ซิ่งไปบู๊ไปในฉากงามๆ! การออกแบบฉากและโลเกชั่นต่างๆใน Hobbs and Shaw

 

การออกแบบฉากและโลเกชั่นต่างๆใน Hobbs and Shaw

 

ลอนดอนซิ่งส์กระจาย

บริแทนเนียที่เย็นสบายต้องร้อนระอุ

ถึงแม้ว่าฉากสำคัญๆ ของ Hobbs & Shaw จะถ่ายทำกันในฮาวายและลอสแองเจลิส แต่การถ่ายทำส่วนใหญ่เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร ตามโลเกชั่นต่างๆ ตั้งแต่ลอนดอน ไปจนถึงกลาสโกว จนถึงโรงไฟฟ้าใกล้ๆ ดอนแคสเตอร์ ในเซ้าธ์ยอร์กไชร์

 

ภาพยนตร์แฟรนไชส์อย่าง Fast เริ่มต้นขึ้นด้วยการเป็นงานที่ยกย่องให้กับวัฒนธรรมของพวกซิ่งส์รถใต้ดินของอีสต์ลอสแองเจลิส ในไม่ช้า มันกลายเป็นปรากฎการณ์ระดับโลกที่แพร่กระจายความซิ่งส์เข้าไปยังญี่ปุ่น เม็กซิโก บราซิล, หมู่เกาะคานารี่ ทะเลเบเรนต์ และที่คิวบา ก่อนจะมาถึงลอนดอนในภาพยนตร์ปี 2013 เรื่อง Fast & Furious 6 เมื่อดอมและลูกทีมต้องเผชิญหน้ากับโอเว่น ชอว์

 

ลอนดอนคือฉากสำคัญใน Hobbs & Shaw เมื่อพวกเขาต้องหลบหนีทั้งเจ้าหน้าที่บ้านเมืองและบริกซ์ตัน ขณะที่ต้องแข่งกับเวลา นี่ไม่ใช่ลอนดอนในแบบที่คนดูอาจจดจำได้

 

 

นี่คือเมืองของเด็คการ์ด ชอว์ และทุกแง่มุมของเมืองนี้ได้ถูกใส่ลงไปให้เป็นฉากหลังของภาพยนตร์เรื่องนี้ ตั้งแต่ฉากเปิดเรื่อง ความเป็นสุภาพบุรุษชาวอังกฤษของชอว์ ถูกรายล้อมด้วยกับดักของความร่ำรวย มันช่างห่างไกลจากการเติบโตมาแบบยากจนในอีสต์ลอนดอน ซึ่งเป็นที่อาศัยของพวกใช้แรงงานที่เขาเคยอยู่กับแม่ น้องสาว และน้องชาย

 

แต่เมื่อ ชอว์, ฮ็อบส์ และแฮ็ตตี้ ออกสำรวจเมืองนี้ ผืนผ้าใบได้ถูกขยายกว้างออกไป รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ของเมือง ตั้งแต่แถบอีสต์ ลอนดอนที่ทันสมัย จนถึงพิคคาดิลลี่ เซอร์คัส ตั้งแต่ลีเดนฮอลล์ในย่านกลางเมือง จนถึงโดมของวิหารเซนต์ปอล สะพานมิลเลนเนี่ยมบริดจ์ ที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำเธมส์

 

มีอยู่โลเกชั่นหนึ่งที่ทำให้ทั้งทีมนักแสดงและทีมงานถึงกับร้องว้าว มันคือการถ่ายทำในเวลากลางคืนหน้าวิหารเซนต์ปอล มีโดมที่ตั้งอยู่หน้าแนวท้องฟ้าของลอนดอน ผู้กำกับภาพ โจนาธาน เซล่า และทีมของเขา ได้ทำการจัดแสงให้กับโบสถ์ที่เป็นประวัติศาสตร์แห่งนี้ ซึ่งกลายเป็นฉากหลังอันน่าตื่นตาในฉากที่มีการนำเฮลิคอปเตอร์ลงจอด โดยมันคือส่วนหนึ่งของฉากสำคัญที่แฮ็ตตี้และทีมของเธอ เริ่มต้นภารกิจลับในการเข้ายึดสโนว์เฟลก

 

 

ทีมผู้สร้างต้องทำงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ของเมืองเป็นเวลานานหลายเดือนเพื่อขออนุญาตให้นำเฮลิคอปเตอร์ของกองทัพลงจอดที่หน้าวิหารได้ ผลก็คือ ชอตประวัติศาสตร์ที่ลงเอยด้วยการที่ แฮ็ตตี้ หลบหนีจากการสุ่มโจมตีของบริกซ์ตัน และวิ่งข้ามสะพานมิลเลนเนียมบริดจ์ โดยเธอมองย้อนกลับไปที่ด้านหน้าของเซนต์ปอล

 

ความหลากหลายของลอนดอนและสหราชอาณาจักร ทำให้ทีมผู้สร้างสามารถใช้โลเกชั่นหลายแห่งที่อาจไม่ใช่จุดเด่นของเมือง ไม่ว่าจะเป็นการขับรถภายนอกเมือง หรือการบินไปยังกลาสโกว ทางทีมผู้สร้างมีทางเลือกมากมาย

 

 

โรงเก็บเครื่องบินว่างแห่งหนึ่งที่สนามบินฟาร์นโบโรห์ ซึ่งเป็นสนามบินส่วนตัวที่ตั้งอยู่นอกลอนดอน ทำให้โปรดักชั่นดีไซเนอร์ เดวิด ชูเนแมนน์ และทีมของเขามีพื้นที่ที่จะสร้างสำนักงานใหญ่ของเอเที่ยน องค์กรที่หนุนหลังภารกิจของ บริกซ์ตัน ลอร์ ที่จะแย่งชิงเชื้อโรคชีวภาพจากแฮ็ตตี้ พื้นที่ขนาดใหญ่แห่งนี้กลายเป็นบ้านให้กับทีมนักแสดงและทีมงานเป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์ รวมไปถึงยานพาหนะของทหารแทบทุกรูปแบบ รวมไปถึงห้องแล็บเคลื่อนที่ และการฝึกการใช้อาวุธ และห้องทดลองต่างๆ

 

เวสต์ ไวคอมบี เฮ้าส์ คฤหาสน์ที่สวยงามที่เป็นที่ตั้งของพื้นที่สวนเขียวขจีในไฮห์ไวคอมบี นอกกรุงลอนดอน ได้ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นคฤหาสน์รัสเซียที่มาดามเอ็ม และแก๊งหญิงล้วนของเธอ ใช้เป็นฐานของปฏิบัติการ

 

 

บังเกอร์เชอร์โนบิลและหน้าผาของซามัว

การออกแบบโลกใหม่ที่แสนหาญกล้า

ในขณะที่โปรดักชั่น ดีไซเนอร์ เดวิด ชูเนแมนน์ มีโลเกชั่นกลางเมืองหลายแห่งทั้งในและรอบๆ ลอนดอนให้ต้องทำงานด้วย เขายังต้องออกแบบ สร้างฉากใหญ่ๆ เพื่อสร้างชีวิตให้กับจินตนาการของ เดวิด ลีทช์ ตั้งแต่บังเกอร์ใต้ดินของเชอร์โนบิลที่ถูกทิ้งร้าง ที่ซึ่งบริกซ์ตันและเอเที่ยนทำงานอย่างลับๆ จนถึงหุบเขาลึกบนหน้าผาของซามัว ที่ซึ่งเครื่องแบล็คฮอว์กของบริกซ์ตันตก และฉากต่อสู้ฉากสุดท้ายเริ่มต้นขึ้น ฉากของภาพยนตร์เรื่องนี้ต้องใช้ศิลปินเป็นร้อยๆ คนเพื่อสร้างโรงถ่ายให้กับฉากแอ็กชั่นฉากสำคัญของภาพยนตร์เรื่องนี้

 

โรงถ่ายเชพเพอร์ตัน สตูดิโอส์ ซึ่งเป็นฐานที่มั่นของงานสร้างภาพยนตร์ที่ตั้งอยู่ในลอนดอน มีพื้นที่ให้กับหลายต่อหลายฉากของภาพยนตร์เรื่องนี้ อาทิเช่นเซฟเฮ้าส์ของแฮ็ตตี้ ที่ชอว์ต้องต่อสู้กับเจ้าหน้าที่อังกฤษ และร้านรับสักในลอสแองเจลิสที่ฮ็อบส์ไปหว่านล้อมขอข้อมูลจากแหล่งข่าวในสไตล์เฉพาะตัวของเขาที่ใครก็ลอกเลียนแบบไม่ได้

 

ที่โดดเด่นที่สุดก็คือฉากถ้ำซามัว ที่มีม่านน้ำตก และเป็นฉากการปะทะกันครั้งสุดท้ายระหว่างฮ็อบส์, ชอว์ และบริกซ์ตัน ฉากนี้ตั้งอยู่ในโรงถ่ายขนาด 30,000 ตารางฟุต ที่มีน้ำ ซากของเฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์กที่ตก และรถบรรทุก เป็นฉากที่ต้องใช้กำลังของหลายแผนกมาทำงานด้วยกันเพื่อสร้างระบบน้ำที่จะปั้มน้ำหลายพันแกลลอนไปยังน้ำตกและเลียนแบบฝน นอกเหนือจากนี้ยังต้องทำเอฟเฟ็กต์ไฟและควันอีกด้วย ฉากใหญ่ฉากนี้ต้องใช้เวลาในการถ่ายทำนานถึงสองอาทิตย์

 

ทีมงานยังเดินทางออกจากลอนดอนเป็นเวลาหลายอาทิตย์ เพื่อไปปักหลักทางตอนเหนือที่ห่างไปหลายชั่วโมง ที่เมืองดอนแคสเตอร์ เพื่อถ่ายทำฉากโรงไฟฟ้าเอ็กก์โบโรห์ที่เพิ่งถูกปลดประจำการไปเมื่อเร็วๆ นี้

 

 

โรงไฟฟ้าแห่งนี้ที่มีหอหล่อความเย็นถึงแปดหอ จะเป็นที่ถ่ายทำฉากโรงไฟฟ้าเชอร์โนบิลที่มีชื่อเสียง ซึ่งถูกปิดตายไปแล้ว พื้นที่สถานีไฟฟ้าเอ็กก์โบโรห์ที่ห่างไกลจากชุมชน ทำให้ ลีทช์, ไซม่อน เครน ผู้กำกับกองถ่ายย่อยที่ 2 (Rogue One: A Star Wars Story, Jason Bourne) และทีมถ่ายทำจากอากาศที่นำโดยนักบินเฮลิคอปเตอร์ผู้มากประสบการณ์อย่าง เฟร็ด นอร์ธ (Bumblebee, The Fate of the Furious) มีทางเลือกในการถ่ายทำมากมาย หลายแผนกหลายหน่วยงานต้องมาทำงานด้วยกันเพื่อถ่ายภาพฟุตเตทจากทุกมุมที่เป็นไปได้ ขณะที่บริกซ์ตันและลูกน้องขับรถแรนจ์โรเวอร์ และมอเตอร์ไซค์เข้าออกและวนรอบๆ โรงไฟฟ้าเพื่อตามล่าฮ็อบส์, ชอว์ และแฮ็ตตี้ ขณะที่พวกเขาพยายามหลบหนีแบบท้าความตาย

 

เหล่าฮีโร่ของเราจะต้องหนีออกมาด้วยพาหนะที่สร้างขึ้นมาเป็นพิเศษสองชนิด นั่นก็คือรถออฟโร้ดร็อคครอว์เลอร์ และรถแมนทรัค ที่ออกแบบโดยอเล็กซ์ คิง ผู้ดูแลงานด้านพาหนะ (Justice League, Wonder Woman) คริส โอฮาร่า ผู้ประสานงานสตั๊นต์ และทีมงานของเขา ได้ใช้ประโยชน์จากซอกเล็กซอกน้อยที่โลเกชั่นแห่งนี้มีให้ เพื่อออกแบบและสร้างฉากไล่ล่าท้าความตายในแบบของพวกเขา

 

 “โรงไฟฟ้าเอ็กก์โบโรห์กลายเป็นฉากที่น่าทึ่งสำหรับพวกเรามากเลยครับ” โอฮาร่าบอก “มันมีความโดดเด่น สภาพภูมิประเทศและสภาพแวดล้อมก็เอื้ออำนวยให้เราสามารถดัดแปลงได้อย่างที่ต้องการ เรามีทั้งกองถ่ายหลักและกองถ่ายย่อยที่ไปทำงานที่นั่นเพื่อขับรถร็อค ครอว์เลอร์, แรนจ์โรเวอร์ มอเตอร์ไซค์ และรถบรรทุก มันเป็นพื้นที่ที่น่าทึ่งมาก จนเราสามารถทำทุกอย่างที่ต้องการได้ ก่อนที่พวกเขาจะทำลายมัน เราเหมือนไปอยู่ในสวรรค์สำหรับงานสตั๊นต์เลยครับ”

 

 

Hobbs and Shaw วันนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram