ย้อนรอยสัมพันธ์สวาท Fifty Shades ตั้งแต่ภาคแรก เสียวซ่านระดับไหน เกิดอะไรขึ้นบ้าง??

แฉสัมพันธ์สวาท Fifty Shades of Grey
ความเสียวซ่านในภาคแรกเกิดอะไรขึ้น!!   

 

 

โดย FEED MY BRAIN

Fifty Shades Darker เป็นเรื่องราวต่อจากภาคแรก คริสเตียน เกรย์ ผู้บอบช้ำจากความรัก พยายามตามง้อแอนัสเตเชีย สตีล ให้กลับมาคืนดีกับเขา ก่อนที่เธอจะให้โอกาสเขาอีกครั้ง แอนัสเตเชียก็ยื่นข้อตกลงใหม่ให้กับเขา จากนั้น ทั้งคู่เริ่มสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความมั่นคงในชีวิต  แต่ก็ต้องเผชิญกับอดีตของคริสเตียน เกรย์ ที่ตามมาทำลายความหวังที่จะสร้างอนาคตร่วมกัน Fifty Shades Darker ฟิฟตี้เชดส์ ดาร์กเกอร์ กำกับโดย เจมส์ โฟลีย์ ซึ่งเคยมีผลงานอย่าง Fear และ House of Cards มาแล้ว บทภาพยนตร์เขียนโดย ไนออล ลีโอนาร์ด จากบทประพันธ์ของ อี แอล เจมส์ ภาพยนตร์เข้าฉายในไทย 9 กุมภาพันธ์ 2560 ซึ่งก่อนที่จะเข้าไปพบคุณเกรย์ในปีหน้า เราขอพาทุกคนย้อนไปทำความรู้จักกับเรื่องราวในภาคแรก 

 

 

 

Fifty Shades of Grey : ฟิฟตี้เชดส์ออฟเกรย์ สร้างจากนวนิยายแนวอีโรติก โรมานซ์ขายดีของ อี แอล เจมส์ ว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่าง “แอนาตาเซีย สตีล” นักศึกษาสาวปีสุดท้าย เอกวรรณคดีอังกฤษ และมหาเศรษฐี นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จวัย 27 ปี “คริสเตียน เกรย์” ความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากการสัมภาษณ์เพียง 10 นาที กลับกลายเป็นความสัมพันธ์ที่จะเผยทุกความปรารถนาที่ซ่อนภายในตัวให้ลุกโชนออกมา และเปลี่ยนแปลงทุกโมเลกุลในร่างกายให้ร้อนระอุขึ้นด้วยรสนิยมแบบ “เฉพาะตัว” อย่างที่คาดไม่ถึง!

 

เพราะความสัมพันธ์เป็นเรื่องของคน 2 คน

ความสัมพันธ์ระหว่าง “แอนาตาเซีย” และ “คริสเตียน” ที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยเงื่อนไขที่จริงจังที่แต่ละฝ่ายต่างต้องกุมบังเหียนเพื่อให้สอดรับกับความปรารถนาและความต้องการของตนเอง ซึ่งมั่นใจได้เลยว่าทุกความสัมพันธ์บนโลกนี้ ต้องเคยพบเจอคำถามที่ไม่สามารถหาคำตอบได้นอกจากพวกเขาจะช่วยกัน “ต่อรอง” และ ”ตกลง” ยอมรับในเงื่อนไขของกันและกัน ... นั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาเลือกที่ในฐานะ “กฏของความสัมพันธ์”

 

หนังพาเราตามไปดู “การพัฒนา” เงื่อนไขของความสัมพันธ์ระหว่าง 2 คน ที่คนหนึ่งเป็นพวกชอบควบคุม เป็น “นาย” กับอีกคนที่ยอมโอนอ่อน เป็น “บ่าว” ความอยากเป็นอิสระแต่อีกใจหนึ่งก็กลับอยากถูกครอบครองของทั้งสองคน ทำให้ทั้งคู่ต่างโหยหาซึ่งกันและกัน แม้จะเจ็บปวดและชวนอยากถอนตัวเท่าไร แต่ใจก็ยังอยากลอง อยากลิ้มชิมรสความแปลกใหม่เสมอ ... ตลอดเส้นทางของเงื่อนไขที่ค่อยๆเปลี่ยนแปลงไป หนังทำได้เพลิดเพลินมาก! สร้างเซอร์ไพรซ์คนดูในทุกการกระทำของทั้ง “แอนาสตาเซีย” และ “คริสเตียน” โดยเฉพาะฉากจบที่เหมือนกับเราถูกผลักจากเครื่องบินที่สูงกว่า 3000 ฟุต ตกลงมาในวินาทีเดียว! ต้องบอกตามตรงเลยว่า เมื่อไรจะมีภาคต่อไป เราอยากตามติดทั้งคู่ต่อ!

 

 

 

- เหมือนกับกำลังชมภาพวาดของความสัมพันธ์
ที่ค่อยๆปลดแอกทุกบุคลิก ทุกตัวตนของตนเองออกมาในครั้งเดียว! -

 

นอกจากเรื่องความสัมพันธ์แล้ว หนังยังใช้ “บทสนทนา” ที่ฉลาดและโรแมนติก ไม่หวานแต่เร้าใจ เต็มไปด้วยความเท่ห์ชวนจิกหมอน ฟินไปกับหน้าเกลี้ยงเกลาของ “เจมี่ ดอร์แนน”  รวมไปถึงการกำกับของ แซม เทย์เลอร์ จอห์นสัน ก็ทำได้ชวนติดตาม มีการวางประเด็นเพื่อปูอดีต และซึมซับลักษณะความคิดของทั้ง 2 คน พร้อมทั้งยังนำเสนอ “ทุกจินตนาการของผู้หญิง” ออกมาให้โลดแล่นบนจอได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในฉากทั่วไปที่ออกเดทแบบปกติ หรือจะเป็นฉากชวนสยิวก็ทำได้ทั้งอ่อนโยน สวยงาม และดูมีศิลปะ น่าติดตามมากกว่าจะชวนขยาดและผละออกจากหนัง ดูแล้วเหมือนกับกำลังชมภาพวาดของความสัมพันธ์ที่ค่อยๆปลดแอกทุกบุคลิก ทุกตัวตนของตนเองออกมาในครั้งเดียว!

 

 

เปิดประสบการณ์ใหม่กับเงื่อนไขอันร้อนแรง ด้วยภาพสุดเนี้ยบ เพลงประกอบสุดพลัง และการแสดงสุดฮอต!

 

 

ไม่พูดถึงก็คงจะไม่ได้ เพราะฉากเซ็กซ์ซีนถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ในการแสดงออกถึง “การปลดแอก” ของตัวละครกลับสู่ “สัญชาตญาณหลัก” ของมนุษย์ที่เย้ายวนเกินควบคุม ซึ่งทั้ง 20 นาทีที่ฉากนี้ปรากฏในเรื่อง เต็มไปด้วยความเข้ากันในเชิงอารมณ์ระหว่างการแสดงของ “เจมี่ ดอร์แนน” และ “ดาโกต้า จอห์นสัน” ทั้งยังโดดเด่นด้วยเสียงเพลงประกอบภาพยนตร์อันยอดเยี่ยมที่มาถูกเวลา ถูกที่ ด้วยจังหวะช้า ลูบไล้ที่เย้ายวน ทรงเสน่ห์ รอเวลาลุกโชนด้วยเสียงอันทรงพลัง พร้อมด้วยเครื่องดนตรีที่หนักแน่นอย่างเพลง Haunted หรือ Crazy In Love ของ Beyonce ที่นำมารีมิกซ์ใหม่ I Put A Spell On You ของ Annie Lennox หรือจะโหยดูเคว้งคว้างกลางอากาศแล้วตกลงมาในวิเดียวอย่าง Salted Wound ของ Sia ก็เปิดประสบการณ์ใหม่ทางรสนิยมของมิสเตอร์เกรย์ได้ถึงขีดสุด!

อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้ “เซ็กส์ซีน” สวยงาม ไม่น่าสะอิดสะเอียนคือ “การออกแบบงานสร้าง” ที่ทำออกมาเนี้ยบ เป๊ะ สมกับคาแรกเตอร์ของมิสเตอร์เกรย์ ทั้งการจัดวางแสงและอุปกรณ์ การใช้สีในห้องเล่นชวนสยิว (Playroom) ที่ขัดกันอย่างชัดเจนกับเพนท์เฮาส์ของเกรย์ที่ใช้ความเข้มทึมสะท้อนความอ้างว้าง บาดแผลในใจของเขาได้อย่างดี

 

 

 

ทางด้านการแสดงของคู่พระนาง การ “เปลือยเปล่า” ทั้งทางจิตใจและร่างกายสำหรับหนังเรื่องนี้ โดยเฉพาะฉากนี้ถือเป็นงานหนักของฝ่ายหญิงอย่าง “ดาโกต้า จอห์นสัน” แต่เธอก็สามารถแสดงความรู้สึกทั้งกลัว สับสน หรือมีความสุขได้อย่างชัดเจน! ดาโกต้าดูเป็นธรรมชาติมากและสื่ออารมณ์ส่งตรงถึงคนดูได้ดีเยี่ยม เรารู้สึกสนุกและอยากติดตามการพัฒนาบุคลิก และไม้เด็ดที่เธอเอามางัดกับคริสเตียนตลอดทั้งเรื่อง ซึ่งเราตามเธอได้อย่างไม่มีเบื่อ!

สำหรับ “เจมี่ ดอร์แนน” แน่นอนว่าด้วยหุ่นและหน้าตาอันหล่อเหลา ช่างทรงเสน่ห์เป็นที่ถูกใจสาวมาก ซึ่งส่งให้เขาสร้าง “มิสเตอร์เกรย์” ในแบบของเขาที่เป็นคนนิ่งๆ แต่แสดงออกทางอารมณ์ด้วยสายตามากกว่าทางร่างกาย การแสดงอาจจะยังไม่โดดเด่นดูเป็นธรรมชาติเท่ากับดาโกต้า ทว่าฉากสำคัญที่ต้องสื่ออารมณ์ พอภาพตัดมา Close Up ที่เจมี่ ทุกความเจ็บปวดที่เคยประสบสะท้อนผ่านสายตาของเขาที่มีสีเข้ม ลึกลับและเต็มไปด้วยปริศนา ซึ่งชวนให้ “แอนาสตาเซีย” อยากค้นหา และล้วงลึกไปในอดีตอันมืดดำของเขา 

 

 

Fifty Shades of Grey: มุมมืดหลายระดับของ “คริสเตียน เกรย์” ที่จะปลดปล่อยพันธนาการที่ครอบงำให้จิตใจเป็นอิสระ แหกกฏความสัมพันธ์เดิมๆ พาคุณเข้าสู่อีกโลกนึงที่เป็นได้ทั้งความสนุก ความเร้าใจ ความแปลกใหม่ของชีวิต แต่อีกด้านหนึ่งมันคือความเศร้า ความว่างเปล่า บาดแผลอันโหดร้ายที่ขึ้นสนิมติดค้างในใจของเขามาตั้งแต่เยาวว์วัย คลุกเคล้าด้วยเพลงประกอบภาพยนตร์ที่ดีเยี่ยมตั้งแต่เปิดเรื่องจนกระทั่งฉากจบ สะท้อนอารมณ์ของ 2 ตัวละครได้เยี่ยมยอด พร้อมด้วยการแสดงที่เข้ากันรอวันพัฒนาให้กลมกล่อมมากขึ้นไปอีก 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram