รวมเรื่องเล่าประสบการณ์เจอผีในค่ายลูกเสือ เฮี้ยนจริงจนต้องกลัว

 

รวมเรื่องเล่าผี จากปากคำคนในค่ายลูกเสือ เฮี้ยนจริงจนต้องกลัว

 

                อะไรที่เราสัมผัสไม่ได้ ใช่ว่ามันจะไม่มีอยู่จริง... เช่นเดียวกับความลึกลับของสิ่งเหนือธรรมชาติ ในขณะที่บางครั้งเรามองไม่เห็นแต่สัมผัสถึงมันได้ แต่ในบางคราวเรามองเห็นแต่กลับไม่สามารถสัมผัสได้ถึงชีวิตของมัน ใช่แล้ว...เรากำลังพูดถึงวิญญาณหรือผีที่มักจะปรากฎตัวตามสถานที่ต่าง ๆ ในที่นี้เราจะมาพูดถึงการเดินทางไปเข้าค่ายลูกเสือ ประสบการณ์ที่นักเรียนไทยส่วนใหญ่ต้องเคยประสบ ค่ายลูกเสือเป็นสถานที่ที่ขึ้นชื่ออยู่แล้วว่าต้องมีเหตุการณ์ประหลาดที่ไม่สามารถหาคำอธิบายได้เกิดขึ้น แต่วันนี้เราไม่ขอเล่าเอง แต่จะยกเอาความหลอนในเรื่องเล่าของเหล่าแฟนเพจของ Major Group มาฝาก รับประกันความหลอนจนแทบนอนไม่หลับ!

 

ไปเข้าค่ายวัดญาณสังวร เพื่อนๆโดนผีเข้ากันเกือบ 20 คน ไม่ได้หลับได้นอน เรียกรถรพ.มาฉีดยาสลบไม่เห็นสลบ
ทั้งพระทั้งแม่ชี ยืนมองเด็กๆ กรีดร้อง พูดไม่รู้เรื่อง บางคนก็พูดออกมาไม่ใช่เสียงตัวเอง กัดปากกัดฟันตาเหลือก
จากแยกหญิงชายต้องย้ายมารวมที่เดียวกัน เช้าม
า พระพาไปขอขมา แล้วเก็บของกลับกรุงเทพเลย
พ้นทางออกวัด ฝนกระหน่ำหนักมาก ต้องจอดรถอยู่ข้างทางพักหนึ่งจึงจะกลับได้

ยังไม่จบเท่านั้น กลับมาเรียนหนังสืออีกวัน เรียนวิชาพละ อยู่ดีๆเพื่อนก็หัวเราะ
พอทักว่า
มึงผีเข้าหรอ มันก็กรีดใส่แล้วร้องไห้ สรุปวันนั้น รร.ประกาศให้ทุกชั้นเรียนกลับบ้านตอน 10 โมง
แล้วให้พวกที่มีอาการกรีดร้อง ตาเหลือก อาการผิดปกติ
นั่งรถตู้กลับไปขอขมาที่วัด หลังจากกลับมาเพื่อนที่มีอาการคนนั้นก็ไม่เหมือนเดิม
เหมือนคนหลุดลอย เค้าเรียนไม่จบ ไม่รู้ป่านนี้เป็นยังไง เพื่อนคนนั้นชื่อผึ้ง ยังสบายดีอยู่มั้ย ...

 

มีแม่ค้าเสียชีวิตอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์เป็นถนนชันเป็นทางลงไปยังที่รวมที่นัดหมายและร้านค้า.
ยามที่นั้นบอกว่าถึงเวลานอนก็ต้องนอนห้ามเสียงดังห้ามเล่นกันคนได้ยินก็กลัวเพราะว่าที่แม่ค้าเสียชีวิตอยู่ห่างกันนิดเดียวเอง
และด้วยมีรุ่นพี่เสียงดังมากเล่นสนุกกันใหญ
สักพักทุกคนได้ยินเสียงเหมือนคนทุบเพดาน 2 ครั้ง.
ทุกคนไม่ได้คิดอะไรและเสียทุบอีก 2-3 ครั้งรุ่นพี่กับนิ่งและบอกใช่แล้วแหละทุกคนจึงนอนเมื่อรุ่นพี่พวกนี้นอน.
ตอนได้ยินเสียงทุบรอบ 2 ขนลุกมาก

 

ตอน ม.3 ไปเข้าค่ายที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี กลางวันที่นี่จะสวยมาก มีน้ำตกและภูเขาเขียวขจี พอตกกลางคืน ที่นี่ละ คือประตูผีดีๆ
วันแรก เข้าฐานกลางคืน ประมาณ 2 ทุ่ม คนคุ้มให้ปิดตาและเข้าตามฐาน ผมและเด็กผู้ชายเพื่อนๆกัน ไม่ยอมปิดตาและเล่นไฟฉายอยู่หลังแถว 

พอไปฐานที่ต้องไปหน้าค่าย มีต้นโพธิ์ใหญ่อยู่ พวกผมฉายไฟบนต้นโพธิ์ แว๊ปแรกที่เห็น ผมและเพื่อนเห็นเหมือนกัน
คือเห็น ชายใส่ชุดทหารนั่งจ้องมองลงมาที่พวกผม หน้าและตัวเต็มไปด้วยเลือด เสื้อผ้าขาดหลุ้ยไม่มีแขนขวา
ผมและเพื่อน รีบวิ่งกลับไปที่จุดรวมตัว คืนนั้นผมและเพื่อนไม่ได้นอน พอวันที่ สอง กลางวันที่นี่ปกติทุกอย่าง

 

พอตกค่ำ มีรอบกองไปคืนสุดท้าย มีการแสดงละคร แต่ละกลุ่ม กลุ่มแรกไม่มีปัญหาอะไร พอกลุ่มสองและสามที่จะตามมา
เพื่อนต่างห้องคนนึ่ง มีอาการมือเกร็งเท้าเกร็ง ตาเหลือกลอย เหมือนคนโดนแขวนคอ ลิ้นจุกปาก
อาจารย์และคนคุมค่ายจึงห้อยพระให้คนที่มีอาการแปลกๆก็หายไป แต่ผมและเพื่อนๆกลุ่มผม ยังเห็นเงามืดมนต์จำนวนมากอยู่รอบตัว
ผมจึงขออาจารย์ไปเข้าห้องน้ำคนเดียว ผมแอบกลับไปที่นอน ไปหากระเป๋าของตัวเองหยิบพระในกระเป๋า
เพราะลางสังหรณ์ไม่ค่อยดีแล้ว พอผมหยิบพระเสร็จ หน้ากองไฟ ก็มีเพื่อนที่มีอาการแปลกๆเพิ่มขึ้น


คนต่อมามีอาการกระเสือกกระสน ทุรนทุราย เหมือนโดนทรมาน อาจารย์และคนคุมค่ายจึงทำพิธิขอขมากับพื้นที่
หลังจากนั้นกลุ่มต่อจากนั้นก็ไม่ได้แสดงละคร และปล่อยไปนอน ตอนเดินทางไกลวันที่สอง ผมเดินไปหาฐานที่อยู่ตรงน้ำตก
ผมเก็บหินก้อนนึ่ง สวยมาก สีแดง(ส่วนตัวชอบสีแดง) ฉานเหมือนเลือด ผมเห็นแปลกดีจึงนำมันเก็บใส่กระเป๋า
คืนนั้น มีคนมาเข้าฝัน
"อย่าเอาของกูไป" พอตื่นเช้าผมก็ขอขมา และปาลงน้ำตกที่เก็บมา

 

ตอนเข้าค่ายมีด่านที่ต้องโหนเชือก แล้วด้านล่างเป็นคูน้ำลึก มีเพื่อนคนนึงไม่อยากข้ามไป
เพราะว่ายน้ำไม่เป็น 
ตอนนั้นค่ายเพิ่งเริ่มก่อตั้งไม่นาน ทำให้การออกแบบฐานต่างๆ
ไม่ได้พิจารณาเรื่องความปลอดภัยกันสักเท่าไหร่ แต่ครูคนนั้นก็ดันทุรังให้เพื่อนคนนี้เข้าด่า

พอเริ่มโหนเชือกไปก็มีทั้งคนที่โหนเชือกพ้นโดยที่ตัวไม่จมไปในน้ำ
กับคนที่ตกลงไปในน้ำแล้วว่ายขึ้นมาไปต่อได้ 
ด้วยความที่เด็กเยอะ
ครูดูได้ไม่หมด
 

และเร่งเราให้ไปด่านต่อไป พอไปถึงด่านถัดมา เราถึงสังเกตว่า เพื่อนไม่ได้ตามมาด้วย
พวกเราพยายามบอกครู ว่าเพื่อนหาย และเขาว่ายน้ำไม่เป็น แต่ครูก็ไม่เชื่อ
ครูบอกว่า เพื่อนคงหนีกลับเตนท์ไปแล้ว แล้วให้เราฝึกฐานอื่นๆ ไปจนจบ

แต่พอกลับมาที่เตนท์ กลับไม่เจอเพื่อน ทุกคนเลยกลับไปที่ฐานเดิมนั้น

แล้วพบว่า เพื่อนคนนั้นกลายเป็นศพในคูน้ำไปแล้ว
เราคิดว่าถ้าไม่เพราะความสะเพร่านั้น เพื่อนก็คงไม่ตาย ค่ายนี้อยู่ใน จ.หนึ่งทางอีสาน ส่วนครูคนนั้นไม่รู้ว่าเป็นยังไงต่อ

 

เคยเจอตอนไปเข้าค่ายธรรมะที่ศูนย์....... ตอนทำกิจกรรมก็ปกติดีแต่พอตกตอนเย็นตอนไปอาบน้ำเราเป็นคนที่อะไรก็ได้ไรงี้
เลยรอให้เพื่อนคนอื่นอาบเสร็จก่อนแล้วเราค่อยไปอาบทีหลัง ตอนอาบก็ไม่ได้อะไรเห็นเท้าคนดำๆเดินไปมาก็นึกว่าเพื่อนเราก็เฉยๆ
พออาบเสร็จจะปิดน้ำกลับม
ีเสียงน้ำไหลดังมาอีกห้องแถมรู้สึกเย็นวาบเหมือนมีมือมาจับที่มือเราอีก

เราก็คิดว่าเราคงคิดมากไปเองแล้วเดินออกมาก็พบว่าไม่มีใครอยู่แถวห้องน้ำเลย พอจะนอนอาจารย์ก็ให้สวดมนต์ก่อนนอน
เราก็เอาน้ำใส่เเก้วมาวางก่อนสวดมนต์ แผ่เมตตาแล้วเอาน้ำไปกรวด กลับมาก่อนจะนอนท่องคาถาชินบันชรไปอีกยกแล้วล้มตัวนอน
นอนได้สักพักรู้สึกเหมือนมีคนมาเขย่าขาราวกะจะปลุกแต่เราก็ไม้ลืมตานะกลัวด้วยเหมือนกัน
จนกระทั่งเราเริ่มรำคาญเลยลืมตาดูเท่านั่นล่ะเห็นเงาตะคุ่มๆตรงหน้าต่างที่หัวพอดี
เรานี้รีบคุมโปงทันทีทั้งคืนรู้สึกเหมือนมีคนจ้องอยู่ตลอดจนนอนไม่หลับ เช้ามาออกจากค่ายเลยเล่าใหเพื้อนฟัง
แล้วเพื่อนคนที่นอนหันเท้าใส่เรามันบอกว่ากลางดึกเรานอนดิ้นๆมันเลยชะโงกหน้ามาดู

สิ่งที่มันเห็นคือเห็นเงาดำๆเหมือนคนนั่งยองยองอยุ่ที่หน้าต่างบนหัวเรา จ้าาา ตั้งแต่นั้นมาจะค่ายอะไรก็ไม่ไปอีกเลย

 

แต่ละเรื่องเรียกได้ว่าทำเอาขนลุกขนพองไม่น้อยเลย อย่างไรก็ตามเรื่องของสิ่งเหนือธรรมชาติเหล่านี้ล้วนเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน แต่สำหรับใครที่ชื่นชอบในความหลอนสยองแบบที่เรานำมาฝากกัน เตรียมพบกับเรื่องเล่าสุดสะพรึงที่ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์สุดระทึก กับเรื่องราวความเขย่าขวัญในค่ายลูกเสือสุดโด่งดัง กับ วันหมาหอนที่ค่ายลูกเสือ ภาพยนตร์สยองขวัญเรื่องใหม่ กำหนดฉาย 12 ตุลาคมนี้

 

 

ขอบคุณข้อมูลจากเพื่อน ๆ ชาวเมเจอร์ จาก Fan Page Major Group 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram