ตัวจี๊ดที่มาพร้อมความสวยสะบัด! วาเนสซ่า เคอร์บี้ ในบท แฮ็ตตี้ ชอว์

 

แฮ็ตตี้ ชอว์ / วาเนสซ่า เคอร์บี้

 

ผู้หญิงในภาพยนตร์แฟรนไชส์ Fast มักได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นผู้หญิงที่อุทิศตนและยืดหยุ่นพอๆ กับพวกผู้ชาย และการทุ่มเทให้กับตัวละครหญิง ก็กลายมาเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ Hobbs & Shaw ด้วยการเลือก วาเนสซ่า เคอร์บี้ ให้มารับบท แฮ็ตตี้ ชอว์ เจ้าหน้าที่เอ็มไอซิกซ์ขาลุยผู้กำหนดพลอตของภาพยนตร์เรื่องนี้ให้เดินหน้าไป และเป็นเจ้าของความหาญกล้าและความทุ่มเทให้กับหน้าที่ในแบบที่ไม่มีใครเสมอเหมือน

 

            ตอนเราได้พบเธอครั้งแรก แฮ็ตตี้กำลังนำทีมที่ถูกส่งไปกู้ “สโนว์เฟลก” ซึ่งเป็นขวดแก้วลึกลับที่บรรจุเชื้อโรคร้าย ซึ่งถ้าถูกนำมาทำเป็นอาวุธ มันจะทำลายมนุษย์ลงเป็นจำนวนมาก แต่แฮ็ตตี้และทีมของเธอถูกสุ่มโจมตีโดย บริกซ์ตัน ลอร์ (อิดริส เอลบา) และเมื่อเป็นที่ชัดเจนว่า แฮ็ตตี้ ที่เป็นผู้รอดชีวิตเพียงคนเดียวของทีมนี้ ไม่สามารถป้องกัน ลอร์ จากการเข้ายึดครองเชื้อโรคร้ายนี้ได้ เธอจึงตัดสินใจฉีดเชื้อโรคใส่ตัวเอง

 

แฮ็ตตี้ติดเชื้อ และเหลือเวลาน้อยลงทุกทีก่อนมันจะส่งผลต่อร่างกายเธอ ซึ่งทำให้เธอและประชากรโลกอีกหลายพันล้านคนต้องตายไปด้วย เธอต้องหลบหนีเพื่อหายาแก้ แต่หน่วยข่าวกรองของทั้งอเมริกันและอังกฤษต่างเชื่อว่า แฮ็ตตี้แปรพักตร์  และโดยที่ต่างฝ่ายก็ไม่รู้ตัว ทั้งฮ็อบส์และชอว์ถูกส่งตัวไปตามหาแฮ็ตตี้และนำตัวเธอกลับมา

 

 

กับเคอร์บี้ นักแสดงหญิงซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักดีจากบทบาทในเรื่อง The Crown และ Mission: Impossible – Fallout ทางทีมผู้สร้างค้นพบนักแสดงหญิงที่สามารถยืดหยัดอยู่ตรงกลางระหว่างฮ็อบส์และชอว์ได้ “วาเนสซ่า เคอร์บี้คือนักแสดงที่สุดยอดมากครับ” เดวิด ลีทช์กล่าว “ผมแน่ใจว่าเราสามารถส่งเธอไปฝึกและดึงเอาความอึดของแฮ็ตตี้ออกมาได้ สิ่งที่เธอนำมาใส่ในการแสดงของเธอก็คือความสามารถที่จะทำตัวแข็งแกร่ง แต่ก็มีความอ่อนไหว กล้าหาญ ทุกอย่างมันสมจริงหมด ในฐานะนักแสดงที่มีความสามารถขนาดเธอ เธอช่วยสร้างวินาทีที่มีความเบาสมองและทำให้รู้สึกว่าเดิมพันมีความสมจริงมากขึ้น”

 

สำหรับเคอร์บี้ ลีทช์คือผู้กำกับในฝัน ผู้สนับสนุนแฮ็ตตี้ให้มีความสามารถพอๆ กับฮ็อบส์และชอว์ “สิ่งที่ฉันชอบเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของเดฟก็คือ เขายืนกรานอยู่ตลอดว่าแฮ็ตตี้จะต้องมีความแข็งแกร่งและทนทรหดพอๆกับ
ฮ็อบส์และชอว์ เขายืนกรานว่าเธอจะต้องมีความเป็นนักสู้” เคอร์บี้กล่าว “เธอไม่จำเป็นต้องให้ใครมาช่วย เธอเข้าร่วมกลุ่มกับพวกผู้ชายอย่างเท่าเทียม ฉันคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับหญิงสาวในกลุ่มคนดูที่จะเห็นว่าผู้หญิงก็สามารถลุกขึ้นมากู้โลกได้เช่นกัน ดังนั้น ฉันจึงรู้สึกว่านั่นคือความรับผิดชอบของฉัน เพื่อให้แฮ็ตตี้มีความบึกบึนแบบนั้นค่ะ”

 

 

ความกล้าหาญของแฮ็ตตี้ ทำให้เกิดการกลับมาพบกัน และปรองดองกันอีกครั้งกับ เด็คการ์ด ชอว์ พี่ชายของเธอที่ห่างเหินกันไปนาน ความสัมพันธ์ของพวกเขามีความซับซ้อน แฮ็ตตี้พาตัวเองให้ออกห่างจากชอว์หลังจากที่เขา “ตัดสินใจเดินทางผิด” เมื่อมีข่าวลือแพร่กระจายไปว่า ชอว์ กลายเป็นทหารรับจ้าง บัดนี้ แม่ของพวกเขาอยู่ในคุก และพี่น้องก็ไม่ได้พูดคุยกันเลยมานานหลายปี

 

เมื่อเธอได้พบกับฮ็อบส์และชอว์ เธอพยายามต่อต้าน แต่เมื่อความเป็นจริงของสถานการณ์เริ่มปรากฏ แฮ็ตตี้สรุปว่าเธอไม่มีทางเลือก นอกจากต้องอยู่กับสองคู่ปรับนี้ ขณะที่ต้องคิดหาทางก้าวต่อไป สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นเมื่อแฮ็ตตี้กับฮ็อบส์เกิดปิ๊งส์กัน และชอว์ไม่พอใจ แต่แฮ็ตตี้และฮ็อบส์พบว่าเธอกับเขามีความเท่าเทียมกันในทุกทาง เธอเข้าใจว่าฮ็อบส์ไม่เต็มใจที่จะยอมรับสักเท่าไหร่ “พวกเขาเข้าใจกันได้ดี เพราะพวกเขาทั้งคู่ต่างห่างเหินจากครอบครัว นั่นคือสิ่งที่ทำให้ทั้งคู่ผูกพันกัน” เคอร์บี้กล่าว “มีวี่แววว่าทั้งคู่จะรักกัน แต่ไม่ใช่เพราะพวกเขาหลงใหลกันนะ พวกเขาทั้งคู่ต่างโดดเดี่ยว พวกเขาผูกพันและเข้าใจอีกฝ่ายได้”

 

 

Hobbs and Shaw วันนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram