เอ็มมา วัตสัน จากแม่มดสาว เข้าสู่เส้นทางของ โคโลเนีย เมืองที่ถูกกักขังให้ไร้อิสรภาพ

 เอ็มมา วัตสัน จากแม่มดสาว เข้าสู่เส้นทางของ โคโลเนีย เมืองที่ถูกกักขังให้ไร้อิสรภาพ 

 

 

เบนจามิน เฮอร์แมน  โปรดิวเซอร์ กล่าวว่า หากใครที่ชอบหนังแนวสยองขวัญในยุค 70 อย่าง THREE DAYS OF CONDOR หรือ ALL THE PRESIDENT MAN ซึ่งเป็นหนังที่นำเสนอเรื่องราวอันแสนตึงเครียดผ่านหนังออกมาได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว หรือจะเป็นหนังที่ผ่านมาเร็วๆ นี้อย่าง ARGO หรือ THE IMITATION GAME ที่เป็นหนังที่สามารถทำให้คนดูจมดึงไปกับเรื่องราวอันแสนตึงเครียดแต่ก็ตราตึงและสามารถทำให้เราติดตามในขณะเดียวกันได้ หนังเรื่องนี้ COLONIA ก็เดินทางตามเส้นทางนั้นไม่แพ้กัน

โคโลเนีย ดิกนิแดด เมืองที่รู้จักกันดีนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1961  ถูกสร้างขึ้นโดยนักบุญชาวเยอรมัน พอล์ล เชฟเฟอร์ ซึ่งอยู่ห่างไปทางตอนใต้ ของ ซานดิเอโก้ ชิลี เขาเป็นผู้ที่มีอำนาจในการปกครองเมืองนี้ยาวนานกว่า 40 ปี ผู้คนที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านนี้จะต้องใช้ชีวิตตามกฎที่นักบุญ พอล์ล ได้กำหนดไว้ และน้อยคนนักที่จะสามารถหนีออกมาจากหมู่บ้านแห่งนี้ได้ ไม่ว่าใครก็ตามที่พยายามจะหลบหนี สุดท้ายก็จะถูกจับตัวกลับไป โดยได้รับความร่วมมือกับทางการชิลีและทางการเยอรมนี ที่คอยหนุนหลังให้กับ พอล์ล เชฟเฟอร์ อยู่

เมื่อสมัยที่ อดีตประธานาธิบดี ออกุสโต้ ปิโนเชต์ มีอำนาจในช่วงยุค 1973  พอล์ล เชฟเฟอร์ ได้ร่วมมือกับทางการอนุญาตให้ใช้เมืองแห่งนี้เป็นที่ควบคุมนักโทษทางการเมือง แต่เมื่อ ออกุสโต้ ปิโนเชต์ ได้สละอำนาจลงในปี 1990 ความจริงก็ปรากฎออกมาให้ทั้งโลกได้ช็อคไปตามๆกัน ถึงความโหดร้ายและความน่ากลัวของหมู่บ้านนี้ พอลล์ เชฟเฟอร์ได้หลบหนีไปที่  อาเจนติน่า และถูกจับกุมตัวในปี 2004 ถูกศาลของชิลีสั่งจำคุก 33 ปี ในข้อหากระทำชำเราเด็กในหมู่บ้านกว่าพันคนและคดีอื่นๆอีก เขาจบชีวิตในคุกที่ซานดิเอโก้ในปี 2010 ปัจจุบัน โคโนเนีย ดิกนิแดด ถูกเปลี่ยนชื่อกลายเป็น Villa Baviera (วิลล่า บาเวียร่า)

  
ฟลอเรียน กาเลนแบร์เกอร์ ผู้กำกับกล่าวว่า ตอนนั้นผมยังเรียนอยู่ และได้ยินเรื่องเมืองนี้ที่ชิลี ที่คนที่เข้ามาอยู่ในเมืองนี้แล้วไม่สามารถหนีออกไปได้อีกและต้องทนใช้ชิวิตอยู่ราวกับนักโทษ มันทำให้ผมประหลาดใจมากว่าจะมีเมืองแบบนี้อยู่จริง และต่อมาขณะที่เขากำลังจะทำหนังเรื่อง JOHN RABE เขาได้มีโอกาสอ่านหนังสืออัตชีวประวัติของผู้ที่ร่วมสร้างเมือง COLONO ว่าคนที่อาศัยอยู่ในเมือง COLONIA นั้นมีความเป็นอยู่อย่างไร  หลังจากนั้นไม่กี่อาทิตย์ ผู้เขียนบท ทอร์สเทิร์น เวนเซล ก็ได้ส่งไอเดียที่จะทำหนังเรื่องนี้มาให้แก่ผม ซึ่งด้วยความบังเอิญที่เราคิดตรงกันทำให้หนังเรื่องนี้ได้เกิดขึ้น

เขาได้เดินทางไปที่ชิลีและทำการหาข้อมูลเกี่ยวกับเมือง โคโลเนีย ดิกนิแดด "ยิ่งผมใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลเหล่านี้เท่าไหร่ ผมก็ยิ่งอยากที่จะรู้จักโลกของ พอล์ล เชฟเฟอร์ ยิ่งขึ้นเรื่อยๆ"  “ผมอยากที่จะนำเสนอเรื่อง ของคู่รัก ที่ต้องเข้ามาอยู่ในเมืองแห่งนี้ และพยายามหาหนทางที่จะหนีออกมาให้ได้" ในขณะที่ โปรดิวเซอร์ เบนจามิน เฮอร์แมน กล่าวเพิ่มว่า "เราไม่ได้อยากจะนำเสนอแค่เรื่องจริงที่เกิดขึ้นในเมืองนี้เท่านั้น แต่เราอยากให้เห็นถึงความเป็นอยู่ของคนที่ต้องอาศัยในเมืองนี้ผ่านคาแรกเตอร์ของตัวละครหลักทั้ง2 ตัว" และด้วยผลที่ ผู้กำกับได้เดินทางไปมาที่เมืองแห่งนี้อยู่บ่อยครั้งทำให้เขาได้รับความไว้ใจและเชื่อใจจากคนท้องถิ่น และเราได้รู้ถึงเรื่องราวความเป็นอยู่ที่แท้จริง "และถึงแม้ว่าตัวละครหลักจะถูกเขียนขึ้นมาก็ตามแต่รายละเอียดต่างๆล้วนอิงมาจากเค้าโครงเรื่องจริง รวมถึงบางบทที่พอล์ล เชฟเฟอร์ พูดในเรื่องนั้นก็เป็นคำพูดจริงๆ ของพอลล์ แชฟเฟอร์"

และด้วยเรื่องราวอันแสนหดหู่และความสนใจส่วนตัวของ เอ็มมา วัตสัน ทำให้เธอตกลงรับเล่นเรื่องนี้ "ความจริงก็คือด้วยความหลากหลายทางอารมณ์ของหนัง ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากเรื่องจริง เลยทำให้หนังเรื่ิองนี้มีเสน่ห์น่าดูอย่างยิ่ง" และตัวละครเอกอีกตัวรับบทโดย แดเนียล บรูห์ล "ซึ่งบรูห์ล สามารถผสมผสานความแข็งแรงและอ่อนโยนของผู้ชายได้อย่างลงตัว" ฟลอเรียน กาเลนแบร์เกอร์ กล่าว อีกทั้งด้วยความที่ทั้งเขาและ แดเนียล บรูห์ล ได้เคยร่วมกันมาก่อนในเรื่อง JOHN RABE และได้เป็นเพื่อนกันมานานหลายปี
เมื่อพวกเขาได้เสนอไอเดียที่จะทำหนังเรื่องนี้ใน เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ ปี 2014 ทางฝ่ายจัดการการลงทุนก็รู้สึกสนใจในตัวบท และก็อนุญาตให้พวกเขาเริ่มถ่ายทำได้เลยในอีก 4 เดือนต่อมา เบนจามิน เออร์แมน กล่าว

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram