สุดซึ้ง!! GTH ส่งคลิป 11 ปียังทุ้มอยู่ในใจ ทุกตัวละครที่คุณเคยรักบอกลาครั้งสุดท้าย

สุดซึ้ง!! GTH ส่งคลิป 11 ปียังทุ้มอยู่ในใจ  
ทุกตัวละครที่คุณเคยรักบอกลาครั้งสุดท้าย 

 

 

ในงานคอนเสิร์ต GTH 11 ปีแสงคอนเสิร์ต  ได้มีการเผยแพร่คลิปสุดประทับใจ  โดยเป็นการรวมทุกภาพ..ทุกความรู้สึกที่ "ทุ้มอยู่ในใจ” ตลอดระยะเวลา 11 ปี GTH ที่ผ่านมา สู่คอนเสิร์ตยิ่งใหญ่ครั้งสุดท้าย "STAR THEQUE" GTH 11 ปีแสงคอนเสิร์ต กับการร่วมมือครั้งสำคัญของ “จีทีเอช” และ “โฟร์โนล็อค” ซึ่งในคลิปดังกล่าวพาทุกคนย้อนไปสัมผัสกับฉากสุดประทับใจในหนังของ GTH และการเติบโตของเหล่านักแสดงที่คิดถึง ตั้งแต่ แฟนฉัน, เพื่อนสนิท, 15 ค่ำเดือน 11, Season Change,พี่มากพระโขนง,คิดถึงวิทยา,ซักซี๊ด ห่วยขั้นเทพ ฯลฯ ขนทัพมาให้หายคิดถึงผ่านบทเพลงทุ้มในใจ 

 

 

สรุป11ปีแห่งการเดินทางของ GTH
ความทรงจำสีจางในใจตลอดกาล

 

 

จีเอ็มเอ็ม ไท หับ หรือ GTH ค่ายหนังไทยน้องใหม่ที่สร้างปรากฎการณ์ทำให้วงการภาพยนตร์คึกคักอีกครั้งและถือเป็นคลื่นลูกใหม่ที่มาพร้อมกับการเติบโตของคนในสังคมไทยในเจนเนเรชั่นใหม่นับมาถึงวันนี้เป็นเวลาครบรอบ 11 ปีที่ GTH โลดแล่นอยู่ในบนจอภาพยนตร์ เมเจอร์ ซีเนเพล็กซ์จึงขอร่วมย้อนความทรงจำสุดประทับใจเรื่องราวของค่ายหนังไทยอารมณ์ดีและเป็นขวัญใจของผู้ชมหลายๆคน มาย้อนให้อ่านกัน 

GTH เป็นการร่วมสร้างภาพยนตร์ของ3บริษัท คือ จีเอ็มเอ็ม พิคเจอร์, ไท เอ็นเตอร์เทนเมนต์ และหับโห้หิ้น ฟิล์ม โดยมีแนวคิดหลักของงานสร้างคือ “สดใหม่-คุณภาพ-จริงใจ”  ซึ่งโปรเจ็กต์แรกที่ทั้งสามบริษัทร่วมกันสร้างคือ 15 ค่ำเดือน11 และเรื่องต่อมาที่สร้างในนาม GTH คือ ภาพยนตร์เรื่องแฟนฉัน ในปี 2546 สร้างปรากฎการณ์ให้กับวงการหนังไทยด้วยรายได้ 137.7 ล้านบาท และลบความีคิดเดิมๆของคนทำหนังที่ว่า "หนังเด็กไม่มีทางทำเงิน" ความสำเร็จของแฟนฉันเกิดจากการเล่นกับวันวานในอดีตของคนดู,นักแสดงเด็กที่มีคาแรคเตอร์โดดเด่น,เนื้อเรื่องที่มีความกลมกล่อมและแตกต่างจากหนังเด็กทั่วไป ส่งผลให้ทีมผู้กำกับแฟนฉันได้รับรางวัลสุพรรณหงส์ ครั้งที่ 13 ประจำปี พ.ศ. 2546 สาขาผู้กำกับการแสดงยอดเยี่ยม โดยมีทีมผู้กำกับทั้งหมด 6 คน คือ นิธิวัฒน์ ธราธร, ทรงยศ สุขมากอนันต์, คมกฤษ ตรีวิมล, วิทยา ทองอยู่ยง, วิชชา โกจิ๋ว และ อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม  สร้างชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักอย่างวงกว้าง 

 

 

การเปิดที่สวยงามของ GTH ต่อเนื่องมาถึงปี 2547 ด้วยการส่งภาพยนตร์สยองขวัญเรื่อง ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ เข้าฉาย กวาดรายได้ทะลุหลักร้อยล้านไปอีกเรื่อง รวมถึงได้กระแสตอบรับที่ดีทั้งนักวิจารณ์ และขายลิขสิทธิ์ฉายไปในอีก 30 ประเทศทั่วโลก และลิขสิทธิ์บทภาพยนตร์ให้กับอีกหลายประเทศนำไปสร้างใหม่ แต่ใช่ว่าทางเดินของ GTH จะสวยงามเสมอ เมื่อจิระ มะลิกุล ได้สร้างหนังเรื่อง มหา'ลัย เหมืองแร่ หนังประสบความสำเร็จในวงการนักวิจารณ์และนักชมภาพยนตร์ กวาดรางวัลจากทุกสถาบัน แต่ในทางกลับกันด้านรายได้กลับทำเงินได้เพียง 30 ล้านบาท จากทุนสร้าง 70 ล้านบาท

จากนั้นหนังของ GTH ก็เริ่มเดินทางต่อไปเรื่อยๆ ล้มบ้าง ลุกบ้าง แต่ที่หนังของGTHสามารถเข้าไปนั่งอยู่ในความทรงจำของผู้คนได้เกือบทุกเรื่อง ตั้งแต่ เพื่อนสนิท, เด็กหอ, Seasons Change, Final Score, แฝด, สายลับจับบ้านเล็ก, สี่แพร่ง,  ความจำสั้น แต่รักฉันยาว และอีกหลายๆเรื่อง GTH พยายามส่งทั้งหนังผี หนังตลก หนังรักโรแมนติก ดราม่า มาเสิร์ฟทุกอารมณ์  แต่รายได้ของหนังที่ว่ามาทั้งหมดยังไม่มีเรื่องไหนที่แตะหลักร้อยล้านเลย รวมถึงยังไม่สามารถสร้างความแตกต่างให้โดดเด่นขึ้นมาได้ 

 

 

เส้นทางของ GTH มาสู่จุดพีคอีกครั้งในปี 2552 กับการส่งโปรเจ็กต์หนัง 5 แพร่งซึ่งเป็นหนังสั้นสยองขวัญมีเรื่องราวเชื่อมโยงกัน หนังทำรายได้ 114 ล้านบาท เป็นการกลับมาแตะหลักร้อยล้านอีกครั้งในรอบ 7 ปี ตามมาด้วย รถไฟฟ้า มาหานะเธอ กับรายได้ 147 ล้านบาท ตอกย้ำความเป็นค่ายหนังฟีลกู๊ด ด้วยหนังเรื่อง กวน มึน โฮ ที่ทำเม็ดเงินได้อย่างงดงาม 125 ล้านบาท สร้างแนวทางที่ชัดเจนของค่ายหนัง GTH ได้มากยิ่งขึ้น หลังจากนั้น หนังGTH ก็ลุ้นร้อยล้านกันเรื่องเว้นเรื่อง บางเรื่องรายได้ไม่ได้สูงถึงร้อยล้านแต่ก็เป็นที่ชื่นชอบในกลุ่มวัยรุ่นเช่น Suckseed ห่วยขั้นเทพ หนังที่สร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่อย่าง วัยรุ่นพันล้าน

 

 

มาจนถึง ลัดดาแลนด์ หนังผีที่ประสบความสำเร็จอีกหนึ่งเรื่องด้วยรายได้ 117 ล้านบาท,ATM เออรัก เออเร่อ 152.5 ล้านบาท กลายเป็นความต่อเนื่องที่ฉุดไม่อยู่จนมาถึงจุดพีคขั้นขีดสุด เมื่อ โต้ง บรรจง  ผกก.จากสี่แพร่ง ห้าแพร่งและกวนมึนโฮ ส่งหนังเรื่องพี่มากพระโขนงเข้าฉายในปี 2556 รายได้ทะลุ  1,000 ล้านบาท ถูกซื้อไปขายในหลายประเทศและประสบความสำเร็จอย่างสูงสุดในประวัติศาสตร์หนังไทย และปิดท้ายด้วยปี 2557 ที่ผ่านมากับหนังเรื่อง ไอฟาย..แต๊งกิ้ว..เลิฟยู้ รายได้มากกว่า 335 ล้านบาท

 

 

ไม่เพียงแต่หนังเท่านั้นแต่ GTH พัฒนาทุกอย่างให้เป็นที่ยอมรับได้ทุกด้านทั้งเพลงประกอบภาพยนตร์ ดารานักแสดงในสังกัด ผู้กำกับฯ ทีมเขียนบท หากลองได้มีลายเซ็นต์แนบท้ายว่า GTH เหมือนเป็นเครื่องการันตีในคุณภาพเลยทีเดียว  กว่า 11 ปีที่ผ่านมา GTH เติบโตขึ้นมายืนอยู่แถวหน้าของวงการคนทำหนังเมืองไทยและระดับเอเชีย กลายเป็นที่ยอมรับในฝีมือรวมถึงเป็นแบรนด์ที่คนรุ่นใหม่ไว้วางใจในผลงานมากที่สุดอีกค่ายหนึ่ง แต่กว่าจะมาเป็น GTH ในวันนี้ได้พวกเขาต่างผ่านร้อนผ่านหนาว ฝึกเคี่ยวกรำความรู้ความสามารถจนตกผลึกเป็นผลงานที่ประสบความสำเร็จ

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram