HEREDITARY กรรมพันธุ์นรก | หนังสยองทำคนดูหลอนหนัก สติแตกขั้นสุด

 


HEREDITARY กรรมพันธุ์นรก (เฮเรดดิแทรี กรรมพันธุ์นรก)  ภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องแรกของ ผู้กำกับ และผู้เขียนบท แอรี แอสเตอร์ (Ari Aster) ปะติดปะต่อเรื่องราวจากภาพยนตร์สั้นหลายเรื่องที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับพิธีกรรม และเรื่องเศร้าภายในครอบครัว เพื่อเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับพลังชั่วร้ายที่พยายามจะยึดครองครอบครัวทั้งสายเลือด

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจส่วนหนึ่งมาจากประสบการณ์ตรงของครอบครัวแอสเตอร์ ตัวผู้กำกับเอง ที่ต้องเจอกับเรื่องเศร้า และการทำใจ เรื่องโชคร้ายหลายต่อหลายเรื่องที่สุมเข้ามาต่อกันจนแทบจะเหมือนเป็นคำสาป ก่อกำเนิดผู้กำกับ อย่าง แอสเตอร์ ที่มาพร้อมกับความละเอียดในการเล่าเรื่อง และการถ่ายทำภาพยนตร์ ด้วยฝีมือของ แอรี แอสเตอร์ เรื่องราวดราม่าของครอบครัวก็ได้กลายเป็นภาพยนตร์สยองขวัญที่หลายคนนำไปเทียบกับภาพยนตร์ชั้นครูในยุค 60 และ 70

 

 


แอรี แอสเตอร์ เริ่มมีไอเดียเรื่อง HEREDITARY หลังจากครอบครัวของเขาต้องทนกับเหตุการณ์บ้าบอเป็นเวลาสามปี “ชีวิตครอบครัวผมกลายเป็นเรื่องเลวร้ายไม่สิ้นสุด จนครอบครัวเราเชื่อว่า พวกเราโดนคำสาปอะไรซักอย่างเข้าจริงๆ ผมชอบเขียนเรื่องที่ค่อนข้างส่วนตัว แต่ผมก็ชอบภาพยนตร์ตามขนบนะ อีกอย่าง ผมไม่อยากเอาเรื่องที่ครอบครัวผมต้องทนทุกข์มาเล่าให้ดราม่าใหญ่โต การที่เอาเรื่องของครอบครัวที่ต้องสาปมาเล่า ผมสามารถใส่ความรู้สึกที่ผมเจอเอง ผ่านการเล่าเรื่องแบบภาพยนตร์สยองขวัญได้ การเล่าเรื่องสยองขวัญมันต้องมี ฉากระเบิดอารมณ์ ซึ่งมันเหมาะกับการเล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวิตที่ไม่ค่อยยุติธรรมได้ดี ซึ่งเรื่องพวกนี้ไม่ค่อยมีใครเล่าถึงเท่าไหร่”

 

 

ชื่อเรื่องจะเริ่มโดนเฉลยที่มา เมื่อภาพยนตร์ดำเนินไป เรื่องราวของการสืบเชื้อสาย และสายเลือด กลายเป็นเรื่องระทึกขวัญเหนือธรรมชาติ “เรากำลังเล่าเรื่องของการสืบสายเลือด, การไร้ทางเลือกในการเลือกคนในครอบครัว หรือสิ่งที่มากับสายเลือดของคุณ” แอรีเล่าต่อ “เรื่องระทึกขวัญมักเกิดในเวลาที่คุณไม่มีทางควบคุมมันได้ มันไม่มีอะไรที่น่าโมโหไปกว่าเมื่อคุณรู้ตัวว่าคุณไร้ทางสู้อีกแล้ว”

การสำรวจเรื่อง ความอิสระ และทุกอย่างต้องเป็นไปตามแผนที่วางไว้ หลบหนีไปไหนไม่ได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ มีแนวคิดเรื่องการสืบสายเลือดและการสืบรุ่นที่ชั่วร้ายมาก “การที่ครอบครัวเกรแฮมคนที่ไม่สามารถควบคุมอะไรในชีวิตตัวเองได้เป็นเรื่องหลักของภาพยนตร์เรื่องนี้ และความรู้สึกที่หนังเรื่องนี้จะทำให้ผู้ชมรู้สึกในตอบจบนั้นเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและการไร้ซึ่งผลแห่งการดิ้นรน” แอรีเล่าต่อ “ผมอยากสร้างภาพยนตร์ที่สร้างทั้งความกลัวในระดับบุคคล และระดับการมองโลกไปพร้อมๆ กัน ซึ่งจะทำให้ผู้ชมหนีผมไปไหนไม่ได้ ผมหวังว่าหนังเรื่องนี้จะติดกับตัวผู้ชมไปอีกนาน และบังคับให้ทุกคนต้องคิดในเรื่องที่พวกเขาจะหลีกหนีไม่ได้”

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram