รีวิว Finding Dory ตามหาบางคน...ที่หล่นหายไปจากความทรงจำ (A+)

Finding Dory ตามหาบางคน...ที่หล่นหายไปจากความทรงจำ (A+)

 

ย้อนกลับไปเมื่อ13ปีที่แล้ว เราได้รู้จักกับมาร์ลิน นีโม และ ดอรี่ จากอนิเมชั่น Finding Nemo ซึ่งดอรี่ เป็นปลาบูลแทงก์สีน้ำเงินที่มีความจำเสื่อมทั้งสร้างความฮาและสร้างความรำคาญในเวลาเดียวกัน แต่สุดท้ายมันก็ทำให้เราหลงรักจนได้ เรายังจำความรู้สึกหลังจาก ดู Finding Nemo จบในตอนนั้นได้ดี ความสุขทั้งหัวใจ น้ำตาซึมจากเรื่องประเด็นความรักระหว่างพ่อกับลูก และด้วยความที่ของเดิมมันดีมาก การมาสานต่อใน Finding Dory ทำให้เราคาดหวังกับมันไว้ค่อนข้างสูง ซึ่ง Pixar ก็ไม่ทำให้ความหวังของเราพังทลายและเติมเต็มให้เรารักดอรี่เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมอีก 

 

 

Finding Dory เป็นเหตุการณ์ 1 ปีหลังจาก  Finding Nemo เล่าเรื่องย้อนไปถึงความสัมพันธ์ของดอรี่ ตั้งแต่เป็นเด็กที่มีปัญหาเรื่องความจำสั้นและต้องพลัดพรากจากพ่อแม่ ผจญภัยไปเรื่อยจนมาพบกับมาร์ลินออกเดินทางตามหานีโม่ จนกระทั่งวันหนึ่งดอรี่ เกิดจำเสี้ยวหนึ่งของความทรงจำเกี่ยวกับพ่อแม่ได้และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการออกเดินทางตามหาครอบครัวที่ระหว่างการตามหาเต็มไปด้วยความสุข ความซึ้งและความทรงจำ พร้อมกับเพื่อนใหม่ของดอรี่มาสร้างสีสันอีกเพียบ 

สิ่งที่น่าชื่นชมเป็นอันดับแรกของ Finding Dory คือบทอนิเมชั่นที่แน่นและมีทิศทางการเล่าเรื่องที่คล้ายกับภาคแรก คือการตามหาในสิ่งที่สูญเสียไปและยากเกินกว่าปลาตัวเล็กๆจะทำได้  ซึ่งตัวอนิเมชั่นทำออกมาได้อย่างครบรส ไม่ผสมความซึ้งเศร้าจนมากเกินไป ทำให้คนดูอิ่มเอมใจและมีความสุขหลังจากดูจบ

 

 

 ประเด็นครอบครัวเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่  Finding Dory  เล่าในมิติของครอบครัวที่มีลูกบกพร่อง การเลี้ยงดู การเอาใจใส่ที่ต้องเหนื่อยกว่าเด็กธรรมดา ความเป็นกังวลถึงอนาคตหากวันหนึ่งพ่อแม่ไม่อยู่แล้ว ลูกจะสามารถใช้ชีวิตอย่างคนปกติได้หรือไม่? สิ่งนี้ตอกย้ำความชัดเจนของการเป็นอนิเมชั่นครอบครัวที่ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความรักและความห่วงใยของพ่อแม่ว่าไม่กี่วันคืนจะผ่านไปแค่ไหน เราจะโตแค่ไหน แต่พ่อแม่ก็ยังห่วงใยเราเสมอ

 นอกจากนี้หนังยังซ้อนข้อคิดเล็กๆน้อยๆไว้ให้เราได้ร่วมเรียนรู้ไปกับมาร์ลินและนีโม่ เช่น การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ความกล้าในการเผชิญโลก การกล่าวคำขอโทษเมื่อทำผิด และคำพูดของดอรี่ที่ว่า “จงว่ายต่อไป” แม้ปัญหาข้างหน้าจะเจออะไรก็ตาม Finding Dory  จึงไม่ใช่แค่อนิเมชั่นผจญภัยแบบกลวงโบ๋ แต่สิ่งที่ผู้ใหญ่อย่างเราสามารถนำมันมาปรับใช้ในชีวิตได้อีกด้วย และไม่ใช่อนิเมชั่นที่ยัดเยียดปรัชญาแนวคิดเข้าไปอย่างเดียวแต่ยังให้ความสนุกในแบบการ์ตูนเด็กๆอีกด้วย 

 

"...just keep swimming..."

 

นอกจากบทที่มีความหนักแน่นแล้ว สิ่งที่โดดเด่นมากๆสำหรับ Finding Dory  คือตัวละครทั้งเก่าและใหม่ที่มาสร้างสีสัน โดยเฉพาะเพื่อนใหม่ของดอรี่ ทั้ง แฮงค์ ปลาหมึกยักษ์จอมพรางตัวที่แรกๆดูเหมือนเค้าจะร้ายแต่ก็ให้การช่วยเหลือดอรี่เป็นอย่างดี รวมถึงสหายปลาวาฬสุดน่ารัก และสิงโตทะเลจอมแย่งซีน มากับนกสติแตกที่คอยสร้างความฮาตลอดทั้งเรื่อง  Finding Dory   ไม่ทิ้งลายความเป็นพิกซาร์คือการซ่อนปริศนาเอกลักษณ์ที่แฟนพันธุ์แท้ต่างคุ้นเคย รายละเอียดเล็กๆน้อยที่เชื่อมโยงไปถึงภาคแรก ซึ่งตอนท้ายของเรื่องมีฉาก End Credit ที่ไม่อยากให้พลาดด้วย 

สำหรับงานภาพในยุคที่เทคโนโลยีก้าวไกลไปขนาดนี้ พิกซาร์ก็ยังคงฝีมือความเป็นปรมาจารย์ด้านนี้อยู่และฝีมือไม่เคยตก แถมยังใส่รายละเอียดแสงสีใต้น้ำ เก็บทุกเม็ดของสัตว์ทะเลให้มีการเคลื่อนไหวที่เหมือนจริง เป็นธรรมชาติมากที่สุด  ถ้าได้ดูใน IMAX จะพบความฟินมากเพราะนอกจากสามมิติจะพุ่งมาแบบเต็มตาแล้ว มันจะทำให้เรารู้สึกเหมือนเรานั่งอยู่ติดกับตู้ปลาในอควาเรียมขนาดยักษ์เลย ความพิเศษอีกอย่างหนึ่งของ  Finding Dory   คือก่อนเริ่มเรื่องจะมีอนิเมชั่นขนาดสั้นเรื่อง PIPER ฉายปะหน้าด้วย เราจะได้เห็นความล้ำของงานอนิเมชั่นของพิกซาร์ที่ก้าวไปข้างหน้าเรื่อยๆและอนิเมชั่นสั้นๆเรื่องนี้ก็ทำให้คนดูหลงรักเหมือนกัน อย่าเข้าโรงช้าไม่เช่นนั้นจะพลาดของแถมดีๆ 

 Finding Dory  เป็นหนึ่งในอนิเมชั่นที่น่าประทับใจของปี 2016 และเรามองว่ามันดูได้ครบทุกคนในครอบครัว แถมยังเพิ่มความอบอุ่นเข้าไปอีก อย่าลืมชวนพ่อแม่ไปดู หรืออย่าลืมชวนลูกๆไปดูแล้วจะพบว่าปลาสีฟ้าขี้ลืมตัวเดิมในภาคแรกจะทำให้คุณหลงรักเธอมากขึ้นกว่าเดิม 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram