เทียบก่อนใส่กับหลังใส่ ILM เทคนิคทำใบหน้า ให้กลายเป็นชาวออร์ค ใน Warcraft

เทียบก่อนใส่กับหลังใส่ ILM เทคนิคทำใบหน้า
ให้กลายเป็นชาวออร์ค ใน Warcraft 

 

 

เทคนิคการจับภาพการเคลื่อนไหวของใบหน้า เคยถูกนำมาใช้ในภาพยนตร์หลายเรื่องก่อนหน้านี้ อย่างเช่น Avatar และ Rise of the Planet of the Apes แต่เวสเทนโฮเฟอร์อยากผลักดันเทคโนโลยีไปข้างหน้า มีเพียงไม่กี่บริษัทในโลกนี้เท่านั้นที่สามารถทำเช่นนี้ได้ และอินดัสเทรียล ไลท์ แอนด์ เมจิค (ILM) ก็เป็นบริษัทต้นๆ พวกเขาอยู่ระหว่างกรทดสอบใช้ระบบการจับภาพใบหน้าเมื่อตอนที่ Warcraft เริ่มดำเนินงานสร้าง ในอดีต ข้อมูลดิจิตอลที่ถูกบันทึกไว้จากจุดมาร์กบนใบหน้า ยังคงต้องอาศัยแอนิเมเตอร์เพื่อให้มาช่วยทำผลลัพธ์ให้สำเร็จ   


บัดนี้ พวกเขาสามารถที่จะนำการเคลื่อนไหวจากจุดมาร์กบนร่างกายมาสู่ผลลัพธุ์สุดท้ายได้โดยตรง และผลที่ได้ มันสามารถแสดงถึงความลึกทางอารมณ์จากการแสดงของนักแสดงได้ ด้วยการวางจุดมาร์ก 120 จุดบนใบหน้านักแสดง  ซึ่งกล้องขนาดเล็ก ถูกติดเอาไว้กับแถบคาดศีรษะ และลอยห่างตรงหน้าพวกเขาห้านิ้ว และบันทึกภาพ ทางไอแอลเอ็มสามารถจับรายละเอียดของใบหน้าได้ทุกการเคลื่อนไหว ทั้งการกะพริบตา สะดุ้ง และขมวดคิ้ว


เวสเทนโฮเฟอร์ยอมรับว่าเขาถึงกับอึ้งไปเลย “เรารู้ดีว่าเราต้องใส่ใจกับพวกออร์คมาก วิธีที่เราสื่อสารกับมนุษย์คนอื่นก็คือการแสดงออกทางสีหน้า ข่าวดีก็คือพวกออร์คก็มีใบหน้าคล้ายกับมนุษย์ ดังนั้นเราจึงสามารถที่จะมองผ่านดวงตาของพวกเขา เราสามารถรู้สึกได้ว่าพวกเขาคิดอะไรและรู้สึกอะไรอยู่ มันแสดงให้เห็นถึงความลึกทางอารมณ์ที่คุณสามารถดึงออกมาจากใบหน้าของพวกออร์คได้ ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการแสดงของนักแสดงนั่นแหละครับ”

ผู้กำกับ โจนส์ เล่าถึงปฏิกริยาของเขาเมื่อได้เห็นภาพของ คาซินสกี้ ในบท ออร์กริม เป็นครั้งแรก เขาหัวเราะ “ผมโล่งอก โล่งอกมากๆเลยครับ ทุกอย่างในหนังเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการที่ออร์คจะต้องออกมาดูน่าเชื่อ เมื่อคุณมีนักแสดงในชุดรัดรูปสีเงินที่ปกคลุมไปด้วยลูกปิงปอง และคุณหวังว่ามันจะต้องให้ความรู้สึกเหมือนกับเป็นตัวละครจริงๆ คุณคงรู้สึกกังวลใจเป็นธรรมดา ดังนั้นเมื่อไอแอลเอ็มส่งภาพมาให้ดูว่าพวกออร์คจะต้องออกมาหน้าตาเป็นยังไงนั้น มันทำให้ผมเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลย”  

 

 

 ทีมวิชวลเอฟเฟ็กต์ต้องเป็นผู้สร้างเอฟเฟ็กต์เวทมนต์ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญกับเรื่องนี้ “ผมเป็นคนใช้เวทมนต์ในเกมส์นี้อยู่แล้ว ผมจึงรู้คาถาทั้งหมดเป็นอย่างดี” เวสเทนโฮเฟอร์บอก “หนึ่งในความโดดเด่นแรกๆ เลยก็คือ เวทมนต์ของ Warcraft มีสีสันมาก มีการร่ายมนต์เยอะมากเมื่อคุณร่ายคาถา และเราก็อยากทำให้สิ่งนั้นถูกแสดงออกมา มันคือสิ่งที่คุณยังไม่เคยเห็นในภาพยนตร์มาก่อน เวทมนต์อาจดูง่ายๆ หรือคุณอาจเห็นแค่มีควันลอยออกมา แต่รายละเอียดและสีสันคือสิ่งที่ถือเป็นความโดดเด่นของ Warcraft และเราคิดว่าเราได้นำสิ่งนั้นมานำเสนอด้วยแนวทางใหม่ในภาพยนตร์เรื่องนี้” 

เขากล่าวต่อไปอีกว่า “มีช่วงเวลาที่น่าสนใจในตอนที่เราให้ แค็ดการ์ และเมดิฟห์ ซึ่งเป็นตัวละครที่ทรงพลังที่สุดใน Warcraft มานั่งอยู่ข้างๆ ผมที่โต๊ะ แล้วผมก็สอนพวกเขาถึงวิธีร่ายมนต์ลูกไฟ และมนต์มิสซาย ผมแสดงให้พวกเขาเห็นว่ามันเป็นยังไงในเกมส์ แล้วเราก็ตัดสินใจว่ามันจะได้ผลหรือเปล่าเมื่อเป็นหนัง สุดท้าย มนต์นั้นถูกสร้างออกมาอย่างโดดเด่นที่สุด”

ในยามที่เป็นไปได้ ฉากจะถูกสร้างออกมาอย่างเต็มไปด้วยรายละเอียด ซึ่งต้องใช้งานซีจีไอมาช่วยเพื่อทำให้สมบูรณ์ ฉากป่าเอลวินน์ รวมถึงห้องบัลลังก์สตอร์มวินด์ และฉากตลาดคือตัวอย่าง สำหรับฉากอย่างเขาแบล็คร็อค,แบล็คร็อควัลเล่ย์ และคาราซาน ส่วนหนึ่งของฉากถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้นักแสดงมีปฏิกริยาตอบโต้ได้ อย่างไรก็ดี มีอยู่หลายสถานการณ์ที่สภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวย อย่างเช่นที่แบล็คโมรัสส์ที่ฉากรบฉากสุดท้ายเกิดขึ้น ในสถานการณ์นี้ เป็นที่รู้กันว่าฉากนี้ต้องสร้างด้วยดิจิตอลเท่านั้น  

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram