เจาะลึกแอ็คชั่นมันส์โอเว่อร์ ของ Hitman Agent 47 ทำไมต้องบู๊ระห่ำขนาดนั้น???

เจาะลึกแอ็คชั่นมันส์โอเว่อร์ ของ Hitman Agent 47
ทำไมต้องบู๊ระห่ำขนาดนั้น???

 

 

Hitman Agent 47 เพื่อให้การต่อสู้และคิวบู๊ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ทีมงานสร้างได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับกองแอ็คชัน แชด สตาเฮลสกี และเดวิด เอ็ม ลีทช์ ผู้ประสานงานสตันท์ โจนาธาน ยูเซบิโอ และผู้ประสานงานการต่อสู้ จอน วาเลรา โดยทั้งหมดมาจาก87-11 Action Design ทีมสตันท์ชั้นหนึ่งของวงการ  87-11 เพิ่งได้ดูแลคิวบู๊และฉากแอ็คชันให้Jurassic World,The Hunger Games: Catching FireและJohn Wick โดยเรื่องหลังนี้สตาเฮลสกีเป็นผู้กำกับและลีทช์เป็นผู้อำนวยการสร้าง

ในแง่ดังกล่าว ยูเซบิโอ วาเลรา และผู้ประสานงานสตันท์ คริส โอ ฮารา ได้กำหนดให้จอห์น สมิธ เป็นนักสู้หมัดหนักเอะอะตึงตัง เขาเป็นคนประเภทที่จะทำลายข้าวของไปทั่ว ขณะที่47 เป็นนักสู้ที่เน้นชั้นเชิงกว่ากันมาก

การเผชิญหน้าครั้งสุดท้าย Hitman Agent 47  ในของทั้งสองเน้นให้เห็นรูปแบบการต่อสู้และความแข็งแกร่งของแต่ละคน “มีการยิงปืนกันในพื้นที่ปิดแบบที่คุณไม่เคยเห็นบนจอหนังมาก่อน” วาเลรากล่าว “เราพยายามทำฉากแบบนี้มาตลอดสองสามปีที่ผ่านมา เป็นการต่อสู้มือเปล่าด้วยรูปแบบที่ขัดแย้งกัน สมิธแข็งแรงกว่า แต่ 47 พยายามเอาชนะด้วยไหวพริบ”

“สมิธใช้ความแข็งแกร่งของร่างกายล้วนๆ” ยูเซบิโอเสริม “เทคนิคของเขามาจากคาราเต้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น รวมถึงเทคนิคของมวยเตะ โดยใช้การชกวงกว้างที่หนักและแข็งแรง

 

 

“ส่วน 47 นั้นตรงกันข้าม เขามีท่วงท่าที่เป็นแนวตรงและมีประสิทธิภาพมากกว่า” ยูเซบิโอกล่าวต่อ ดังนั้นเราจึงฝึกศิลปะการต่อสู้มือเปล่าอย่างการต่อสู้แบบสีลัตของมาเลเซียและการต่อสู้แบบคาลีของฟิลิปปินส์ให้รูเพิร์ต”

รูปแบบการต่อสู้ที่ตรงกันข้ามกันเอื้อให้ฉากต่อสู้มีพลังมากยิ่งขึ้น “การต่อสู้ที่ดีเป็นผลมาจากรูปแบบที่ขัดแย้งกัน” อเล็กซ์ ยังกล่าว โดยยกตัวอย่างจริงจากการชกอันเป็นตำนานระหว่างมูฮัมหมัด อาลีกับโจ เฟรเซียร์

โอ ฮาราเล่าว่า เฟรนด์ทำได้มากกว่าท่าที่ทีมสตันท์และผู้ประสานงานการต่อสู้กำหนดไว้ให้ “รูเพิร์ตมาถึงแล้วพูดว่า ‘ผมจะเล่นตาม [คิวบู๊] เท่าที่ทำได้ละกัน’โดยปกติแล้วการฝึกซ้อมแต่ละครั้งใช้เวลาประมาณสองชั่วโมงเพราะเราไม่อยากให้นักแสดงเหนื่อยเกินไปและต้องรับข้อมูลมากเกินไป แต่รูเพิร์ตเล่นฉากนั้นอยู่นานกว่าห้าชั่วโมง และแสดงให้เห็นว่าเขาชอบการเล่นฉากต่อสู้จริงๆ” 

ยูเซบิโอเสริมว่า “เวลารูเพิร์ตจับอาวุธ เขาเหมือนเคยใช้อาวุธนั้นมานาน ผมไม่ได้พูดถึงแค่อาวุธประจำตัวของ 47 อย่างปืนพกซิลเวอร์บอลเลอร์นะครับ เราต้องการให้รูเพิร์ตสามารถใช้อะไรก็ตามที่เขาหาได้ อย่างเช่นขวดแตก จาน ปากกา หรือโคมไฟ มาเปลี่ยนให้กลายเป็นอาวุธที่อันตราย”

แต่เฟรนด์ต้องแน่ใจว่าเขาใช้ปืนซิลเวอร์บอลเลอร์ได้อย่างคล่องแคล่ว “ผมใช้เวลาหลายสัปดาห์กับทีมงานฝ่ายอาวุธที่เก่งมาก พวกเขาช่วยฝึกผมจนถึงจุดที่ผมสามารถวางกระเป๋าไว้บนหัวแล้วถอดปืนออกจากนั้นก็ประกอบมันกลับเข้าด้วยกัน” (หัวหน้าผู้ดูแลอาวุธในกองถ่ายคือ ลัทซ์ ซีดเลอร์ และผู้ดูแลอาวุธคือ มาริโอ อูอี)

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram