เปิดตู้คอสตูม 'ทีม X-Men' ภาคใหม่ เน้นถอดแบบจากคอมิกให้มากที่สุด!!

 

 เปิดตู้คอสตูม 'ทีม X-Men' ภาคใหม่ เน้นถอดแบบจากคอมิกให้มากที่สุด!! 

 

 

ในการแต่งตัวให้หนุ่มสาวมนุษย์กลายพันธุ์ที่โรงเรียนของเซเวียร์ มินเกนบาคยังคงยึดแนวทางตามแบบคอมิก เธอทำงานกับโซฟี เทอร์เนอร์ ผู้รับบทจีน เกรย์ โดยคำนึงถึงเรื่องที่ว่านักแสดงรายนี้มีผมสีแดงเช่นเดียวกับตัวละครในหนังสือคอมิก “โซฟีเป็นสาวสวย” มินเกนบาคกล่าว “แต่บางครั้งเราก็อยากเห็นเธอดูเก้งก้างหรืออึดอัดบ้าง” ในตอนเปิดเรื่อง จีนยังไม่รู้จะทำตัวอย่างไรดี ดังนั้นเสื้อผ้าที่เลือกมาจึงเน้นการปกปิดตัวเองเป็นพิเศษ ทำให้เธอรู้สึกว่าได้รับการปกป้อง “เหมือนห่อหุ้มตัวเธอเอาไว้” มินเกนบาคกล่าว ในฉากส่วนใหญ่ก่อนถึงฉากต่อสู้ในตอนสุดท้าย เธอใส่เบลเซอร์ผู้ชายตัวโคร่งไม่มีทรงประดับแผงไหล่


สำหรับไนท์ครอว์เลอร์ซึ่งรับบทโดยโคดี สมิท-แม็คฟีนั้น ในงานคอมิก ไนท์ครอว์เลอร์มีรูปร่างเพรียวบางและองค์ประกอบต่างๆ ที่แทบจะเหมือนแมว หูของเขาตั้งเฉียงขึ้นคล้ายแมวป่า ดวงตาเหมือนเสือดำ เพื่อให้ได้รูปลักษณ์แบบยุค 1980 รวมถึงให้คล้ายกับไนท์ครอว์เลอร์ที่ อลัน คัมมิง แสดงไว้ใน X2 โมโรต์จึงหล่อโครงศีรษะของนักแสดง โคดี สมิท-แม็คฟี เอาไว้เพื่อทำชิ้นส่วนเทียม นอกจากนี้ยังต้องหล่อช่วงลำตัวเพื่อทำหางให้สมิท-แม็คฟีด้วย โมโรต์ทำงานร่วมกับ MAC Makeup เพื่อคิดค้นรองพื้นสูตรพิเศษที่มีเนื้อด้านและติดคงทนเป็นสีต่างๆ สำหรับสร้างรูปลักษณ์ของไนท์ครอว์เลอร์ขึ้นมา

 

 

ทีมงานของโมโรต์ยังได้ออกแบบหางซึ่งเคลื่อนไหวได้ของไนท์ครอว์เลอร์จากสิ่งที่เขาเรียกว่า “โครงภายในที่มีแรงดึง” เมื่อใดก็ตามที่นักแสดงขยับ หางก็จะเคลื่อนไหวด้วยตัวของมันเอง โมโรต์ประหลาดใจที่วิธีนี้สามารถสร้างการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติได้โดยไม่ต้องใช้กลไกใดๆ เลย ในช่วงท้ายของการถ่ายทำ สมิท-แม็คฟีต้องใช้เวลาในการแปลงโฉมราวหนึ่งชั่วโมงสี่สิบห้านาที ทั้งการติดชิ้นส่วนเทียม การแต่งหน้า ฟัน ดวงตา เกราะหุ้มลำตัวซึ่งช่วยพยุงหางที่ขยับได้ เท้า และมือ “ความท้าทายอยู่ที่การทำให้ภาพของไนท์ครอว์เลอร์ดูสมจริงและต้องทำซ้ำเดิมทุกๆ วันที่เขาต้องเข้าฉาก” โมโรต์กล่าว “และที่สำคัญคือต้องตรงใจแฟนๆ ที่วาดภาพเอาไว้ว่าตัวละครนี้ควรมีหน้าตาเป็นอย่างไรด้วย” 
 
มินเกนบาคต้องจัดการคือชุดที่เขาใส่ในฉากสำคัญที่สังเวียนต่อสู้ เธอพบแจ็คเก็ตเก่าในกองเสื้อผ้าใช้แล้วจาก “ห้องหลังร้านสุดเพี้ยน” ของร้าน Western Costume ในลอสแองเจลีส “มันเป็นแจ็คเก็ตละครสัตว์เก่าๆ ที่มีรอยเปื้อนและมีหางแหลมที่มีเชือกโยงเข้าด้วยกัน” มินเกนบาคกล่าว “โคดีมีโครงร่างที่เหมาะกับเสื้อ เราจึงทำแจ็คเก็ตตัวนี้ขึ้นมาใหม่และจับคู่กับกางเกงยุคแปดศูนย์ที่สองข้างไม่เท่ากัน เราเพิ่มลุคแบบบอย จอร์จลงไปนิดหน่อย และในฉากที่คฤหาสน์ เราก็พยายามให้ไนท์ครอว์เลอร์ดูเหมือนในคอมิก โดยใช้ชุดที่เป็นรูปแนวทแยงสีแดงดำซึ่งแฟนๆ จะต้องจำได้” 

 

 

ในการแต่งตัวให้จูบิลี มินเกนบาคมีเครื่องแต่งกายกว่า 20 ชุดที่ออกแบบให้นักแสดงลานา คอนดอร์ “ฉันน่าจะปาลูกดอกในความมืดแล้วเลือกมาซักชุดนะ” คอนดอร์กล่าว สุดท้ายแล้วเครื่องแต่งกายของเธอก็เป็นชุดกระโปรงยาว ถุงน่อง รองเท้าบู๊ต และเสื้อที่ไหล่ห้อยลงข้างหนึ่ง “เราจะเห็นอิทธิพลจาก FLASHDANCE อยู่เต็มไปหมดในชุดของจูบิลี” มินเกนบาคกล่าว
ในปี 1983 อาจารย์แฮงค์ แม็คคอย เริ่มเป็นผู้ใหญ่แล้ว มินเกนบาคจัดชุดสูทที่ดูเนี้ยบแต่ก็ยังเป็นแบบลำลองให้ โดยเรียกว่า “ชุดบีสที” และซิงเกอร์ก็คิดว่าชุดนี้ดูคล้ายเสื้อผ้าที่พ่อของเขาใส่ในยุคแปดศูนย์ โฮลต์ตื่นเต้นกับรายละเอียดในเสื้อผ้าของเขามาก “ผมได้นาฬิกาเครื่องคิดเลข Casio จากยุคแปดศูนย์มาซึ่งใช้ประโยชน์ได้ดีมากเลยล่ะครับ” เขาพูดติดตลก 

สำหรับเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์นั้น มินเกนบาคคำนึงถึงแนวทางการปฏิบัติงานของเรเวน “เธอต่อสู้เพื่ออุดมการณ์และไม่ได้สนใจมากนักว่าตัวเองดูเป็นอย่างไร” นักออกแบบกล่าว เธอจัด “ลุคแบบคริสซี ไฮนด์” ให้ลอว์เรนซ์ ด้วยเสื้อแจ็คเก็ตหนังตอกหมุดและเสื้อยืดร็อคแอนด์โรลล์รุ่นเก่า “ปี 1983 เป็นยุครุ่งเรืองของสาวร็อค” มินเกนบาคกล่าว “และรูปลักษณ์แบบนี้ก็สะท้อนถึงความเป็นกบฏของเรเวนด้วย” 

สิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการออกแบบชุดเอ็กซ์เม็นไม่ใช่แค่การใช้งานจริงและความฉูดฉาดของยุคแปดศูนย์ แต่มันยังต้องดูเหมือนสิ่งที่พัฒนาโดยกองทัพด้วย และชุดนี้ก็ต้องดูดีไม่ว่าคนใส่จะเป็นเอ็กซ์เม็นชายหรือหญิง ซึ่งตัวละครที่ใส่ก็ได้แก่ แฮงค์ มอยรา เรเวน ควิกซิลเวอร์ จีน สก็อตต์ และไนท์ครอว์เลอร์ “เป็นความท้าทายอย่างหนึ่งเลยล่ะค่ะที่จะต้องออกแบบชุดที่จีน เกรย์ใส่แล้วดูดีพอๆ กับเวลาที่ให้บีสต์ใส่”  

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram