ต้นกำเนิดความสยองของ Doctor Sleep อีกนิยายจากสตีิเฟ่น คิง ที่หลอนหนักกว่า IT

 

Advance Ticket

Doctor Sleep

 

แทบจะไม่เคยเห็นเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวที่อยู่ในยุคร่วมสมัย ซึ่งมีความน่ากลัวหรือดูเหมือนกับครอบครัวทอร์แรนซ์ที่ประกอบไปด้วยพ่อ แม่ และลูก ตัวละครสำคัญในนิยายตอนที่ 3 ของสตีเฟ่น คิง เรื่อง The Shining. เรื่องราวต้นฉบับตีพิมพ์เมื่อปี 1977 หนังสือมียอดขายมากกว่า 1 ล้านก็อปปี้ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวการต่อสู้ของตัวผู้แต่งเอง ในช่วงกลางดึกที่น่ากลัวเมื่อคิงต้องอยู่ในห้องหมายเลข 217 ในโรงแรมสแตนลีย์เมืองโคโลราโด เรื่องราวของแจ็ค เว็นดี้ และแดนนี่  ทอร์แรนซ์เป็นผลงานหนึ่งที่มีความเป็นส่วนตัวของคิงมาก ซึ่งไม่ได้มีความน่ากลัวจากสัตว์ประหลาดที่อยู่รอบตัวเรา แต่เป็นปีศาจในชีวิตจริงที่ฝังลึกอยู่ในตัวพวกเราเองต่างหาก

 

36 ปีต่อมา คิงได้ตีพิมพ์นิยายภาคต่อของเขาที่มีชื่อว่า Doctor Sleep ซึ่งเป็นเรื่องราวของแดน ทอร์แรนซ์ แม้ว่าในเรื่องจะมีทั้งการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวความสยองและความน่าสงสัย แต่ The Shining ก็ได้พาผู้อ่านออกไปผจญภัยผ่านเหตุการณ์เลวร้ายจากการติดยาเสพย์ติด ส่วนเรื่อง Doctor Sleep จะพาพวกเขากลับไปหาหนทางสว่างอย่างมนุษย์ปกติ มีเรื่องราวของการยอมเสียสละและการไถ่บาปในสิ่งที่เคยทำไว้     

 

ผลงานดัดแปลงของสแตนลีย์ คูบริคปี 1980 เรื่อง The Shining ได้รับคำชมในวงกว้างว่าเป็นหนังสยองยอดเยี่ยมเรื่องหนึ่งตลอดกาล และเป็นตัวอย่างหนึ่งของการผสมผสานระหว่างถ้อยคำของผู้แต่งกับจินตนาการของผู้สร้างภาพยนตร์ โดยภาพยนตร์ของคูบริคอาศัยความสร้างสรรค์จากองค์ประกอบต่างๆ ที่อยู่ในเรื่อง รวมถึงบทสรุปของโรงแรมโอเวอร์ลุคไปพร้อมกับมุมมองต่างๆ ของตัวละครแจ็ค ทอร์แรนซ์ แต่ในท้ายที่สุดทั้งจินตนาการของคิงและคูบริคเกี่ยวกับแจ็คที่ต้องเสียความเป็นตัวของตัวเอง และกลับมามีชีวิตปกติหลังจากที่มีการใช้ยาเสพย์ติดทำให้ทั้งคู่ต่างเกิดความสร้างสรรค์อย่างโดดเด่นขึ้นมา

 

Doctor Sleep

 

ผู้สร้างฯ ไมค์ ฟลานาแกนประกาศชัดเจนว่าตัวเองเป็นแฟนผลงานของคิงตั้งแต่ตอนอยู่เกรด 5 ตอนที่เขาเลือกหนังสือของผู้แต่งเล่มแรก ฟลานาแกนเล่าให้ฟังว่า “ตอนนั้นผมยังเด็กมาก แต่เด็กผู้ชายก็เริ่มอ่านหนังสือพวกนั้น แต่ละเล่มทำให้ผมกลัวอย่างที่ไม่เคยกลัวอะไรมาก่อน และทำให้ผมมองโลกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ผมเลยเริ่มประสบการณ์นี้จากอิทธิพลที่ได้มาจากงานเขียนของคิง คือในฐานะของเด็กขี้กลัวคนหนึ่ง การอ่านเรื่องราวของเขาได้สอนให้ผมมีความกล้าหาญขึ้นมาได้ในช่วงเวลาสั้นๆ จนกลายเป็นบททดสอบของตัวละคร ผมกลายเป็นหนอนหนังสือและพยายามหาแนวทางของตัวเอง แต่ในการทำงานเวลาที่มีคนจ้างให้ผมสร้างหนัง มันก็ยังทำให้ผมรู้สึกหวั่นใจอยู่เหมือนเดิม”

 

ผู้สร้างฯ ยังจำได้อีกว่าหลายปีหลังจากนั้นตอนที่เขาอยู่ในร้านหนังสือเพื่อหาหนังสือของเขา Doctor Sleep ในวันแรกก็ไม่สามารถหานิยายเล่มนั้นได้แล้ว “จากการหยิบยกเรื่องราวในมุมมองของคิงขึ้นมา และตัดสิ่งที่คูบริคได้เปลี่ยนแปลงไว้ในหนังเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตของครอบครัวทอร์แรนซ์ มันเหมือนกับเรื่องราวที่น่าสนใจอย่างหยุดไม่ได้ของผู้อ่านคนหนึ่ง สิ่งที่คูบริคได้สร้างสรรค์เอาไว้ในเรื่องราวได้กลายเป็นสิ่งที่มีเอกลักษณ์ ได้กลายเป็นจุดกำเนิดของกระแสนิยมในโลกภาพยนตร์ และเป็นการอ่านนิยายเรื่องนี้โดยตัดเรื่องนั้นทิ้งไปพร้อมกับพาเราไปพบความตื่นเต้นอีกแบบหนึ่ง

 

  “Doctor Sleep ได้ย้อนกลับไปหาหลายเรื่องราว ตั้งแต่ที่นิยายเรื่อง The Shining ไม่มีการสร้างเป็นหนัง” ฟลานาแกนเล่าต่อว่า “มีความสนใจเรื่องการติดยาเป็นพิเศษในระดับของคิง พร้อมกับเรื่องราวของการไถ่บาป ความประทับใจแรกของผมคือ ‘ผมรักเรื่องนี้จัง’ ผมรักตัวละครทั้ง 3 คือแดน แอบรา และโรส เดอะ แฮท ผมรักความแตกต่างระหว่าง The Shining กับ Doctor Sleep ที่มีทั้งเรื่องการติดยาและการกลับมาสู่สภาพปกติ เขาเก็บรายละเอียดหลายอย่างที่น่าสนใจตั้งแต่หนังสือเล่มแรก และทำให้มีพัฒนาการในรูปแบบที่มีความแปลกใหม่

 

Doctor Sleep

 

 “มีส่วนหนึ่งที่ผมยืนยันได้ว่าผลงานของคิงได้รับการดัดแปลงบนความถูกต้องตรงประเด็น” ฟลานาแกนอธิบายชัดว่า “และมีส่วนที่น่าหลงใหลในหนังของคูบริคด้วย นั่นคือทั้ง 2 ด้านที่ผมมีตอนอยู่ในสมรภูมิการทำงานช่วงแรกของโปรเจ็กต์นี้ แต่ผมพยายามทำให้ทั้งสองฝ่ายมีความสุข ผมคิดว่าถ้าผมทำเพื่อตัวเองได้ ผมก็หวงว่าจะทำมันเพื่อผู้ชมได้เหมือนกัน”

 

แนวทางสมานฉันท์ในเรื่องข้อมูลที่มีความแตกต่างกันคือ “ต้องเรียนรู้วิธีเดินทางสายกลางระหว่างคูบริคกับคิง เพื่อแสดงความเคารพทั้งสองฝ่ายและสร้างภาพยนตร์แยกเดี่ยวออกมา นั่นคือสิ่งสำคัญตั้งแต่ช่วงแรกเริ่มครับ” เขากล่าว

 

ฟลานาแกนรู้ดีว่ามีสิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อการทำให้โปรเจ็กต์นี้ดูมีชีวิตชีวา และเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งไหนนั่นคือสตีเฟ่น คิง ผู้ชำนาญด้านความสยองเกิดความสงสัยในช่วงแรกเริ่ม แต่เมื่อผู้สสร้างภาพยนตร์แสดงถึงความกล้าในโปรเจ็กต์นี้ให้เห็นได้อย่างเช็ดเจน มีการผสมผสานระหว่างถ้อยคำที่ตีพิมพ์ออกมากับภาพบนจอ ทำให้คิงรู้สึกว่าตัวเองพลาดบางอย่างไปในจินตนาการของคูบริค ผู้แต่งจึงร่วมเซ็นต์สัญญาด้วยอย่างกระตือรือร้น

 

Doctor Sleep

 

สตีเฟ่น คิงเล่าว่า “ผมบอกทุกคนเสมอเรื่องความแตกต่างระหว่างหนังของสแตนลีย์ คูบริคกับหนังสือของผม หนังของเขาลงเอยด้วยความเย็นชา ส่วนหนังสือของผมลงเอยด้วยความตื่นเต้น แต่เรื่องราวของแดน ทอร์แรนซ์ที่มีการพัฒนาขึ้นและมีรูปแบบของตัวเองมันทำให้รู้สึกท่วมท้นหลายความรู้สึก ไมค์ทำให้หนังของคูบริคไปสู่อีกขั้นได้ ทำให้ทุกอย่างมีความตื่นเต้นขึ้น หนังของไมค์มีคุณสมบัติ 2 ข้อคือเป็นผลงานดัดแปลงเรื่อง Doctor Sleep ที่ดี แต่ก็มีฉากที่ยอดเยี่ยมอย่างในหนังของสแตนลีย์ คูบริคเรื่อง ‘The Shining’ ไมค์เคยผ่านงานทุกด้านมาแล้ว บางสิ่งที่อยู่ในหนัง ‘The Shining’ ก็ไม่มีอยู่ในหนังสือผม.. และก็สามารถหาวิธีทำให้มันออกมาลงตัวได้”

 

Doctor Sleep เข้าฉาย 7 พฤศจิกายน ในโรงภาพยนตร์

Doctor Sleep

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram