จากผู้กำกับผู้ฆ่าหมา John Wick สู่หนังซูเปอร์ฮีโร่ปากปีจอสุดเกรียน

 

จากผู้กำกับผู้ฆ่าหมา John Wick สู่หนังซูเปอร์ฮีโร่ปากปีจอสุดเกรียน

 

หลังจากที่ทำลายสถิติบ็อกซ์ออฟฟิศไปแล้ว ไรอัน เรย์โนลด์ส กลับมารับบท “เดดพูล” อีกครั้ง และครั้งนี้ภาพยนตร์ของนักฆ่าปากปีจอจะยิ่งใหญ่และกวนใจมากขึ้นกว่าเดิม

 

เดวิด เลตช์ ผู้กำกับฯ “John Wick” และ “Atomic Blonde” มาทำหน้าที่ควบคุมและถ่ายทอดการแสดงผาดโผน สไตล์และฉากแอคชั่นมากขึ้นกว่าเดิม เลตช์เล่าว่า “ผมมีความเคารพและรู้สึกได้รับโอกาสพิเศษในการช่วยสร้างโลกต่างๆ ที่มีความเท่ขึ้นมา แต่มีบางอย่างชวนหลงใหลแต่ไม่สามารถอธิบายได้ในโลกของ  “Deadpool” มันเป็นการสร้างภาพของแอคชั่น-คอมเมดี้ขึ้นมาใหม่ ต้นฉบับเดิมมีความพิเศษมาก และโลกของหนังเรื่องนี้ก็สามารถขยายความได้ไกล ถึงขั้นสามารถใส่ความสร้างสรรค์ของเราโดยยังคงความเป็นต้นฉบับเอาไว้ได้ด้วย”

 

 

ภาพยนตร์เรื่อง “Deadpool” ฉายครั้งแรกเดือนกุมภาพันธ์ 2016 เป็นภาพยนตร์เรท R ที่มีการเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่สุด และต่อด้วยการเป็นภาพยนตร์เรท R ที่กวาดรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 750 ล้านเหรียญภายในประเทศ ภาพยนตร์เรื่อง “Deadpool” ได้รับการยกย่องด้วยการเป็นภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ไลฟ์แอคชั่นเรื่องแรกที่ได้เข้าชิงรางวัล Golden Globe สาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมประเภทคอมเมดี้หรือมัวสิคัล และไรอัน เรย์โนลด์สได้เข้าชิงรางวัลสาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม

 

                                ไรอัน เรย์โนลด์ส ไม่ได้รับหน้าที่เป็นนักแสดงนำเท่านั้น แต่ยังร่วมเขียนและอำนวยการสร้างฯ  “Deadpool 2” “ไรอันเป็นนักแสดงตลกที่มีความสามารถอย่างเหลือเชื่อ” เลตช์กล่าว “และ “Deadpool” ก็อยู่บนพื้นฐานของสิ่งที่เขามีพรสวรรค์อย่างดีเยี่ยม เขานำตัวละครนั้นมาจากหนังสือการ์ตูนและถ่ายทอดออกมาในแบบของเขาเอง มันมีสิ่งที่เสริมกันระหว่าง “เดดพูล” กับไรอัน ในชีวิตจริงเขาเหมือนเดดพูลเลย ในแง่ของการพูดและการมองโลกในบางครั้ง เขาเป็นคนตลกและไม่ค่อยนับถืออะไร แต่ก็มีความใจกว้างและเห็นใจผู้อื่นเหมือนเดดพูล”

 

                                ผู้เขียนฯ และผู้อำนวยการสร้างบริหารฯ เร็ตต์ รีซ และ พอล เวอร์นิค ที่ร่วมเขียนบทในภาคแรกได้มาร่วมงานในเรื่อง “Deadpool” ตั้งแต่ปี 2009 “มันรู้สึกเหมือนเราอยู่กับเขามาทั้งชีวิต” เวอร์นิคกล่าว เรย์โนลด์สร่วมงานกับรีซและเวอร์นิคในการเขียนบทฯ ต้นฉบับ “Deadpool” และรีซเล่าถึงตอนนั้นว่า “เราต้องใช้เวลา 5 หรือ 6 ปีกว่าจะได้สร้างหนังขึ้นมา และนี่เป็นโปรเจ็กต์ที่ชวนตื่นเต้นในแง่ที่มันมีบางอย่างเหมือนหนังอินดี้หรือหนังฟอร์มเล็กที่ขาดงบในการสร้าง ภาพยนตร์เรื่อง “Deadpool” เป็นอะไรที่เทียบไม่ได้เลยเมื่อพูดถึงซูเปอร์ฮีโร่ เขาขาดความน่าศรัทธา เขาไม่ค่อยชอบตัวเองนัก ทำตัวไร้เหตุผลเหมือนเด็ก ชอบใช้ความรุนแรง ชอบก่อกวน มีอะไรหลายอย่างที่ซูเปอร์ฮีโร่คนอื่นไม่มี และเขาเทียบไม่ได้กับซูเปอร์ฮีโร่ด้วยซ้ำ เขาเหมือนพวกแอนตี้ฮีโร่ที่สวมชุดซูเปอร์ฮีโร่ก็เท่านั้น”

 

 

                                “เดดพูลเหมือนกับ ‘คนค่อมแห่งน็อทร์-ดาม’ เลตช์กล่าว “ภายนอกเขาต้องเสียโฉมแต่เป็นคนสนใจความรู้สึกคนอื่น เขามีอดีตที่น่าสนใจ เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่เต็มไปด้วยความหวัง มีพลังสมานแผลได้ ยากที่จะเอาชนะเขาได้ เขาเป็นคนไม่เชื่อในเรื่องอะไร เขาชอพพูดจาตลกปนหยาบแบบที่เราพูดไม่ได้แต่ชอบที่จะฟัง นั่นเป็นการผสมผสานของตัวละครที่วิเศษมากครับ”

 

เวอร์นิคกล่าวเสริมว่า “เดดพูลเป็นคนที่ไม่พอใจกับตัวเอง เกลียดตัวเอง อับอายในสิ่งที่เป็น แต่เราหลงรักในตัวเขา การได้ยินเสียงไรอันวนเวียนในหัวเราตลอดเวลาตอนที่เราเขียนบทฯ ถือเป็นเรื่องที่ดี เขาคือเดดพูลเลยล่ะ ความคิด ความรู้สึก และการพูดในทิศทางเดียว มันเป็นเรื่องสนุกสำหรับเรามากในการนั่งที่คอมพิวเตอร์และเขียนบทให้เขา”

 

                                “ไรอันมีความเป็นเดดพูลสูงมากในแง่ของมุกกตลกในบทของเดดพูล” รีซกล่าว “มีทั้งความลามก ความน่าหงุดหงิด ความไร้สาระและเหมือนเด็ก เขาเหมาะสมกับมันที่สุดเลยและเขาก็รู้ดี เขาตกหลุมรักตัวละครนั้นก่อนที่เราจะมีหนังภาคแรกด้วยซ้ำ สิ่งอื่นที่เขาถ่ายทอดลงไปคือเรื่องท่าทาง ทำให้เดดพูลดูตลกภายใต้หน้ากากและชุดของเขา ไรอันมีความเหมือนแชปลินมาก เขาใช้ร่างกายและท่าทางถ่ายทอดมุกตลกและบุคลิกท่าทางได้หลายอย่าง แม้ว่าเราจะได้เห็นหน้าของเขาแค่เพียงครึ่งเรื่อง เขาก็สามารถถ่ายทอดมุกตลกออกมาได้ผ่านน้ำเสียงและท่าทางของเขาได้”

 

 

 

Deadpool 2 เข้าฉาย 16 พฤษภาคม ในโรงภาพยนตร์

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram