4 คนดังระดับตำนานจากไปด้วยโรคร้าย สร้างแรงพลังให้โลกตระหนักปัญหา HIV

 

 

ในยุคหนึ่งการติดเชื้อ HIV เป็นเหมือนสัญญาณเรียกจากโลกแห่งความตาย แม้ว่าในปัจจุบันจะมีวิธีรักษาที่สามารถทำให้ผู้ติดเชื้อสามารถใช้ชีวิตได้ยืนยาวจนแทบไม่ต่างจากคนปกติ แต่ในอดีตในยุคที่วิทยาการไม่ได้พัฒนาเหมือนทุกวันนี้ การติดเชื้อ HIV มักจะนำไปสู่อาการแทรกซ้อนมากมาย เมื่อค่า CD4 อันเป็นส่วนสำคัญของเม็ดเลือดขาวถูกทำลาย พวกเขาเหล่านั้นจะเดินหน้าสู่การเป็นโรค AIDS ซึ่งนั่นเป็นสาเหตุให้เราต้องบอกลาหลายต่อหลายชีวิต รวมถึงคนดังเหล่านี้ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์ฝากเอาไว้ให้เราจดจำ

 

 

1. Arthur Ashe (เสียชีวิตในปี 1993 ด้วยวัย 49 ปี)

                Arthur Ashe คือนักเทนนิสผู้มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เขาติดเชื้อ HIV จากการเปลี่ยนถ่ายเลือดในการผ่าตัดหัวใจตั้งแต่ปี 1983 ก่อนจะเสียชีวิตด้วยอาการแทรกซ้อนไปในปี 1993

 

 

2. Eazy-E (เสียชีวิตในปี 1995)

                Eric Lynn Wright หรือ Eazy-E นักร้องแรปเปอร์ผิวสี สมาชิกวงฮิปฮอปประจำเมืองลอสแองเจลลิส เสียชีวิตไปในปี 1995 หลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเขาป่วยเป็นโรคเอดส์เพียงหนึ่งเดือน โดยก่อนที่เขาจะเสียชีวิตไปนั้น Eazy-E ได้แถลงการณ์เปิดใจและพูดถึงคำขอสุดท้ายของเขาเอาไว้ว่า “ผมจะไม่พูดเรื่องนี้เพราะผมอยากจะให้มันฟังดูดี ผมแค่รู้สึกว่าผมมีแฟนเพลงเด็ก ๆ มากมายที่ต้องเรียนรู้ว่าอะไรมันจะเกิดขึ้นบ้างเมื่อคุณป่วยเป็นโรค AIDS เช่นเดียวกันกับคนที่ป่วยมาก่อนหน้าผม ผมอยากจะเปลี่ยนปัญหาของผมให้กลายเป็นเรื่องดี ๆ ที่จะสามารถช่วยเหลือผู้อื่น”

                เมื่อเขาจากไป Lil Eazy-E ลูกชายของเขาก็ได้สืบทอดมรดกทางดนตรีของพ่อ กลายเป็นแรปเปอร์ชื่อดัง และเป็นหนึ่งในนักรณรงค์คนสำคัญเกี่ยวกับปัญหา HIV และโรค AIDS

 

 

3. Pedro Zamora (เสียชีวิตในปี 1994)

                Pedro Zamora คือชายหนุ่มผู้สร้างอิทธิพลคนสำคัญแม้จะมีชีวิตที่แสนสั้นก็ตาม เขาคือหนึ่งในนักแสดงของซีรีส์เรียลลิตี้ชื่อดังของ MTV “Real World: San Francisco” เขาได้ใช้ช่องทางนี้ให้การเตือนให้ผู้คนตระหนักรู้เกี่ยวกับเชื้อ HIV และโรค AIDS รวมไปถึงเรื่องสิทธิของชาวเกย์ด้วย มีคำกล่าวของเขาที่ชวนให้ฉุกคิดอย่างน่าสนใจว่า “ในฐานะของเกย์ที่อายุน้อย พวกเราถือเป็นคนชายขอบ ในฐานะของคนอายุน้อยที่มีเชื้อ HIV และเป็นโรค AIDS พวกเราถูกตัดสิทธิ์ทั้งหมดอย่างสิ้นเชิง”

เขาเสียชีวิตไปในปี 1994 ด้วยวัยเพียง 22 ปีเท่านั้น หลังจากนั้นเป็นต้นมา คนรักของเขา รวมไปถึงรายการ Real World ก็ได้สืบทอดมรดกของ Zamora ในการทำงานเพื่อประชาสัมพันธ์และรณรงค์เรื่องการป้องกันเชื้อ HIV อยู่อย่างต่อเนื่อง

 

 

4. Freddie Mercury (เสียชีวิตในปี 1991 ในวัย 45 ปี)

                Freddie Mercury เป็นที่รู้จักกันในฐานะนักร้องนำวงดนตรีชื่อดังในตำนานอย่าง Queen เขาเก็บงำผลการวินิจฉัยว่าเขาติดเชื้อ HIV มาหลายปี ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตหลังจากเปิดเผยเรื่องดังกล่าวแก่สาธารณชนได้เพียงไม่กี่วัน The Los Angeles Times ได้รายงานบทสัมภาษณ์ของเขาก่อนที่เขาจะเสียชีวิตเอาไว้ว่า

 

                “หลังจากที่คาดเดากันไปต่าง ๆ นา ๆ ตลอดระยะเวลากว่า 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมอยากจะยืนยันว่าผมได้รับการทดสอบ และผลออกมาว่าผมมีเชื้อ HIV และเป็น AIDS ผมรู้สึกว่าตัวเองทำถูกนะที่เก็บข้อมูลพวกนี้ไว้เป็นความลับ เพื่อที่จะปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้คนที่อยู่รอบตัวผม...”

                “...อย่างไรก็ตาม ตอนนี้มันถึงเวลาแล้วที่เพื่อนของผมและแฟน ๆ ของผมทั่วโลกจะได้รู้ความจริง และผมหวังว่าทุกคนจะเข้าร่วมกับผม แพทย์ของผมและเหล่านักสู้ผู้กำลังต่อต้านโรคร้ายนี้ไปทั่วโลก”

               

                เขาจากไปในวัย 45 ปี ในเดือนพฤศจิกายนปี 1991 แม้จะผ่านระยะเวลามามากกว่า 20 ปี แต่เสียงเพลงของเขา พรสวรรค์ด้านดนตรีของเขา รวมไปถึงความแข็งแกร่งของเขาที่ต่อสู้กับ HIV ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้คนตราบจนวันนี้

 


 

                จริง ๆ แล้วเหล่าคนดังที่ต้องจากโลกนี้ไปด้วยโรค AIDS อาจจะมีอีกหลายคนที่เราไม่ทราบ และเราไม่นำเสนอ เพราะ “จำนวน” ไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่เราต้องการจะนำเสนอ แต่สิ่งที่เราอยากจะสื่อผ่านบทความนี้ก็คือ ไม่ว่าใครสักคนที่จากโลกนี้ไปด้วยวิธีการใดก็ตาม สิ่งที่คนที่ยังมีชีวิตอยู่อย่างพวกเราควรจะระลึกถึงก็คือ ความงดงามที่เขาได้สร้างและหลงเหลือไว้บนโลก ซึ่งหนึ่งในนั้นกำลังจะถูกถ่ายทอดออกมาเป็นภาพยนตร์ กับเรื่องราวตำนานของวงร็อคแอนด์โรลที่โด่งดังที่สุด Queen ในภาพยนตร์เรื่อง Bohemian Rhapsody เปิดฉายรอบพิเศษ 27 - 31 ตุลาคม ฉายจริง 1 พฤศจิกายนนี้ที่ Major Cineplex

 

Source: healthline

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram