ลิงค์เดียวจบ! มาเลฟิเซนต์-เอลซ่า นำทัพเปิดตัวเจ้าหญิงองค์ใหม่ พร้อมโปรเจคสุดมหัศจรรย์ของพิกซาร์

 

 

สรุปงาน D23 ปีนี้ เจ้าหญิงองค์ใหม่ Frozen 2

Maleficent และ ดิสนีย์พิกซาร์

 

                เดินทางมาถึงงานใหญ่ประจำปี 2019 ของ Walt Disney สำหรับงาน D23 งานที่ดิสนีย์จะออกมาเปิดเผยแผนงานของตัวเองทั้งในส่วนของภาพยนตร์, ซีรีส์ และธุรกิจบันเทิงอื่น ๆ ที่อยู่ในเครือของตัวเอง งานดังกล่าวจัดขึ้นไปแล้วในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา วันนี้เราจะพาไปสรุปกันว่าสำหรับแฟนภาพยนตร์ฝั่งดิสนีย์แล้ว มีอะไรน่าสนใจบ้าง

 

Frozen 2

                เริ่มต้นจากการสานต่อตำนานราชินีหิมะใน Frozen 2 กับการกลับมาของเอลซ่าและอันนาค้นหาปริศนาเบื้องหลังพลังพิเศษ และความลับเบื้องหลังการจากไปของพ่อและแม่ของพวกเธอ ในงานนี้ทาง Disney ได้เปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติม ภาพใหม่, เพลงใหม่ และคลิปพิเศษที่ฉายเฉพาะในงานเท่านั้น

                เริ่มต้นจากคลิปพิเศษที่ฉายเฉพาะในงาน ทางเว็บไซต์ Polygon ได้อธิบายคลิปนั้นไว้ค่อนข้างละเอียด ดังนี้...

 

 

                คลิปเริ่มต้นขึ้นในฉากที่ตัวละครหลัก ทั้ง แอนนา, เอลซ่า, โอลาฟ, คริสตอฟ และสเฟน กำลังเล่นทายคำกันอยู่ ดูเหมือนว่าแอนนาและโอลาฟจะเก่งในเกมนี้มาก แตกต่างจากเอลซ่า เธอเหมือนกำลังโดนรบกวนจากเสียงปริศนาที่เธอได้ยินจากข้างนอก ไม่มีใครได้ยินเสียงนี้เลยนอกจากเธอ นั่นทำให้เธอแยกตัวออกไปก่อน โดยมีสเฟนและโอลาฟตามไปด้วย

                คริสตอฟ ตั้งใจจะใช้โอกาสนี้ในการขอหมั้นแอนนา แต่แอนนายังคงเป็นห่วงเอลซ่าเลยไม่ได้สนใจสิ่งที่คริสตอฟกำลังจะทำเท่าไรนัก

                แอนนาเจอเอลว่าในห้องนอน เอลซ่ากลัวว่าเธอจะทำให้ทุกอย่างพัง แอนนาเข้าปลอบและทั้งคู่ก็สวมกอดกัน พร้อมกับร้องเพลงพื้นถิ่นที่แม่ของพวกเธอเคยร้องให้ฟังในสมัยที่ยังเป็นเด็ก ก่อนที่จะผล็อยหลับไปทั้งคู่

 

 

                เอลซ่าสดุ้งตื่นขึ้นกลางดึก เธอได้ยินเสียงปริศนานั้นเรียกเธออีกครั้ง เธอลุกขึ้นจากเตียงและเริ่มร้องเพลง (ยังไม่มีการเปิดเผยชื่อเพลง แต่คาดว่ามันอาจจะใช้ชื่อ ‘Into the Unknown’) เพลงมีเนื้อหาเกี่ยวกับการที่เธออยากจะค้นหาเสียงนั้น แต่เธอหวาดกลัวเกินไปที่จะทำ เอลซ่าออกไปข้างนอกเรียกหาเสียงปริศนานั้น ระหว่างนั้นเธอใช้พลังน้ำแข็งของเธอสร้างสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ที่หมุนรอบตัวเธอไปมา หรือกระทั่งสิ่งของทั่วไป คลิปนี้จบลงด้วยการที่เธอวิ่งขึ้นไปหยุดอยู่บนหน้าผาพร้อมกับเอื้อมมือขึ้นไปบนท้องฟ้า

                นอกจากคลิปนี้แล้ว ภาพใหม่ทั้ง 3 ภาพก็ทำให้เราเห็นเกี่ยวกับฉากที่ ราชินีอิดูน่า แม่ของเอลซ่าและอันนากำลังร้องเพลงพื้นบ้านให้กับ 2 เด็กหญิงฟัง ในขณะที่อีกภาพเป็นภาพขององครักษ์ผู้นำกองทหารของเมืองแอเรนเดล ผู้เคยเป็นองครักษ์ของทั้งพ่อและแม่ของ 2 สาวกำลังพูดคุยกับแอนนา และภาพสุดท้ายเป็นภาพที่อธิบายตอนต้นของคลิปที่ฉายพิเศษเฉพาะในงาน เท่านั้นยังไม่พอ พวกเขายังปล่อยภาพโปสเตอร์ใหม่ โชว์ให้เห็นปริศนาอันแสนลึกลับของป่าต้องมนตร์ที่จะมีบทบาทสำคัญใน Frozen 2 ดัวย มาไขปริศนาราชินีหิมะไปพร้อมกัน 21 พฤศจิกายนนี้ในโรงภาพยนตร์

 

Source: https://www.polygon.com/2019/8/24/20831271/frozen-2-cast-plot-release-date-songs-poster-d23

 

Raya and the Last Dragon

                เรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยเลยทีเดียวสำหรับการเปิดตัวเจ้าหญิงองค์ใหม่ที่จะปรากฎตัวในแอนิเมชั่นเรื่อง Raya and the Last Dragon ซึ่งมีการเปิดเผยแล้วว่าเธอจะเป็นเจ้าหญิงดิสนีย์เชื้อสายเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คนแรก Adele Lim ผู้เขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ได้อธิบายเนื้อเรื่องเอาไว้ว่า มันจะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในมิติที่ชื่อว่า Lumandra

                Lumandra จะเป็นโลกใหม่ที่ถูกสมมติขึ้น อ้างอิงจากโลกปัจจุบันที่ใช้ชีวิตอยู่โดยยึดถือในอารยธรรมโบราณ ภายในโลกแห่งนี้มีชนเผ่าอยู่ 5 เผ่าด้วยกัน และพวกเขามีอีกชื่อเรียกให้กับดินแดนแห่งนี้ว่าเป็นดินแดนแห่งมังกร ซึ่ง Raya เจ้าหญิงองค์ใหม่ของพวกเรามุ่งมั่นที่จะตามหามังกรตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ให้เจอ

 

 

                ตัว Raya จะได้ Cassie Steele มาให้เสียงพากย์ ในขณะที่มังกรตัวสุดท้ายที่มีชื่อว่า Sisu จะได้ อควาฟีนา มาให้เสียง เธออธิบายตัวมังกรซิซูเอาไว้ดังนี้ “เธอจะไม่เหมือนมังกรตัวไหน ๆ ที่คุณเคยพบมาเลยล่ะค่ะ เธอเป็นมังกรน้ำ”

                ทั้งนี้ Raya and the Last Dragon คาดการณ์ว่าถูกวางกำหนดฉายเอาไว้ในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนปี 2020

 

Source: https://www.polygon.com/2019/8/24/20812723/raya-and-the-last-dragon-disney-animated-movie-release-date

 

Soul จาก Disney’s Pixar

                หลังจากสร้างความประทับใจกันไปแล้วทั้งในแอนิเมชั่นเรื่อง Up และ Inside Out ผู้กำกับ Pete Docter ได้กลับมาอีกครั้งในแอนิเมชั่นเรื่องใหม่ Soul ซึ่งก่อนหน้านี้ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมามีการเปิดเผยพล็อตเรื่องคร่าว ๆ ของแอนิเมชั่นเรื่องนี้เอาไว้ว่า...

“เคยสงสัยไหมว่าความหลงใหลของคุณ ความฝันของคุณ หรือความสนใจของคุณมาจากที่ไหน? อะไรที่ทำให้คุณ...เป็นตัวคุณ? Soul จะพาคุณไปผจญภัยตั้งแต่ถนนในเมืองนิวยอร์ก จนถึงมิติแห่งคอสมิก เพื่อค้นหาคำตอบให้กับคำถามที่สำคัญที่สุดในชีวิตของทุกคน”

 

 

                ในงาน D23 นี้เอง ผู้กำกับ Pete Docter ก็ได้แง้มเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวละครหลักภายในเรื่อง เขาจะมีชื่อว่า Joe Gardner (ให้เสียงพากย์โดยเจมี่ ฟ็อกซ์) คุณครูผู้กำกับวงดนตรีในโรงเรียนมัธยมต้นผู้หลงรักในดนตรีแจ๊ส เขามีความฝันที่จะได้ไปเล่นในร้าน the Half Note คลับแจ๊สที่มีชื่อเสียงที่สุดในนิวยอร์ก หลังจากความพยายามกว่า 20 ปี เขาทำได้สำเร็จ ในตัวอย่างเราจะได้เห็นเขาปรากฎตัวที่สถานีรถไฟใต้ดิน ซ้อมเปียโนที่คลับ เมื่อเขาได้ทำสิ่งเหล่านั้นเขาก็จะยิ้มแย้มแจ่มใสและเดินไปบนถนนในเมืองอย่างมีความสุข แต่ความสุขของเขาก็ต้องหยุดชะงักลง เพราะระหว่างเดินเขาตกลงไปในท่อระบายน้ำและเสียชีวิตลง ในตอนนั้นเองที่วิญญาณของเขาแยกออกจากร่างกาย และมันพาเขาไปสู่ดินแดนที่เหนือล้ำเกินกว่าจะจินตนาการ

 

 

                ในแอนิเมชั่นเรื่องนี้จะเปิดเผยสถานที่ของเหล่าวิญญาณที่มีชื่อว่า You Seminar โลกอีกใบที่เหล่าวิญญาณจะต้องฝึกฝนด้วยนิสัยใจคอ, ความสามารถ หรือกระทั่งความสนใจ วิญญาณที่ฝึกฝนเสร็จสิ้นและพร้อมจะถือว่าจบการศึกษาจากที่แห่งนี้

                แน่นอนว่า Joe คือวิญญาณดวงใหม่ของ You Seminar ที่แห่งนี้เขาได้พบกับวิญญาณที่มีชื่อว่า 22 (ทเวนตี้ทู) วิญญาณที่คิดว่าโลกมันห่วยสิ้นดี วิญญาณผู้ต้องฝึกฝนและเรียนรู้อยู่ใน You Seminar มากว่า 100 ปี โจได้ออกเดินทางกับ 22 ซึ่งมันจะเป็นการเดินทางที่จะทำให้เขารู้ว่า ความหมายของการมีจิตวิญญาณอยู่กับตัวคืออะไร

                Soul วางกำหนดฉายเอาไว้ในช่วงเดือน มิถุนายน ปี 2020

 

Source: https://www.polygon.com/2019/8/24/20827001/pixar-soul-jamie-foxx-cast-plot-description

 

Maleficent: Mistress of Evil

 

                เดินทางมาถึงการกลับมาของขุ่นแม่มาลีใน Maleficent: Mistress of Evil ที่ในงาน D23 ประจำปีนี้นอกจากจะเปิดเผยโปสเตอร์ตัวใหม่อันแสนอลังการแล้ว พวกเขายังฉายคลิปพิเศษเฉพาะในงานด้วย ซึ่งเว็บไซต์ Movieweb ก็ได้ออกมาเขียนบรรยายคลิปที่ว่าเอาไว้ดังนี้

                คลิปเริ่มต้นขึ้นโดยเราจะได้เห็น Maleficent และออโรร่า กำลังพูดคุยอย่างตึงเครียดเกี่ยวกับอนาคตของเธอ และอนาคตสามีของเธอ มาลิฟิเซนต์สวมเกราะสีทอง และพวกเขาก็ได้เดินทางไปยังปราสาทเพื่อรับประทานมื้อค่ำร่วมกับราชาและราชินี มันเป็นสถานการณ์ที่ค่อนข้างตึงเครียดเลยทีเดียว พวกเขาถูกพาไปยังห้องอาหารหลวง ทั้งราชาและราชินีต่างก็ต้อนรับแขกของพวกเขาด้วยอาการฝืนใจ ในขณะที่มาลิฟิเซนต์ได้กินไก่ ซึ่งเธอเปรียบเทียบกับนกและบอกว่ามันอร่อยมาก

                 มิเชล ไฟฟ์เฟอร์ในบท ราชินีอิงกริธ ได้ถามออโรร่าเกี่ยวกับชะตากรรมของพ่อของเธอ ทำให้บรรยากาศเริ่มมาคุในทันที ราชินีได้ถามว่าถ้าพ่อของเธอถูกฆ่าหรือเสียชีวิตไปด้วยสาเหตุอื่นล่ะ? นั่นทำให้มาลิฟิเซนต์ชิงตอบขึ้นมาในทำนองว่ามันเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง โดยราชาไม่พอใจมากเกี่ยวกับการใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขู่เข็ญ

 

 

                มาลิฟิเซนต์เปลี่ยนเรื่องราวโดยการหันไปพูดคุยเกี่ยวกับการหายไปของเหล่าแฟรี่ ที่มีข่าวว่าถูกมนุษย์นำตัวไป ข้อกล่าวหานั้นถูกปฏิเสธ ในขณะที่ราชินีอิงกริธหันไปพูดตามที่เราเคยได้ยินในตัวอย่างว่า ‘ในที่สุดออโรร่าก็จะได้รับความรักจากแม่ที่แท้จริง’ นั่นทำให้มาลิฟิเซนต์โกรธเกรี้ยวในทันทีก่อนที่การโจมตีในห้องรับประทานอาหารจะเริ่มต้นขึ้น

                นอกจากนี้แล้ว แองเจลิน่า โจลี่ ผู้กลับมารับบทมาลิฟิเซนต์อีกครั้งก็ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวใจสำคัญของภาพยนตร์ภาคต่อเรื่องนี้เอาไว้ว่า “ในเรื่องนี้พวกเรากลับมา และจะได้เห็นว่าออโรร่าเติบโตขึ้น พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับโลกและท้าทายเกี่ยวกับการให้ความสำคัญว่าพวกเขาแตกต่างอย่างไร พวกเขาถูกขัดขวางว่าไม่ควรเป็นครอบครัวเดียวกันเพราะแตกต่างกัน พวกเราตั้งใจจริง ๆ ที่จะตั้งคำถามและต่อสู้เพื่อความเชื่อที่ว่า ความแตกต่างมันทำให้เราแข็งแกร่งขึ้น และความหมายของครอบครัวจะถูกนิยามตามสิ่งที่คุณเชื่อ”

                เตรียมพบกับศึกครั้งใหม่ที่มาลิฟิเซนต์ และออโรร่า จะต้องเผชิญใน Maleficent: Mistress of Evil กำหนดฉาย 16 ตุลาคมนี้ในโรงภาพยนตร์

Source: https://movieweb.com/maleficent-2-mistress-of-evil-d23-expo/

 

Onward

 

                ปีนี้จะต้องเป็นอีกปีที่แฟน ๆ ของ Disney’s Pixar เต็มอิ่มแน่นอน เพราะนอกจาก Soul แล้ว พวกเขาเตรียมแอนิเมชั่นอีกเรื่องเอาไว้ด้วย นั่นคือ Onward แอนิเมชั่นสุดมหัศจรรย์ของเอลฟ์หนุ่ม 2 พี่น้อง ที่จะได้ทอม ฮอลแลนด์ และคริส แพรตต์ มาให้เสียงพากย์

                Onward จะเป็นเรื่องราวของเอลฟ์ 2 พี่น้อง เอียน และ บาร์เลย์ ทั้งคู่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว พวกเขาเป็นคู่ที่เหมาะสมที่สุดที่จะอธิบายลักษณะของคนที่เป็น Introvert และ Extrovert อย่างไรก็ตามพวกเขามีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ พวกเขาคิดถึงพ่อของพวกเขา พ่อที่พวกเขาไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้าค่าตาด้วยซ้ำไป นั่นนำไปสู่การเดินทางของสองพี่น้องที่จะเปลี่ยนทุกอย่างไปตลอดกาล และมันเริ่มต้นขึ้นเมื่อถึงวันเกิดปีที่ 16 ของเอียน

                Onward จะออกมาเป็นอย่างไร และมหัศจรรย์แค่ไหน รอชมกันได้ 5 มีนาคม 2020 นี้ในโรงภาพยนตร์

Source: https://www.cinemablend.com/news/2478606/onward-d23-footage

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram