เผยความลับ แรงบันดาลใจจากสัตว์เลี้ยง ใน the Secret Life of Pets ทำยังไงคนทั้งโลกถึงหลงรัก

เผยความลับ แรงบันดาลใจจากสัตว์เลี้ยง
ใน the Secret Life of Pets ทำยังไงคนทั้งโลกถึงหลงรัก

 

    ตลอดกระบวนการงานสร้าง เมเลแดนดรี้และทีมงานของเขาได้ดึงเอาประสบการณ์ส่วนตัวมาใช้ เมเลแดนดรี้เล่าว่า “หนึ่งในความสุขยิ่งใหญ่ของการสร้างหนังเรื่องนี้คือทุกคนสามารถแบ่งปันเรื่องราวประสบการณ์สัตว์เลี้ยงของพวกเขา และนำมาใส่ในหนังเรื่องนี้ได้ เรามีหมาจอมซนสองตัว และเราก็มักจะแอบไปหาพวกมันตอนที่พวกมันคิดว่าเราไม่อยู่บ้าน แล้วเราก็จะจับได้คาหนังคาเขาเลยว่าพวกมันกำลังใช้ชีวิตแบบลับๆ ของพวกมันอยู่น่ะครับ”

    “ตอนที่เราออกจากบ้านในตอนเช้า พวกมันก็จะรออยู่ที่ประตูตอนเราไป แล้วพวกมันก็จะเดินเข้าไปในครัว กระโดดขึ้นไปบนโต๊ะในห้องครัว แล้วก็เลียเศษอาหารที่อยู่บนนั้นจนเกลี้ยง” เขาเล่า “หลังจากนั้น พวกมันก็จะไปที่ห้องนอนใหญ่ นอนบนหมอนเรา มันมีการปฏิสัมพันธ์และการร่วมมือกันบางอย่างระหว่างพวกมันและนกที่เราเลี้ยงไว้ ที่ผมยังหาคำตอบไม่ได้ แล้วมันก็มีปฏิสัมพันธ์กับหมาที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของรั้วในบ้านของเพื่อนบ้าน และมีการวางแผนมากมายเกิดขึ้น เมื่อมีโอกาส พวกมันก็จะวิ่งแจ้นออกไปโดยที่คุณหยุดพวกมันไม่ทัน แล้วคุณก็จะได้ผจญภัยนานสามชั่วโมงที่คุณจะเหงื่อแตกเป็นน้ำ และสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกมันน่ะครับ”

 

 

    ในการออกแบบ แม็กซ์คล้ายกับสุนัขเทอร์เรียร์ที่ครอบครัวเมเลแดนดรี้เลี้ยงไว้ เช่นกัน เนื่องด้วยทั้งเรน็อดและเมเลแดนดรี้ต่างก็เป็นคนรักนกทั้งคู่ ก็เลยเป็นเรื่องสำคัญที่ทั้งคู่จะใส่สวีทพีเข้าไปในPets จริงๆ แล้ว เขาเป็นตัวละครที่ไม่พูด แต่ร้องแทน สำหรับช่วงเวลาตลกขบขัน ทีมงานได้นำเอาช่วงเวลา สีหน้าท่าทางและทัศนคติของสัตว์เลี้ยงของพวกเขาใส่เข้าไป

    ทีมงานชื่นชอบการสำรวจพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงของพวกเขาที่มีความเป็นสากล และพวกเขาก็รู้ว่าผู้ชมจะมองเห็นสัตว์เลี้ยงของพวกเขาในตัวละครที่ถูกนำเสนอออกมา หนึ่งในช่วงเวลาที่โดนใจทีมผู้สร้างเป็นพิเศษคือฉากที่แม็กซ์และดุ๊คมองคนที่นั่งกินแซนด์วิชอยู่บนม้านั่งในสวนสาธารณะ คุณจะมองเห็นได้จากสายตาของพวกมันว่าพวกมันอยากกินแค่ไหน และเจ้าของสุนัขในกลุ่มทีมงานเองก็เล่าถึงประสบการณ์ของพวกเขาที่สัตว์เลี้ยงของพวกเขามองไปที่อาหารด้วยอาการอยากกิน ทีมงานพบช่วงเวลามากมายที่เริ่มต้นจากการเป็นประสบการณ์ส่วนตัวที่ลึกซึ้งขึ้นด้วยการแบ่งปันความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

    เรน็อดเห็นด้วยกับเมเลแดนดรี้ที่ว่า สิ่งที่เป็นอิทธิพลให้กับการตัดสินใจหลายเรื่องของเขาในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้คือความทรงจำเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่เขาและครอบครัวมี เขากล่าวกลั้วหัวเราะว่า “ผม ลูกๆ และภรรยาผมเคยเลี้ยงสัตว์ทุกชนิดมาแล้ว ตั้งแต่หมาพันธุ์ไอริช เซ็ตเตอร์, แมว, กิ้งก่า, หนูเจอร์บิล, หนูตะเภา, ปลา และเต่า พวกมันเป็นส่วนหนึ่งในความทรงจำและประสบการณ์ของผมครับ”

    การจินตนาการถึงสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจจากสัตว์เลี้ยงในชีวิตของเรน็อดเอง โดยเฉพาะนอร์แมนและสวีทพี และมันก็ถูกทำให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นด้วยงานออกแบบของผู้ออกแบบงานสร้างอีริค กิลลอน เขายอมรับว่า หนึ่งในตัวละครตัวโปรดของเขาคือสโนว์บอล พลางหัวเราะว่า “ผมนึกถึงสิ่งที่คุณมักจะเห็นบนการ์ดวันอีสเตอร์และกระต่ายตัวน้อยน่ารักที่พูดด้วยเสียงของเควิน เราหลีกเลี่ยงไอเดียของการทำตัวละครให้ตัวใหญ่ขึ้นและน่าหวั่นเกรงมากขึ้น และไปใช้ไอเดียของตัวละครที่น่ารักสุดๆ แทนน่ะครับ”  
  เช่นเดียวกับแรงบันดาลใจสำหรับตัวละคร กระบวนการซับซ้อนในการวาดสตอรีบอร์ดก็เป็นกระบวนการที่สำคัญสำหรับทีมงานด้วย “ในไลฟ์แอ็กชัน พวกเขาจะถ่ายทำก่อนแล้วค่อยตัดต่อทีหลัง ในขณะที่อนิเมชันจะเป็นตรงกันข้าม ผมเหมือนกับตัดต่อหนังก่อนที่จะเริ่มถ่ายทำเสียอีก” เชิร์ทซ์แมนน์กล่าว “เราใช้เวลานานมากในขั้นตอนการวาดสตอรีบอร์ดจนผมเข้าใจถึงดีเอ็นเอและจังหวะการดำเนินเรื่องตั้งแต่เริ่มต้น พอเราไปถึงขั้นตอนเลย์เอาท์และอนิเมชัน ผมก็รู้แล้วว่าเรามีวัตถุประสงค์อะไรครับ”


ภาพยนตร์อนิเมชันที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์นับว่าเป็นการศึกษาเรื่องของใบหน้าและสีหน้าท่าทาง และเราก็อาจพูดอย่างเดียวกันได้กับภาพยนตร์อนิเมชันที่ตัวละครเป็นสัตว์เช่นกัน “ปกติแล้ว เรามีเวลาหกเดือนในการสร้างองค์ประกอบ ตัวละคร และเหตุการณ์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์” ซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่าย CG บรูโน โชฟาร์ดกล่าว “สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับหนังเรื่องนี้คือเราต้องทำการค้นคว้าเกี่ยวกับพฤติกรรมของสัตว์มากมายเลยครับ เราทำงานร่วมกันเพื่อค้นพบสีหน้าและภาษาทางกายของสัตว์พวกนี้ครับ”

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram