กว่าจะเป็น Crimson Peak - หนังรักสยองมีสไตล์จากกิลเลอร์โม่ เดล โทโร่

กว่าจะเป็น Crimson Peak
หนังรักสยองเปี่ยมสไตล์จาก กิลเลอร์โม่ เดล โทโร่

 

- มีสปอยล์เนื้อหาบางส่วน -

 

 

- Crimson Peak คือการผสมผสานของภาพยนตร์หลากแนว และเรื่องผีตามขนบ
ผ่านความมีระดับและความงดงามของภาพยนตร์คลาสสิค -

 

หลังความสำเร็จของภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์พูดภาษาอังกฤษที่อัดแน่นไปด้วยฉากแอ็กชั่นอย่างเรื่อง Hellboy (2004), Hellboy II: The Golden Army (2008) และ Pacific Rim (2013) ปรมาจารย์ด้านงานสยองขวัญอย่าง เดล โทโร่ ได้นำเรื่องราวความรักแนวโกธิคที่ทั้งมืดมิดและเปี่ยมด้วยจินตนาการมาขึ้นจอด้วยผลงานอย่าง Crimson Peak โดย เดล โทโร่ พูดอธิบายถึงเรื่องราวของความพยายามเรื่องล่าสุดของเขาด้วยถ้อยคำสั้นๆ ว่า “มนุษย์คือความสยองที่แท้จริง”

นี่คือผลงานที่ดูใกล้เคียงกับผลงานของมือเขียนบท/ผู้กำกับผู้นี้เรื่อง The Devil’s Backbone (2001) มันคือเรื่องราวความรักย้อนยุคที่ทำให้สันหลังเย็นวาบที่เผยเรื่องราวในอารมณ์สยอง และใกล้เคียงกับผลงานมาสเตอร์พีซที่พูดภาษาสเปน และสามารถคว้ารางวัลออสการ์มาได้ถึง 3 รางวัลอย่าง Pan’s Labyrinth (2006) ซึ่ง Crimson Peak ผลงานภาพยนตร์เรื่องใหม่ของ เดล โทโร่ เรื่องนี้สำรวจธีมที่ตามหลอกหลอนที่ว่า แท้จริงแล้วความรักก็คือกับดักอันอ่อนโยน เมื่อคนดูอาจตั้งคำถามว่าเหตุการณ์ในผลงานเรื่องล่าสุดของเขาเรื่องนี้ อาจเป็นเพียงผลของจินตนาการที่ไร้ขีดจำกัดของหญิงสาวคนหนึ่งใช่หรือไม่  Crimson Peak เล่นกับการรับรู้ของคนดูว่าอะไรคือความจริงและอะไรคือเรื่องแต่ง เมื่อ อีดิธ เป็นนักเขียนที่เต็มไปด้วยจินตนาการที่จัดจ้าน เป็นไปได้หรือไม่ว่าเหตุการณ์น่ากลัวทั้งหลายนั้นเกิดขึ้นมาจากความคิดของเธอเอง

 

 

Crimson Peak เปรียบดั่งการสำรวจไปในผลงานภาพยนตร์ภาษาสเปนที่ได้รับคำชมของเดล โทโร่ เป็นผลงานที่เคยทำให้ผู้กำกับชาวเม็กซิกันผู้นี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก สุดท้าย คัลลั่ม กรีน ผู้เคยร่วมงานกับ เดล โทโร่ ในภาพยนตร์เรื่อง Pacific Rim เป็นผู้ให้บทสรุปถึงผลงานใหม่เรื่องนี้ว่าเป็น “ภาพยนตร์สเปนแต่พูดภาษาอังกฤษเรื่องแรก” ของเดล โทโร่

เดล โทโร่ได้พูดถึงอิทธิพลของโปรเจ็กต์นี้ว่า “Crimson Peak คือเรื่องผีที่คล้ายกับ Pan’s Labyrinth มันมีการผสมผสานของภาพยนตร์หลากหลายแนว และความจริงที่ว่าเรากำลังอัดเรื่องผีตามแบบขนบลงไปพร้อมกับความมีระดับและความงดงามของภาพยนตร์คลาสสิก” 

ขณะเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ เดล โทโร่และมือเขียนบท แมทธิว ร็อบบิ้นส์ ซึ่งเป็นเพื่อนของเขา ได้ดึงแรงบันดาลใจมาจากนิยายหลายต่อหลายเรื่อง อย่างเช่น “Wuthering Heights” ของเจน ออสติน “Great Expectations” ของชาร์ลส์ ดิ๊กเก้นส์ “Rebecca” ของ ดาฟเน่ ดู โมริเย่ และ “Dragonwyck” ของ แอนย่า ซีตัน ทั้งหมดนี้ แอบซ่อนความสยองเอาไว้ในแกนเรื่อง เดล โทโร่ กล่าวว่า “ในเรื่องราวรักสไตล์โกธิค คุณจะได้เรื่องราวความรักที่ดี คุณจะได้องค์ประกอบที่เป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ คุณจะได้ฉากที่ชวนขนลุก ทั้งหมดนี้ผสมผสานกันจนกลายเป็นภาพยนตร์ที่ดูงดงามจริงๆ”

สำหรับ เดล โทโร่ การสำรวจภาพยนตร์แนวนี้อาจมีทั้งผีและคฤหาสน์ที่กำลังพังพินาศ และ “มันอาจมีกับดักของภาพยนตร์สยองขวัญ” แต่ที่ถูกหว่านเอาไว้ได้อย่างน่าทึ่งก็คือเรื่องราวความรักสุดคลาสสิกในแง่ที่ว่า “ตัวละครหลักที่เป็นพวกไร้เดียงสา กำลังค้นพบความลับ ขุมทรัพย์ อดีตที่มืดมิด...ที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไป” และถึงแม้ความลับนั้นจะเปลี่ยนเรื่องราวความรักไป แต่ความรักที่ผลิบานระหว่าง โธมัส และ อีดิธ มีคุณสมบัติที่เป็นท่วงทำนองงดงาม อย่างไรก็ดี ถ้าความรักคือรูปแบบหนึ่งของความบ้าคลั่ง ผู้เล่นหลักทั้งหมดในเรื่องราวนี้ก็คือเหยื่อของความรัก 

 

 

- Crimson Peak ใช้ผีเพื่อกำจัดความเป็นมนุษย์
และไปเสริมความโดดเด่นให้กับเรื่องราวที่เป็นมนุษย์แทน -

 

ตามที่ เดล โทโร่ บอก Crimson Peak ก็คือ “เรื่องราวเทพนิยายที่น่าหดหู่ที่สุด” และสูตรผสมที่แสนคลาสสิกก็รวมถึงตัวละครที่กำลังเติบโตไปสู่วัยผู้ใหญ่ “คุณสามารถหามันพบได้ในเรื่องอย่าง ‘Alice in Wonderland’ หรือใน  ‘The Snow Queen’ ผลงานของออสการ์ ไวลด์ หรือฮานส์ คริสเตียน แอนเดอร์เซ่น” เดล โทโร่บอกไว้ เรื่องราวนี้เกี่ยวข้องกับการค้นพบอิสรภาพ เป็นการเดินทางที่นำพาตัวละคร ”เดินทางผ่านความมืด ผ่านพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ ข้ามมหาสมุทร ไปสู่โลกใต้ดินนี้”

หนึ่งในนิยายรักแนวโกธิคเรื่องโปรดของ เดล โทโร่ ก็คือนิยายที่มีคนอ่านน้อยอย่างเรื่อง “Uncle Silas” ซึ่งเป็นผลงานของนักเขียนจากศตวรรษที่ 19 ที่ชื่อ โจเซฟ เชอริแดน เลอ ฟานู ที่ห้อมล้อมความชั่วร้าย ความสยดสยอง และอารมณ์ของเรื่องราวแนวนี้เอาไว้ “ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความใกล้เคียงกับ ‘Uncle Silas’ ในหัวใจของผมมากที่สุดแล้ว” เดล โทโร่ประกาศ

เพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้กับเรื่องราวของเขา เดล โทโร่ใส่องค์ประกอบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวลงไปในเรื่องนี้มากมายหลายอย่าง อาทิ ผีเสื้อกลางคืนและผีเสื้อกลางวัน ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความหลงใหลในวัยเด็กของเขา และความจริงที่ว่าพวกมันคือตัวแทนของ ลูซิลล์ และ อีดิธ สัญลักษณ์อย่างอื่นกลายเป็นส่วนสำคัญในการเล่าเรื่อง เช่น ทัศนคติในการเลือก ธรรมชาติของความรัก ของเล่นที่มีกลไกที่ทำจากเกียร์และกลไกที่ซับซ้อน ความใกล้ชิดของตัวละครเอกต่อพ่อของเธอ และที่ซ่อนใต้ดินที่มีลักษณะเหมือนถ้ำ ที่ถูกใช้เก็บซ่อนความลับหรืออารมณ์ที่อยู่ลึกที่สุด   

นอกจากนั้น สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของ เดล โทโร่ เพื่อใส่ความสยองลงไปในผลงานของเขา ก็คือ “การใช้ผีเพื่อกำจัดความเป็นมนุษย์ เพื่อเปล่งประกายให้กับเรื่องราวนี้ในแบบที่เป็นมนุษย์” เขานำเรื่องราวแนวโกธิคสุดคลาสสิกนี้มาและหลอมรวมมันเข้ากับวิธีการทำงานที่เปี่ยมด้วยจินตนาการของเขา ด้วยการสร้างคฤหาสน์ที่ชวนหลอนที่กลายเป็นหลักของเรื่องราวปริศนา ณ ที่แห่งนี้ที่ซึ่งความกลัวฝังตัวอยู่ภายในกำแพงนั่นเอง

 

 

Crimson Peak ภาพยนตร์ดราม่า-แฟนตาซี-สยองขวัญจากฝีมือของยอดจินตนาการอย่าง กิลเลอร์โม่ เดล โทโร่ ถ่ายทอดแง่มุมของ "ความรัก" อันเจ็บปวดผ่านสัญญะและการเล่าเรื่องที่เปี่ยมด้วยสไตล์อันวิจิตรงดงามของศิลปะโกธิคสมัยยุควิคตอเรียน ผลงานสุดน่าทึ่งทั้งในแง่ของโปรดักชั่นที่เต็มไปด้วยรายละเอียดอันสุดประณีต และการสร้างตัวละครที่ล้วนเปี่ยมด้วยความเป็น "มนุษย์" อย่างสมบูรณ์!

Crimson Peak นำแสดงโดย ทอม ฮิดเดิลสตัน, มีอา วาชิคอฟสกา, เจสสิก้า แชสเทน, ชาร์ลี ฮันนั่ม และ จิม บีเวอร์ กำกับโดย กิลเลอร์โม่ เดล โทโร่

♦ เช็ครอบและจองตั๋วได้เลยที่นี่
http://www.majorcineplex.com/movie/crimson-peak 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram