เฉลยที่สุดฉากลับ+เชื่อมโยง Star Wars The Last Jedi สัมผัสแห่งพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี

 

เฉลยที่สุดฉากลับ+เชื่อมโยง Star Wars The Last Jedi

สัมผัสแห่งพลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี

 

 

                เต็มไปด้วยความเซอร์ไพรส์...นี่คือหนึ่งในคำนิยามที่เราสามารถมอบให้กับ Star Wars The Last Jedi ในภาคนี้ การเริ่มต้นต่อจากภาคที่แล้วแบบวินาทีต่อวินาที ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ฉีกออกจากขนบเดิมของแฟรนไชส์นี้ ก่อนจะตามมาด้วยอารมณ์ขันและเรื่องราวมากมาย ที่สุดคือความลับที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ซ่อนเอาไว้อย่างแนบเนียน ชนิดที่หากไม่ใช่คนที่ติดตามกันอย่างแท้จริงแล้วก็อาจจะหาสิ่งเหล่านั้นไม่เจอ โชคดีของคุณที่วันนี้เรารวบรวมทั้งหมดนั่นมาให้แล้ว ไปดูกันเลย!

 

บทความนี้มีการเปิดเผยเนื้อหาสำคัญภายในเรื่อง

 

1.รอยเท้าของลุค ในฉากต่อสู้สุดท้าย

                เป็นเซอร์ไพรส์ท้ายสุดที่เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย กับการปรากฎตัวของเจไดคนสุดท้ายที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาล ลุค สกายวอล์คเกอร์ กับการกลับมาเพื่อช่วยเหลือน้องสาวคนสำคัญของเขาในการหลบหนีจากการบุกของเหล่าปฐมภาคี ที่นำทีมโดยผู้เป็นหลานชายและอดีตลูกศิษย์ของเขา เบน โซโล ก่อนที่การต่อสู้จะจบลงโดยการเฉลยว่าลุคที่ปรากฎตัวมาเป็นเพียงภาพลวงตาจากพลังของเขาเท่านั้น จริง ๆ แล้วทีมงานผู้สร้างภาพยนตร์ก็มีการบอกใบ้อยู่แล้วเล็กน้อย ด้วยการโฟกัสไปที่รอยเท้าของไคโล เร็นที่จะปรากฎทุกย่างก้าวที่เขาเดิน ในขณะที่ลุคนั้นไม่มีรอยเท้าปรากฎ

 

2.หนังสือเจไดที่หายไป

                ท้ายเรื่อง หลังจากที่เรย์เดินทางไปยังยานสตาร์เดสทรอยเยอร์เพื่อเรียกสติไคโล เร็นให้กลับมา ลุคก็ตัดสินใจที่จะเผาทำลายต้นไม้อันเป็นที่เก็บตำราแห่งเจไดทิ้งเสีย แต่สุดท้ายเขาก็ไม่อาจจะหักใจทำลายได้ลงคอ จนร้อนไปถึงวิญญาณของอาจารย์โยดา ต้องปรากฎตัวมาเรียกสายฟ้าผ่าจนเพลิงลุกไหม้ ลุคอาจจะคิดว่าหนังสือถูกทำลายไปแล้ว แต่ในฉากจบบนยานมิลเลเนียมฟัลคอน ในฉากที่ฟินน์กำลังเปิดลิ้นชักหาผ้าห่มมาให้โรส หากสังเกตให้ดีจะเห็นหนังสือเล่มหนาแบบเดียวกันเป๊ะอยู่บนยานลำนี้ หมายความได้อย่างเดียวว่าเรย์ต้องหยิบติดไม้ติดมือมาด้วยแน่นอน

 

3.เข็มทิศของลุค

                หนึ่งในเกมที่มีดราม่ารุนแรงที่สุดในวินาทีนี้คงหนีไม่พ้น Star Wars: Battle Front II แต่วันนี้เราไม่ได้มาพูดถึงเรื่องดังกล่าว แต่เราจะพูดถึงสิ่งของที่เชื่อมโยงเล็ก ๆ จากภาพยนตร์ถึงเกมดังกล่าว นั่นคือเข็มทิศ ซึ่งปรากฎขึ้นมาเป็นของลุค สกายวอล์คเกอร์ในเกม โดยในหนังเขาก็ได้ใช้เข็มทิศที่ว่านี้ตอนอยู่บนเกาะ Anch-To เกาะศักดิ์สิทธิ์ของเหล่าเจได้ด้วยเช่นกัน ถือเป็นการโปรโมทซึ่งกันและกันเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่นเอง

 

4.รอยแผลเป็นบนแขนจักรกลของลุค

                ยังคงอยู่ที่ปรมาจารย์เจไดคนล่าสุด ในตอนเริ่มเรื่องที่เรย์เดินทางไปมอบดาบไลท์เซเบอร์ให้กับลุคนั้น จังหวะที่ลุคยื่นมือมารับ แฟนเดนตายที่มีสายตาเฉียบคมจะสังเกตเห็นได้เลยว่าบริเวณหลังมือของลุคยังคงมีรอยไหม้ที่เขาได้รับเป็นบาดแผลที่ระลึกจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในภาค Return of the Jedi

 

5.ไม่ใช่ครั้งแรกที่น้ำนมสีแปลก ๆ ปรากฎในแฟรนไชส์นี้

                ย้อนเวลากลับไปในภาค A New Hope ทีมงานที่นำโดยจอร์จ ลูคัส พยายามค้นหาหนทางง่าย ๆ ที่จะแสดงให้เห็นวถึงการมีอยู่ของมนุษย์ต่างดาวได้อย่างสมจริง หนึ่งในนั้นคือการให้ลุคในตอนนั้นดื่มนมที่มีสีฟ้า ขณะเดียวกันใน The Last Jedi นี้ ลุคก็ได้ทำกิจวัตรประจำวันของตัวเองตามปกติ โดยมีเรย์ติดสอยห้อยตามรอให้เขาสอนเป็นเจได หนึ่งในนั้นคือการรีดนมจากเอเลี่ยนรูปร่างประหลาด น้ำนมที่เขาได้ก็เป็นสีเขียว ไม่แน่ว่าในภาคหน้าเราอาจจะได้เห็นน้ำนมสีแดงก็เป็นได้

 

6.เหล่านักแสดงลับ

                ตั้งแต่ภาค The Force Awaken ที่มีนักแสดงในแวดวงฮอลลีวูดมารับเชิญเป็นบทเล็ก ๆ เช่นเดียวกับ The Last Jedi ที่มีนักแสดงและเซเลบชื่อดังมาร่วมฉากด้วย แต่ก็ถูกตัดออกไป หนึ่งในนั้นก็คือเจ้าชายวิลเลียมและเจ้าชายเฮนรี แห่งราชวงศ์อังกฤษ ที่มารับเชิญเป็นบทสตรอมทรูปเปอร์ หนึ่งในทหารราบของฝั่งปฐมภาคี

นอกจากนั้นแล้วยังมีทอม ฮาร์ดี้ด้วย หรือกระทั่งเอลลี กูลดิ้ง นักร้องสาวชาวอังกฤษที่ได้รับเชิญมาในบทนักบินของฝั่งต่อต้านที่เธอก็ไม่รู้ว่าเธอได้ปรากฎตัวด้วยจนกระทั่งเธอได้ดูหนังด้วยตัวเอง แต่อีกหนึ่งคนก็คือ Justin Theroux ที่มารับเชิญในบทเศรษฐีนักพนันที่ติดดอกไม้สีแดง ซึ่งฟินน์และโรสเข้าใจผิดว่าเป็นนักถอดรหัสที่มาตามหา

 

7.สองนักแสดงลับที่ยังไงก็ต้องปรากฎตัวในหนังเรื่องนี้

                โจเซฟ กอร์ดอน เลวิตต์ และโนอาร์ เซเกน คือสองนักแสดงที่ผู้กำกับไรอัน จอห์นสันตั้งใจไม่ให้ถูกตัดออกไปจากภาพยนตร์ เพราะพวกเขาเป็นนักแสดงสองคนที่แสดงในภาพยนตร์ที่ไรอัน กำกับเป็นเรื่องแรกในชีวิตของการเป็นผู้กำกับ โดยโนอาร์ เซเกนนั้นมารับบทเป็นนักบินเครื่อง X-Wing ของฝ่ายต่อต้าน และโจเซฟ มาให้เสียงพากย์เป็น Slowen Lo มนุษย์ต่างดาวผู้แจ้งเบาะแสการลงจอดยานของฟินน์และโรสในคาสิโน

 

8.ผู้กำกับจาก Rogue One ก็มา!

                อย่างที่รู้กันว่า Rogue One คือ ภาพยนตร์ที่ขยายจักรวาลของสตาร์วอร์สขึ้นมาในอีกแง่มุมหนึ่ง ซึ่งผลงานเรื่องนั้นได้ผู้กำกับกาเร็ตธ์ เอ็ดเวิร์ดมาดูแล แต่ใน The Last Jedi นี้ ผู้กำกับคนดังกล่าวก็มาปรากฎตัวด้วยเช่นกัน แต่ไม่ใช่ในฐานะของคนเบื้องหลัง เขามารับเชิญเป็นตัวละครหนึ่งในฉากท้ายสุดที่เหล่าฝ่ายต่อต้านผู้เหลือรอดต้องตั้งรับกับการบุกของปฐมภาคี หนึ่งในทหารราบที่ซุ่มอยู่ในที่กำบัง เขาคือทหารที่หันไปมอง นายทหารคนข้าง ๆ ที่ชิมดินสีขาวแล้วอุทานว่ามันคือเกลือ!

 

9.เพื่อเป็นเกียรติแก่ Admiral Raddus

                ใน Rogue One หนึ่งในผู้ช่วยเหลือที่สำคัญที่ทำให้ฝ่ายกบฎได้รับแบบแปลนเดธสตาร์ คือนายพลแห่งกองทัพพันธมิตร คือ Admiral Raddus มนุษย์ต่างดาวผู้นำยานคนนี้ ซึ่งภายหลังถูกสังหารโดยดาร์ธเวเดอร์ โดยใน The Last Jedi นี้ก็ได้มีการอ้างอิงถึงเขาเพื่อเป็นเกียรติให้แก่การเสียชีวิตของเขา โดยในภาคนี้ได้นำมาใช้เป็นชื่อยานลำยักษ์ ลำสำคัญของเหล่าฝ่ายต่อต้าน ที่พบกับจุดจบที่แสนจะยิ่งใหญ่ด้วยฝีมือของผู้การโฮลโด ที่เราต้องยกย่องการตัดสินใจของเธอจากใจจริง

 

10.แกร์รี เดอะ ด็อก

                อย่างที่ทราบกันว่าใน The Last Jedi นี้เป็นภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายในชีวิตการแสดงของแคร์รี ฟิชเชอร์ เธอเสียชีวิตไปหลังจากที่ภาพยนตร์เรื่องนี้ถ่ายทำเสร็จสิ้น แต่นอกจากบทบาทของเธอในภาพยนตร์เรื่องนี้แล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่เชื่อมโยงถึงเธอได้ก็คือการปรากฎตัวของแกร์รี เจ้าหมาพันธุ์เฟรนช์บูลด็อก ของเธอที่ได้รับเชิญมาปรากฎตัวในภาพยนตร์ด้วย

 

11.ของที่ระลึกถึงผู้ที่จากไป

                ลูกเต๋าสีทอง คือหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของยานมิลเลเนียมฟัลคอน ซึ่งเคยปรากฎในภาค A New Hope สำหรับใน The Last Jedi ก็มีกลับมาด้วยเช่นกัน โดยลุค ได้นำสิ่งดังกล่าวกลับมาเพื่อมอบให้กับเลอา แม้จะเป็นภาพลวงตาของอำนาจของพลัง แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันมีความหมายต่อจิตใจไม่น้อย

 

Star Wars The Last Jedi

“ปัจฉิมบทแห่งเจได”

ฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์ พิเศษในระบบ IMAX3D และ 4DX

               

Source: CBR

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram