เนรมิตโลกอนาคต การถ่ายทำในส่วนโลกแห่งความจริงของ Ready Player One

 

เนรมิตโลกอนาคต การถ่ายทำในส่วนโลกแห่งความจริงของ Ready Player One

โลกแห่งความจริง

 

ผู้สร้างภาพยนตร์ได้อาศัยเทคนิคต่างๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างภาพในโลกเสมือนจริงกับโลกแห่งความเป็นจริง เมื่อการแสดงย้ายจากโอเอซิสไปที่โลกแห่งความจริง สปีลเบิร์กต้องเปลี่ยนจากการถ่ายทำระบบดิจิตอลไปถ่ายทำด้วยระบบฟิล์ม โดยร่วมงานอย่างใกล้ชิดกับ จานัส คามินสกี้ ตากล้อง

 

มาคอสโก้ ครีเกอร์ เล่าว่า “สตีเฟนและจัสอยากให้โลกแห่งความจริงดูหยาบหน่อย เพื่อให้เราเห็นความแตกต่างระหว่างสิ่งที่ถ่ายทำด้วยฟิล์มกับความแวววาวกว่าของโอเอซิส จานัสจึงมีส่วนช่วยในการกำหนดนิยามให้โลกแห่งความจริง”

 

นอกจากนั้นแล้วสตอคฮาวเซนยังใช้การเพิ่มหรือลดสีสันมาช่วยอธิบายมากขึ้น โดยเขาเล่ารายละเอียดว่า “ที่โอเอซิสจะมีสีสันที่เข้มข้น ส่วนโลกแห่งความจริงจะดูแห้งแล้งแทบไม่มีสีสันที่สดใสเลย ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจากหนังสือ”

 

 

 มีข้อยกเว้นอย่างหนึ่งคือเรื่องกราฟฟิตี้ที่สตอคฮาวเซนเล่าว่า “ใช้สำหรับหลายจุดประสงค์ ตัวละครของเรามีตัวตนอยู่ในโลกทั้งสองใบ เรารู้สึกว่ากราฟฟิตี้มีการสื่อถึงโอเอซิสที่ปลดปล่อยบางอย่างที่อยู่ในตัวพวกเขาออกมา แทนที่จะเป็นการแท็กชื่อตัวองหรือแท็กชื่ออวาตารไว้ในชีวิตจริงของตัวเอง ภาพกราฟฟิตี้ยังสื่อถึงการคัดค้านไอโอไอและเป็นสัญลักษณ์ของการต่อต้านอีกด้วย”

 

 “Ready Player One” เปิดฉากที่เดอะ สแตคส์ ที่จอดรถเทรลเลอร์ที่เวด วัตตส์ เรียกว่าบ้านด้วยความฝืนใจ สตอคฮาวเซนเล่าว่าที่มาของชื่อนั้นสื่อเห็นได้อย่างชัดเจน “รถเทรลเลอร์จะถูกเรียงขึ้นไปเหมือนการก่อสร้างสไตล์เจนก้า เป็นสภาพแวดล้อมที่ดูแออัด แต่เหมือนบ้านเคลื่อนที่แทนอพาร์ทเมนท์”

 

 ทีมของสตอคฮาวเซนได้สร้างส่วนของเดอะ สแตคส์ไว้ที่โรงถ่าย Leavesden “เราเริ่มจากรวมแหล่งข้อมูลรถบ้านเคลื่อนที่ 60 คันหรือพวกคาราวานอย่างที่เรียกกันในอังกฤษ ผมร่วมงนกับสจ๊วต โรส ผู้กำกับศิลป์อาวุโสของเรา เพื่อดูว่าจะเรียงพวกมันได้ยังไง มีการใช้เหล็กขนาดใหญ่เพื่อพยุงทั้งหมดเอาไว้ จากนั้นจึงมีการเรียงขึ้นไปเป็นชั้น มันเหมือนกับการเล่นเกมก่อสร้างฉากเลยครับ” เขายิ้ม 

 

 

 “ความท้าทายของการสร้างฉากเดอะ สแตคส์คือมันต้องดูไม่ใช่บ้านที่ถูกวางแผนมาอย่างปลอดภัยรอบคอบโดยสถาปนิก” สตอคฮาวเซนเล่าต่อว่า “ไอเดียคือมันต้องเริ่มจากบนพื้นและสูงขึ้นไปแบบไม่ตั้งใจ ส่วนที่ยากสุดคือต้องแน่ใจว่าโครงสร้างปลอดภัย ขณะที่เราต้องทำให้มันดูเหมือนมันโคลงเคลง ไร้ทิศทาง และไม่ปลอดภัยสุดๆ มันเลยต้องอาศัยทริคนิดหน่อย แต่มันก็สนุกดีครับ”

 

บนหน้าจอเดอะ สแตคส์จะดูยืดขยายกว้างไกลสุดสายตา แต่มีเพียงฉากส่วนหนึ่งเท่านั้นที่สร้างขึ้นมาจริงๆ ทีมจาก   The Digital Domain ที่นำโดยผู้ควบคุมวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ แมทธิว บัตเลอร์ รับหน้าที่ขยายภาพในเจ็กต์ที่ไม่เหมือนใครให้ไกลสุดขอบฟ้า

 

 

การระเบิดที่เกิดขึ้นที่เดอะ สแตคส์ได้รับการควบคุมอย่างรัดกุมโดยทีมสเปเชียลเอ็ฟเฟ็กต์ นำโดย ผู้ควบคุมสเปเชียลเอ็ฟเฟ็กต์ นีล คอร์โบลด์ ที่ควบคุมฉากเดียวให้ออกมาถูกต้อง “มีชนวน 28 ชนวนที่ถูกตั้งเวลาให้ระเบิดใน 5 วินาที ต้องมีการสร้างกองไฟขนาดใหญ่และเศษซากจำนวนมากขึ้นมา” เขากล่าว แล้วทุกอย่างก็พังทลายลง เราต้องทดสอบหลายครั้งเพื่อความปลอดภัยติดตั้งระบบฉีดน้ำด้วย หลังจากที่ทุกอย่างโดนเผาหมดแล้ว เราจะได้เปิดสวิตช์ฉีดน้ำได้” หลังจากนั้น  Digital Domain จะทำได้การระเบิดดูรุนแรงมากขึ้นและทำลายสิ่งก่อสร้างทั้งหมด

 

ด้านนอกของเดอะ สแตคส์จะเต็มไปด้วยกองรถที่เป็นเศษซากขนาดใหญ่ ซึ่งมีการรวมกันไว้ที่ Leavesden “เรารวมรถเก่าเอาไว้และเริ่มเรียงมันขึ้นไปจนกระทั่งออกมาดูดี” สตอคฮาวเซนเล่าว่า “จากนั้นเราจะกลับเข้ามาดูให้แน่ใจว่ามันปลอดภัยดี เราติดตั้งโครงเหล็กเพื่อประคองทุกอย่างเอาไว้ และเพื่อให้แน่ใจว่ารถจะไม่ตกลงมาทับกันหรือที่สำคัญคือทับใคร เราอยากให้มันดูไม่ปลอดภัยแต่จริงๆ แล้วต้องปลอดภัย”

 

 

ในกลางกองขยะนั้น เวดได้แปลงสภาพรถตู้คันเก่าให้กลายเป็นที่ซ่อนตัวอย่างสงบ เขาเก็บสมบัติส่วนตัวที่สำคัญเอาไว้ในนั้น “เขาปรับเปลี่ยนสภาพข้างในให้ดูเหมือนรถแวนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งสะสมหลายปีเกี่ยวกับฮีโร่ของเขา เจมส์ ฮัลลิเดย์และ ออกเดน มอร์โรว” สปีลเบิร์กกล่าว

 

สำหรับการแต่งตัวของเวด วาลิคก้า ไมโมน ให้ความเห็นว่า “เขามีเงินไม่มากนัก เราจึงทำให้เขาดูไม่สะดุดตาเท่าไหร่ เขาสวมเสื้อทีเชิ้ตที่มีดีไซน์ในแบบของเขาเอง ลายตะแกรงที่พิมพ์บนเสื้อสะท้อนถึงความหลงใหลในการขแงขันของฮัลลิเดย์ และเสื้อผ้าของเขาก็อ้างอิงมาจากยุค 80 ด้วย”

 

เจมส์ ฮัลลิเดย์ก็เลือกให้ทีเชิ้ตสื่อถึงความนิยมในยุค 80 รวมถึงวง Rush และวีดีโอเกมคลาสสิค รวมถึงแจ็คเก็ตสีฟ้าที่วาลิคก้า ไมโมนเล่าว่า “มีความคลาสสิคมากพอที่จะปรากฎได้ในอนาคตอีก 30 ปีข้างหน้า มาร์ครับบทตัวละครที่ทำตัวชอบหมกมุ่น ฉะนั้นเราจะใส่รายละเอียดเดิมๆ เข้าไปในการตีความหมายที่ต่างกัน เขารวยมากแต่ก็มีเสื้อผ้าเพียง 5 แบบในตู้” เธอหัวเราะ

 

 

วาลิคก้า ไมโมนเล่าว่าขณะที่เธอออกแบบเครื่องแต่งกายที่สะท้อนถึงยุค 1980 มันต้องดูไม่เป็นการลอกเลียนแบบเป๊ะจนเกินไป “เรารู้ว่าทุกยุคสมัยจะมีการพัฒนาเทรนด์ของตัวเองขึ้นมา ในยุค 80 ก็มีลักษณะเฉพาะของมันเอง แต่ในทุกยุคก็จะหวนกลับมา มีการผลิตขึ้นมาใหม่ ความนิยมในยุค 80 อย่างที่อธิบายในหนังสือคือมีพลังมาก แต่ถึงอย่างไรมันก็มีรูปแบบตามยุคสมัยของมัน เราต้องศึกษาข้อมูลกันเยอะมากและรวมสไตล์ยุค 80 ไว้อย่างที่ฉันพิจารณาแล้วว่ามันยังคงวนเวียนในช่วง 30 ปีและได้สร้างรูปแบบแฟชั่นของเราเองขึ้นมา”

 

เธอได้ขยายไปถึงสมาชิกที่เหลือของเดอะ ไฮไฟว์ เมื่อพวกเขาปรากฎตัวบนโลกแห่งความจริง แต่ต้องมั่นใจว่าพวกเขามีรสนิยมในแบบตัวเอง “สำหรับซาแมนธา” เธอเล่าว่า “เราอยากให้เสื้อผ้าของเธอต่างจากอาร์ทิมิสอย่างสิ้นเชิง เราเลยให้เธอสวมเสื้อหนาวตัวใหญ่ทับเสื้อทีเชิ้ต Joy Division สุดเท่และกางเกงยีนที่มีรอยขาด แจ็คเก็ตของโซมีความอินใน ‘The Breakfast Club’ และสิ่งที่แปะอยู่บนแจ็คเก็ตของเฮเลนสื่อถึงดนตรี ภาพยนตร์ ทีวี และความนิยมอื่นๆ ยกเว้นโทชิโรที่เสื้อผ้าจะดูคล้ายชุดกีฬาและเหมือนเทรนด์ในปัจจุบันบนท้องถนนญี่ปุ่น”

 

 

การออกแบบข้าวของเครื่องใช้ที่ไฮเทคเพื่อให้สอดคล้องกับโอเอซิสเกิดขึ้นจากสิ่งที่วาลิคก้า ไมโมนเรียกว่า “เป็นการรวบรวมความคิดของกลุ่มคนที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาชิ้นส่วนต่างๆ ซึ่งรวมถึง (ผู้ควบคุมเครื่องแต่งกาย) แดน เกรซ, ที่ปรึกษาพิเศาด้านเครื่องแต่งกาย ปิแอร์ โบฮานนา และ ผู้ศึกษาข้อมูล ซูซาน กิลโบ นี่เป็นขั้นตอนที่น่าสนุกไปกับการทดลองและออกแบบอีก 30 ปีพวกอุปกรณ์เครื่องมือจะมีหน้าตาแบบไหน 30 บางอย่างก็ปรากฏอยู่แล้วในท้องตลาด นั่นคือจุดเริ่มต้นของเราค่ะ ส่วนที่เหลือนั้น...ก็ก้าวเกินความเชื่อของเราไปเลย”

 

 การออกแบบที่มีการก้าวกระโดดสุดยังรวมถึงการออกแบบบูทสูท X1 สุดหรูอย่างที่โปรโมทเอาไว้ว่า “เหมือนกับผิวหนังชั้นที่ 2 ในโอเอซิส”  วาลิคก้า ไมโมนยืนยันว่า “โดยหลักแล้วเราต้องการให้ไม่เห็นวัสดุ มันจะได้ดูเป็นการวางแผนควบคุมครั้งใหญ่จากทีมผู้อัจฉริยะของเราที่มารวมตัวกันแก้โจทย์ เราเริ่มจากไอเดียชุดซีทรู จากนั้นได้เพิ่มชั้นที่เป็นลายตะแกรงด้านล่างตรงลำตัวอย่างที่เห็นจากคอมพิวเตอร์ องค์ประกอบทั้งหมดจะอยู่ในชั้นนั้น สตีเว่น สปีลเบิร์กเล่าว่าชั้นที่อยู่ด้านล่างสร้างขึ้นมาจากอะตอม เพราะมันควรเป็นองค์ประกอบที่ได้มาจากการเชื่อมโยงกับผิวหนังโดยตร ฉะนั้นจึงเป็นอะตอมเล็กๆ .  สิ่งที่ปกคลุมตัวจะเหมือนมีการเดินสายไฟและต้องมองเห็นได้แบบโปร่งใส นั่นคือที่มาของการสร้างบูทสูทขอเวด ส่วนชุดของซอร์เรนโตได้แรงบันดาลใจมาจากความงดงามของการออกแบบสินค้าหรูหรา 

 

 

 “การออกแบบเครื่องแต่งกายทั้งหมด” เธอเล่าต่อว่า “มาจากการแลกเปลี่ยนความเห็นกันว่าอนาคตอันใกล้น่าจะมีหน้าตาแบบไหน ซึ่งอิงจากหนังสือและมีการค้นข้อมูลเพิ่มเติมในนวัตกรรมเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน รวมถึงด้านแฟนชั่นด้วย ”

 

ยังไม่ได้กล่าวถึงที่เขาเป็นผู้นำทีม บูธสูทและอุปกรณ์ทั้งหมดจำหน่ายโดยไอโอไอ ผู้มีอิทธิพลต่อโคลัมบัส โอไอโอ มีเส้นขอบฟ้าเป็นตัวแบ่งความแตกต่างกับสแตคส์

 

ด้านในของไอโอไอสร้างขึ้นที่โรงถ่าย Leavesden รวมถึง Loyalty Center ห้องปะลองสงครามเดอะ ซิกเซอร์ส และออฟฟิศอันโอ่โถงของโนแลน ซอร์เรนโต ส่วนสำคัญในออฟฟิศของซอร์เรนโตคือบัลลังก์ขนาดยักษ์ ที่มีรูปร่างเหมือนครึ่งวงกลมที่สามารถควบคุมอะไรได้หลายอย่างเพียงปลายนิ้ว ด้วยความสะดวกสบายบนเก้าอี้ ทำให้เขาทำอะไรได้มากกว่าการเข้าถึงโอเอซิส เพราะเขาสามารถคว้าโอเอซิสเป็นของตัวเองได้ อย่างน้อยก็ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง

 

 

ในฉากสำคัญที่มีการบรรจบกันระหว่างโลกแห่งความจริงกับโลกเสมือนจริง ซอร์เรนโตได้เชิญพาร์ซิวอลมาสู่การประชุม จากนั้นได้พาเขาไปที่ออฟฟิศด้วยรูปแบบโฮโลแกรม ผู้ควบคุมวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์จาก Digital Domain แมทธิว บัตเลอร์ อธิบายว่า “เรามีการแสดงให้เห็นร่างอวาตารของเวดในโลกแห่งงความจริง เราต้องทำให้สอดคล้องกับการออกแบบของ ILM ที่ออกแบบตัวละครระหว่างที่มีการแสดงภาพโฮโลกราฟฟิค เราทุกคนเห็นภาพโฮโลแกรมและนั่นคือสิ่งที่คาดหวังว่ามันจะดูเป็นแบบไหน ในฐานะผู้สร้างวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ เราไม่อยากให้มันดูลอกเลียนแบบจากอะไรมา แต่ขณะเดียวกันเราก็อยากให้ผู้ชมนึกออกว่ามันคืออะไร การสร้างความแปลกใหม่คือสิ่งที่ทำได้ยาก แต่ผมดีใจมากกับสิ่งที่ได้”

 

ในฐานะของผู้กำกับฯ “Digital Domain ได้สร้างเอ็ฟเฟ็กต์ได้ยอดเยี่ยมที่สุดในภาพยนตร์ทุกเรื่อง” สปีลเบิร์กยืนยันว่า   “ผลงานที่เขาสร้างโฮโลแกรมขึ้นมามันน่าทึ่งมากครับ แถมยังสร้างความสำเร็จได้มากกว่านั้น”

 

ฉากออฟฟิศของซอร์เรนโตจะอยู่บนเสาที่ถูกยกสูงขึ้นมา และมีผนังกระจกที่สูงตั้งแต่พื้นจรดเพดาน เขาจึงมองเห็นห้องการปะลองสงครามขนาดยักษ์ ควบคุมโดยกลุ่มซิกเซอร์สในเครื่องแบบ โดยแต่ละคนจะถูกเชื่อมเข้ากับเชือกส่วนตัว พวกเขาทำงานกันเป็นกะทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง พยายามเอาชนนะการแข่งขันและครอบครองไข่ให้ได้ ซึ่งนั่นไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อพวกเขาเลย

 

 

 

เชือกของเดอะ ซิกเซอร์ออกแบบโดยคอร์โบลด์ เขาเล่าว่า “การพัฒนาหลายอย่างต่อยอดจากการออกแบบและสิ่งก่อสร้างในช่วงแรก เมื่อทุกคนพอใจกับโมเดล ก็ยิ่งต้องทำให้มันเพิ่มขึ้นอีก 80 เท่า”

 

จากนั้นเป็นหน้าที่ของ Digital Domain ที่ต้องเพิ่มจำนวนเชือกอีกนับร้อย บัตเลอร์ยืนยันว่า “ห้องปะลองสงครามเป็นห้องเดียวที่ขาดความสมบูรณ์แบบ แต่มันต้องมีความยิ่งใหญ่ การทำให้มันมีขนาดที่ดูเหมาะสม เราต้องสร้างห้องในเวอร์ชั่นจำลองขึ้นมา แต่เราจะให้มีแค่ห้องไม่ได้ เราต้องมีผู้คนอยู่ในนั้นด้วย นี่เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เราถ่ายทำด้วยโมชั่นแคปเจอร์สำหรับโลกแห่งความจริง ต่างจากโมชั่นแคปเจอร์ของโอเอซิส”

 

Digital Domain ยังควบคุมวิชวลเอ็ฟเฟ็กต์ของฉากอื่นทั้งหมดในโลกแห่งความจริงด้วย รวมถึงการใช้โดรนสำหรับฉากโคลสอัพของเวดที่เขาต้องเข้าสู่โอเอซิสอย่างกระทันหัน

 

 

สำหรับภายในกองบัญชาการของไอโอไอคือ Loyalty Center ประกอบด้วยแถวของห้องโลหะขนาดเล็กที่ยาวอย่างไม่มีสิ้นสุด แต่ละห้องจะเก็บอุปกรณ์ให้คนของไอโอไอสวมใส่  ซึ่งพวกเขาต้องเข้าระบบเพื่อทำงานใช้หนี้ด้วยการใช้แรงงานอย่างหนักในโอเอซิส แซค เพนน์เล่าว่า “Loyalty Center เหมือนห้องขังของลูกหนี้ที่ดูมีเงื่อนงำ กลไกของมันคือจะรวมทั้งการลงโทษเราด้วยเชือก การเข้าสู่ระบบและทุกอย่าง ฉะนั้นเราไม่มีทางหลุดจากการเป็นหนี้ได้เลย เมื่อเราเข้าไปแล้วส่วนใหญ่เราจะไม่ได้ออกมา”

 

นอกจาก Leavesden แล้ว การถ่ายทำยังใช้สถานที่ในเมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ตึกอาคารที่เป็นจุดเด่นซึ่งเคยเป็นโรงงาน Typhoo Tea factory ถูกสร้างขึ้นมาใหม่โดยสตอคฮาวเซนและทีมงานของเขา ที่เนรมิตให้เป็นเซฟเฮาส์ของผู้ต่อต้าน The Jewellery Quarter ที่ใจกลางเมืองได้กลายเป็นฉากหลังของการขับรถไล่ล่ากันอย่างดุเดือด รวมถึงซอร์เรนโตและฟีแนลที่อยุ่ในรถหุ้มเกราของไอโอไอ และเดอะ ไฮไฟว์ที่อยู่ในรถไปรษณีย์ที่ถูกแปลงสภาพของเฮเลน ซึ่งคล้ายกันกับเวดที่เธอมีอุปกรณ์ครบครันอยู่หลังรถพร้อมอุปกรณ์ระบบแฮปติค... แม้ว่ารถตู้ของเฮเลนจะเคลื่อนที่ก็ตาม

 

สถานที่อื่นๆ ยังรวมถึงห้องโถงของโรงเรียน Holland Park School ทางตะวันตกขงลออนดอนที่กลายเป็น IOI Oology Department และ Sun Park ในเซอร์รีย์ ที่กลายเป็นโฮมออฟฟิศของ Gregarious Games ด้านนอกของไอโอไอก็พบเห็นได้ในลอนดอน

 

Ready Player One 29 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

www.readyplayeronemovie.net

https://www.facebook.com/ReadyPlayerOneMovieThailand

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram