X-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์ อีกหนึ่งหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่นำเสนอโดยตัวละครนำหญิง

 

X-MEN: DARK PHOENIX: จุดสูงสุดที่แท้จริงแห่งตำนาน X-เม็น

คุณจะทำอย่างไรหากคนที่คุณรักกลายเป็นมหันตภัยที่ยิ่งใหญ่ของโลก?

 

 เป็นเวลานานกว่า 3 ปีที่ผ่านมาที่คินเบิร์กเริ่มคิดถึงไอเดียการสร้างตำนานดาร์ก ฟีนิกซ์ให้เป็นรูปร่างขึ้นมาอย่างชัดเจน จนถึงช่วงที่การสร้างผลงานปี 2016 เรื่อง X-Men: Apocalypse เริ่มใกล้เสร็จสิ้น ในเรื่องนั้นเป็นเรื่องราวของความพังพินาศ เต็มไปด้วยฉากที่มีความซับซ้อนและสเปเชียลเอฟเฟ็กต์ที่ตื่นตา ซึ่งมีเวลาสนใจเรื่องมิตรภาพระหว่างมนุษย์กลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นน้อยมาก มีแต่สนใจเรื่องการผจญภัยตามสไตล์หนังฟอร์มยักษ์ คินเบิร์กเลยรู้สึกอยากเปลี่ยนจังหวะเรื่องไปอย่างสิ้นเชิง

 

 “ผมคิดถึงตัวละครที่คุ้นเคยจาก X-เม็นภาคอื่นๆ” เขากล่าว “ผมอยากทำอะไรที่มีความคุ้นเคยมากขึ้น”

 

 จากจุดนั้นภาพยนตร์แฟรนไชส์ X-เม็นจึงถูกจัดวางบทบาทอย่างง่ายด้าย โดยมีการลดความทันสมัยลงและเพิ่มความท้าทายมากขึ้น เป็นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นจากหนังสือการ์ตูนที่ผ่านบททดสอบเรื่องช่วงเวลา และต้องมีประเด็นของเรื่องที่สำคัญรวมถึงตัวละครที่น่าสนใจในเนื้อเรื่องที่สนุกสนาน ไม่มีหนังเรื่องไหนจะเน้นย้ำความจริงเรื่องนั้นได้ดีกว่าผลงานปี 2017 เรื่อง Logan ที่ได้เห็นนักแสดงชายผู้เข้าชิงรางวัล Academy Award® ฮิวจ์ แจ็คแมนกลับมารับบทเดอะ วูล์ฟเวอรีนที่เป็นลายเซ็นของเขาเป็นครั้งสุดท้ายในผลงานเรท R เนื้อเรื่องมีการสร้างแยกออกมาได้อย่างมีพลังและเกี่ยวข้องกับการเสียสละและการไถ่บาป

 

 “แน่นอนว่าเรื่อง Logan พิสูจน์ถึงความเชื่อที่ว่าเราสามารถสร้างเรื่องดราม่าในโลกใบนี้ได้ และยังคงสร้างความพอใจให้ผู้ชมที่เคยอ่านหนังสือการ์ตูน ซึ่งอาจจะเหนือความคาดหวังด้วยซ้ำ” พาร์คเกอร์กล่าว

 

 และนั่นยังเป็นครั้งสุดท้ายที่ภาพยนตร์ X-เม็นมีตัวละครนำหญิงด้วย โดยผู้หญิงในเรื่องรับบทโดยนักแสดงหญิงที่มีพลังตั้งแต่เฟมเก้ แจนส์เซนไปจนถึงฮัลลี เบอร์รี่ที่มีทั้งความซับซ้อน มีความกระตือรือร้น และมีตัวแทนของพวกเธอตลอด แต่เรื่องราวของพวกเธอกลับไม่เคยถูกยกมาชูเรื่อง หลังจากเวลาผ่านไปเกือบ 20 ปี เรื่อง  “X-MEN: DARK PHOENIX – X-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์” จะเป็นการมุ่งความสนใจที่การผจญภัยของจีน เกรย์และผู้หญิงที่อยู่รอบตัวเธอ เช่น เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ในบทราเวน เจสสิก้า แชสเทนในบทสมิธ ตัวร้ายคนใหม่ที่ยุให้จีนทิ้งความเป็นมนุษย์ของเธอเพื่อก้าวสู่ด้านมืดอย่างเต็มตัว

 

 

  “ตอนนี้ถึงเวลาของผู้หญิงเป็นผู้นำในหนังซูเปอร์ฮีโร่แล้ว และเนื้อเรื่องของ X-MEN: DARK PHOENIX – X-เม็น ดาร์ก ฟีนิกซ์ ก็เกี่ยวกับตัวละครหญิงที่มีพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ของ X-เม็น” คินเบิร์กกล่าว นอกจากนั้นคินเบิร์กยังหาการผจญภัยที่จะยกตัวอย่างให้เห็นความแตกต่างระหว่างความดีและความชั่วร้ายในยุคที่วุ่นวายของเราอีกด้วย เขาอยากย้ำให้เห็นว่าสองสิ่งนั้นสามารถอยู่ในตัวคน ๆ เดียวกันได้ ไม่ว่าจะเป็นด้านชั่วร้ายหรือด้านดี

 

  “เรามาถึงจุดที่ผู้ชมพร้อมรับเรื่องราวการแตกแยกและมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ คนดีกลายเป็นคนเลว ฮีโร่เสียการควบคุมจนกลายเป็นภัยร้ายที่ถึงขั้นฆ่าคนได้” คินเบิร์กกล่าว “ในหนังสือการ์ตูนมักจะเน้นไปที่ตัวคนดีและคนร้าย ฮีโร่และวายร้าย เวลาฮีโร่ทำเรื่องเลวร้ายหรือเวลาคนดีทำเรื่องอะไรไม่ดีจะทำให้รู้สึกช็อก เราไม่แน่ใจว่าเราจะแน่ใจกับอะไรได้บ้าง

 

 “ตอนนี้เราอยู่ในโลกที่เรื่องการเมืองและเรื่องทางสังคมมีความกลับตาลปัตรไปบ้างแล้ว” เขาเล่าต่อว่า “ทุกอย่างไม่เป็นไปอย่างที่เคยเป็น ไม่มีความสามัคคีกันสักเท่าไหร่ ทุกคนรู้สึกว่าตัวเองมีความแตกแยกออกมา ในเรื่องจะเกี่ยวกับตัวละครที่พบว่าตัวเองมีความแตกแยก ซึ่งผลที่ตามมาคือการแตกแยกจากครอบครัว X-เม็นซึ่งเป็นความรู้สึกที่สำคัญมาก”

 

X-MEN: DARK PHOENIX วันนี้ ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram