5 ความเด็ดของ From the Land of the Moon คนแอบรักข้างเดียวสะเทือนถึงขั้วหัวใจ!

5 ความเด็ดของ From the Land of the Moon
คนแอบรักข้างเดียวสะเทือนถึงขั้วหัวใจ!

 

โดย Aye, Ms. You

 

From the Land of the Moon หรือ Mal de Pierres ภาพยนตร์รักดราม่าภาษาฝรั่งเศสที่สร้างจากนิยายอิตาลีที่ถูกแปลเป็นภาษาฝรั่งเศสในชื่อเดียวกัน เล่าเรื่องราวของ กาเบรียล (มาริยง โกติยาร์) หญิงสาวผู้เปี่ยมด้วยความปรารถนาในความรัก เธอเฝ้าฝันและไล่ตามหา “คนสำคัญ” ที่จะคู่ควรกับเธอ ทว่าในความเป็นจริงนั้น ชีวิตกลับไม่ได้เป็นดังฝันเสมอไป เธอต้องแต่งงานกับชายที่ไม่ได้รัก ในขณะที่เธอตกหลุมรักกับชายอีกคนหนึ่งที่เธอพร้อมมอบทุกอย่างของเธอให้เขาอย่างหมดหัวใจ

นอกจากนี้ From the Land of the Moon ได้รับการเสนอให้เข้าชิงรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลภาพยนตร์คานส์เมื่อปีล่าสุดด้วย ซึ่งต้องขอยอมรับเลยว่าหนังเรื่องนี้เปี่ยมไปด้วย “ความสะเทือนใจ” และ “ความประทับใจ” ของมุมมองความรักที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างสวยงามราวกับภาพวาดผ่าน 5 ประเด็นหลัก ๆ ที่จะทำให้คนดูต้องอินไปกับหนังเรื่องนี้

 

 

การครอบครองสิ่งที่ไม่ได้ครอบครอง

From the Land of the Moon เล่าถึงมุมมอง “ความรัก” ระหว่างหนึ่งหญิงสองชายที่อาศัยตัวละคร “ผู้หญิง” เป็นตัวหลักในการดำเนินเรื่อง หนังเน้นไปที่ชีวิตความรักและความปรารถนาอันสูงสุดของ “กาเบรียล” หญิงสาวรูปร่างหน้าตาดีที่เกิดในครอบครัวคาทอลิก แต่กลับไม่ได้รับความรักจากครอบครัว ทำให้เธอนั้นต้องไขว่คว้าและต้องการความรักอยู่ร่ำไป ซึ่งความรักที่ว่านั้นก็ถูกแสดงออกในรูปแบบของความต้องการทางเพศแทน แม้เธอจะมีคู่ครองและชีวิตการแต่งงานที่ดีเพียงไร แต่หาก “ใจ” ของเธอเลือกที่จะปฏิเสธ ก็ไม่มีใครหยุดยื้อหัวใจของเธอไว้ได้ เธอจึงเลือกที่จะฝันและไล่ตามฝ่ายที่คว้าหัวใจของเธอไปมากกว่า จากสถานการณ์ “รักสามเศร้า” ที่เปี่ยมด้วยรายละเอียดทางอารมณ์นี้ ทำให้ทุกตัวละครในเรื่องต่างตกอยู่ในสภาวะที่พวกเขาได้ “ครอบครอง” เพียงในนามเท่านั้น แต่กลับไม่ได้ครอบครองในสิ่งที่ “สำคัญ” ต่อจิตใจและจิตวิญญาณของพวกเขาจริง ๆ   

 

 

“เปลือย” ทุกความรู้สึก ปลดปล่อยทุกความปรารถนาในตัว

หนังเรื่องนี้กำลังสำรวจมุมมองของความรักอย่างหมดเปลือกและพร้อมที่จะ “เปลือยเปล่า” ทุกความรู้สึกออกมาให้เห็นอย่างเด่นชัด ไม่ว่าจะเป็น “ความปรารถนา” ของกาเบรียลที่รุนแรงและเปี่ยมไปด้วยพลังทางเพศ หรือจะเป็น “ความห่วงใย” ของคุณราบาสคาล (อเล็กซ์ บรานเดอมุห์ล) สามีของกาเบรียลที่เธอไม่ได้รัก ทุก ๆ ความรู้สึกในหนังเรื่องนี้จะถูกถ่ายทอดออกมาผ่านภาพที่สวยงามราวกับภาพวาด พร้อมกับสอดแทรกภาพเปลือยเปล่าที่เปรียบเป็นเชิงสัญลักษณ์สำหรับทุกอณูความรู้สึกที่แฝงอยู่ในห้วงความรักระหว่างพวกเขาทั้งสามคน ซึ่งมีทั้งความเจ็บปวด ความโหยหา ความรุนแรง และความสวยงามที่เคล้ากันได้อย่างน่าประทับใจ

 

 

 “ความรัก” ก่อตัวขึ้นระหว่างคนแปลกหน้า 2 คนได้จริงเหรอ?

ในอดีตเชื่อว่าเราต้องเคยได้ยินคำพูดที่ว่า “แต่ง ๆ ไปก่อนอยู่ไปเดี๋ยวก็รักกัน” มานับครั้งไม่ถ้วน ทว่าเรื่องราวหลังจากนั้นก็มีทั้ง Happy Ending และไม่เป็นดั่งเทพนิยายเสมอไป แล้วถ้ามันเกิดขึ้นกับเราล่ะ ใครจะเป็นคนที่ล่วงรู้ได้ว่าเรื่องราวหลังจากนั้นจะจบลงแบบไหน? แม้ “กาเบรียล” หญิงสาวผู้เป็นเจ้าของจิตวิญญาณของตัวเองจะหนักแน่นในมุมมองความรักและชีวิตของตัวเองมากแค่ไหน แต่ก็ไม่อาจจะทัดทานแรงจากสังคมหรือกฏเกณฑ์ของศาสนาที่เธอและครอบครัวนับถืออยู่ได้ ทำให้เธอต้องเดินตามเส้นทางชีวิตที่คนอื่นขีดให้ แต่ก็หัวขบถอยู่ภายในพร้อมกับคำถามที่เกิดขึ้นในใจเสมอว่า “เราต่างเป็นคนแปลกหน้าของกันและกัน แล้วเราจะรักกันได้ยังไง?”

 

 

พันธนาการของ “ความรัก” ที่มีชื่อว่า “การแต่งงาน”

เมื่อเธอต้องแต่งงานกับชายที่เธอไม่ได้รัก จากอดีตที่ “กาเบรียล” เปรียบเหมือนนกที่โบยบินอิสระ แต่บัดนี้เธอกลับต้องกลายมาเป็นนกที่อยู่ภายใต้กรงแห่งพันธนาการที่ชื่อว่า “การแต่งงาน” แทน แต่กระนั้นแม้กรงแห่งการแต่งงานจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ไม่สามารถหยุดยั้ง “หัวใจ” ของเธอไม่ให้โบยบิน และไล่ตามความฝัน ความปรารถนาอันสูงสุดของเธอได้ และเมื่อใดที่เธอค้นพบ “สิ่งสำคัญ” ที่สุดในชีวิตของเธอแล้วล่ะก็ เธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อได้รับ “ความรัก” จากสิ่งนั้น แม้ว่านั่นจะต้องทำให้เธอเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม เป็นอีกจุดเด่นหนึ่งของ From the Land of the Moon ที่ถ่ายทอดอารมณ์ปรารถนาอันลึกซึ้งของมนุษย์ออกมาได้อย่างงดงามและทรงพลัง และในขณะเดียวกันก็สามารถถ่ายทอดความเจ็บปวดและความไม่มั่นคงทางจิตใจที่มีต่อกรงแห่งพันธนาการได้อย่างน่าสะเทือนใจเช่นเดียวกัน

 

 

 “ความรัก” ของครอบครัวที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น  

นอกจากประเด็นเรื่องความรักระหว่างผู้ชายและผู้หญิงในเรื่องแล้ว From the Land of the Moon ยังแฝงประเด็นของ “ความรัก” ในครอบครัวที่มีผลอย่างมากต่อพฤติกรรมของลูก เพราะเมื่อใดก็ตามที่ลูกรู้สึก “ขาด” และโหยหาในบางสิ่งบางอย่างแล้วล่ะก็ มันอาจเกิดขึ้นจากการที่พ่อแม่หรือครอบครัวไม่ได้มอบสิ่งนั้นให้กับลูกอย่างเพียงพอนั่นเอง และภายใต้เงื่อนไขทางสังคมบางอย่างที่เป็นตัวกำหนดเส้นทางการใช้ชีวิตนั้น ก็อาจทำให้รถไฟความรักระหว่างคนในครอบครัวตกราง และไม่สามารถกลับมาวิ่งได้อย่างสวยงามเหมือนเดิมได้อีกต่อไปด้วย หนังสะท้อนให้เห็นว่า บาดแผลเพียงเล็กน้อยจากคนในครอบครัว อาจกลายเป็นบาดแผลขนาดใหญ่ที่ยากที่จะซ่อมแซมและทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมก็ได้

 

From the Land of the Moon
กำกับโดย นิโคล การ์เซีย
นำแสดงโดย มาริยง โกติยาร์, หลยุส์ การ์เรล และ อเล็กซ์ บรานเดอมุห์ล

เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram