ปิดฉากตำนาน อำลาเฟรนไชส์ X-Men พบกับจุดสิ้นสุดของหนังทั้ง 12 เรื่องใน Dark Phoenix

 

X-MEN: DARK PHOENIX: จุดสูงสุดที่แท้จริงแห่งตำนาน X-เม็น

คุณจะทำอย่างไรหากคนที่คุณรักกลายเป็นมหันตภัยที่ยิ่งใหญ่ของโลก?

 

 ตลอดช่วงเวลาที่เขียนบทฯ คินเบิร์กต้องคิดถึงไอเดียต่าง ๆ สำหรับการก้าวไปอยู่เบื้องหลังกองเพื่อกำกับภาพยนตร์เป็นครั้งแรกด้วย ซึ่งเป็นพัฒนาการอย่างเป็นธรรมชาติของผู้เขียนบทฯ - ผู้อำนวยการสร้างฯ ที่อยู่ในฉากเรื่อง X-Men: The Last Stand, X-Men: First Class, X-Men: Days of Future Past และ X-Men: Apocalypse ตลอดเวลา รวมถึงเรื่อง Deadpool ทั้ง 2 ภาคและ Logan ด้วย

 

 “ผมรู้สึกว่าอยากกำกับหนัง” เขากล่าว “ผมอยู่ในโลกใบนี้มานานมาก แต่ก็อยากเขียนเรื่องราวที่ผมรู้สึกว่าถ่ายทอดออกมาได้อย่างสบายใจด้วย เมื่อผมรับหน้าที่นี้และเริ่มคิดถึงประเด็นต่าง ๆ ในหนัง ผมรู้สึกว่ากับเรื่องราวมากเลย มันไม่ได้รู้สึกแค่ผมกำกับฯ ได้เท่านั้น แต่ยังรู้สึกว่าผมต้องกำกับฯ ให้ได้อีกด้วย มันเหมือนกับเรามีลูกสักคนแล้วต้องยกให้กับคนแปลกหน้า ผมนึกภาพนั้นไม่ออกเลย”

 

 การกำกับภาพยนตร์ทำให้คินเบิร์กมีโอกาสกำหนดแนวทางและโทนเรื่องของ “X-MEN: DARK PHOENIX – X-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์” โดยอิงจากเรื่องราวในโลกแห่งความจริง และคอยให้คำแนะนำเรื่องการแสดงให้นักแสดงในฉากด้วย โดยมีจุดมุ่งหมายที่การสร้างภาพยนตร์ X-เม็นที่มีความแข็งแกร่ง ชวนสงสัย มีความเข้มข้น สะเทือนอารมณ์มากขึ้น ซึ่งจะเป็นเรื่องราวที่เน้นตัวละครมากขึ้น มีเรื่องของมนุษย์ลึกซึ้งกว่าเรื่องที่ผ่านมา เพราะ X-เม็นต้องรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับจีน ความจงรักภักดีที่หายไป และสมาชิกใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้นมา แต่สุดท้ายเพื่อปกป้องทั้งจีน เกรย์และจักรวาลเอาไว้ X-เม็นต้องหาวิธีจัดการเรื่องความแตกต่างของพวกเขา และร่วมมือกันเพื่อจุดหมายเดียว

 

 

  “มีบางอย่างทำให้เกิดความแตกแยก และครอบครัว X-เม็นก็กลับมารวมตัวกัน หวังว่าจะเป็นการสื่อประเด็นที่ดีเรื่องการเอาตัวรอดและความสามัคคีกัน เพื่อข้ามผ่านอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่และสร้างความแตกแยกได้” คินเบิร์กกล่าว “ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวที่เราสร้างขึ้นมาหรือครอบครัวที่แท้จริงของเรา ซึ่งทุกอย่างที่รวมกันทำให้เราแข็งแกร่ง

 

 “หนังเรื่องโปรดของผมจะต้องมีคำถามที่ชวนคิด มีคำถามที่กระทบความรู้สึกของผู้ชม” คินเบิร์กเล่าต่อว่า X-MEN: DARK PHOENIX – X-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์ ตั้งคำถามสำคัญที่มีความลึกซึ้ง หากเรารักใครสักคนเราจะปล่อยพวกเขาไปเมื่อไหร่? หรือเราจะอยู่เคียงข้างพวกเขาตลอดไปไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แม้ว่าเราจะต้องเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย? ผมไม่รู้ว่าตัวเองจะตอบคำถามนั้นได้มั้ย แต่ถ้าผมต้องตอบก็คงจะตอบว่าผมไม่มีทางทิ้งคนที่รักไปแน่นอน”

 

 นี่เป็นตอนจบที่เหมาะสมของการฉายภาพยนตร์แฟรนไชส์ X-Men มาอย่างยาวนาน 18 ปีแล้ว โดยเรื่อง X-MEN: DARK PHOENIX – X-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์ จะเป็นที่สุดแห่งตำนานหลังจากผลงานภาพยนตร์ที่น่าประทับใจ 12 เรื่อง โดยพาร์คเกอร์เป็นผู้สร้าง X-Men ปี 2000 ขึ้นมาได้เล่าว่าประสบการณ์ที่ได้นำแฟรนไชส์มาบรรจบครบรอบได้มันค่อนข้างหวานอมขมกลืนอยู่บ้าง

 

 “สิ่งที่เราทำได้ในภาคแรกคือการแนะนำโทนเรื่องที่เราอยากให้สายตาส่วนใหญ่ได้เห็น ซึ่งตอนนั้นยังไม่สามารถเข้าใจถึงภาพยนตร์จากหนังสือการ์ตูนอย่างที่เรารู้จักกันได้” พาร์คเกอร์กล่าว “ในความคิดของผมมันเหมือนกับจุดเปลี่ยนของเกมเลยครับ ตั้งแต่นั้นมาภาพยนตร์จากหนังสือการ์ตูนกลายเป็นสิ่งที่สร้างความตื่นเต้นและปูทางได้อีกไกล ผมรู้สึกว่าเราเพิ่งเริ่มเห็นการเล่าเรื่องราวที่หลากหลาย ซึ่งมันมีความเป็นไปได้ในโลกใบนี้และตัวละครเหล่านี้ ผมดีใจมากที่ได้เป็นส่วนหนึ่ง แต่ก็กังวลว่าเราจะต้องเดินหน้ากันอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาที่ยาวนาน”

 

X-MEN: DARK PHOENIX วันนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram