนี้เชื่อว่า เด็กทุกคนปลอดภัยและมีโอกาสได้กลับบ้าน


 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram