เปิดใจนักแสดงพร้อมเผยเบื้องหลังสุดเข้มข้นก่อนสวมบทปีนท้าตายใน Everest

เปิดใจนักแสดงพร้อมเผยเบื้องหลังสุดเข้มข้น
ก่อนสวมบทปีนท้าตายใน Everest

 

นับว่า Everestไต่ฟ้าท้านรก เป็นหนังอีกเรื่องที่รวมเอาตัวเด็ดของวงการฮอลลีวู้ดมากกว่า 10 ชีวิตมาประชันฝีมือการแสดงสุดดราม่า ผลัดกันปรากฏตัวถ่ายทอดความทรหด ความเข้มข้นและความสมจริงอย่างเหลือเชื่อ ท่ามกลางฉากหลักอันสวยงามของยอดเขาเอเวอเรสต์ที่ตัดกับชะตาชีวิตอันโหดร้าย บรรดานักแสดงทั้งหลายมีวิธีเตรียมตัวให้พร้อมกับบทบาทที่มี “ตัวตนอยู่จริง” ได้อย่างไรกัน?!   

 


เจสัน คลาร์ก (ซ้าย) - ร็อบ ฮอลล์ (ขวา)
cr. www.adventureconsultant.com

 

เจสัน คลาร์ก – รับบทเป็น ร็อบ ฮอลล์

“ร็อบรักภูเขาและสถานที่ที่ไร้ผู้บุกเบิกในโลก การอยากจะทำมันด้วยตัวเองเป็นสิ่งหนึ่ง แต่การอยากจะแบ่งปันและพาคนอื่นไปด้วยก็เป็นอีกสิ่งหนึ่ง ร็อบชื่นชอบการพาคนขึ้นไปและช่วยให้พวกเขาได้เห็นในสิ่งที่เขาเห็นและบรรลุเป้าหมายของพวกเขาครับ”

นี่คือสิ่งที่ เจสัน คลาร์ก นักแสดงชาวออสเตรียจาก Zero Dark Thirty เล่าถึง ร็อบ ฮอลล์ นักปีนเขาชาวนิวซีแลนด์ผู้เป็นที่นับถือและโด่งดังจากการใช้โทรศัพท์ดาวเทียมรายงานสดภารกิจพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ เจสัน คลาร์ก เล่าว่า เขายังคงจำเหตุการณ์และเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้นได้เป็นอย่างดี ซึ่งมันส่งผลกระทบกับเขาและความรู้สึกของเขามาก ทำให้การแสดงของเขานั้นเปี่ยมด้วยความสมจริง และเข้าถึงตัวละครมาก

 

 

ผกก.คอร์มาคูร์เล่าถึงตัวละครของเจสันว่า ร็อบ ฮอลล์ เป็นคนที่ค่อนข้างหัวโบราณ รู้จักการวางแผนเป็นอย่างดีและมีความต้องการจะควบคุมทุกอย่าง ซึ่งคุณสมบัติพวกนี้อาจกลายเป็นสิ่งน่ารำคาญได้ ทำให้นักแสดงหลายคนเลือกที่จะเปลี่ยนเพื่อให้ตัวละครมีเสน่ห์และน่าเห็นใจมากขึ้น ทว่าเจสันกลับยอมรับคุณสมบัติเหล่านั้น พร้อมกับล้วงลึกเข้าไปอีก เจสันใส่ใจกับการนำเสนอมากซึ่งความมุ่งมั่นของเขายังถ่ายทอดผ่านบทสนทนาส่วนตัวระหว่างเขากับ แจน อาร์โนลด์ ภรรยาของ ร็อบ ฮอลล์ และรวมไปถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญที่ ร็อบ ทำร่วมกับ ดั๊ก ฮันเซน บนยอดเขาเอเวอเรสต์ เจสันสามารถถ่ายทอดความดี ความอ่อนหวานของ ร็อบ ปรากฏได้อย่างชัดเจนด้วย  

นอกจากนี้ เจสัน คลาร์ก ยังเดินทางไปหา แจน ภรรยาของ ร็อบ ที่นิวซีแลนด์ เพื่อใช้เวลาพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมกับทดลองปีนเขาจริงๆกับ กาย คอตเตอร์ เพื่อนสนิทนักปีนเขาของ ร็อบ ฮอลล์ ด้วย ซึ่ง คอตเตอร์ ประทับใจในการแสดงของเจสันที่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมจริง หวงแหนความน่าเชื่อถือและการรักษาชื่อเสียงของ ร็อบ มากด้วย

 


เจค จิลเลนฮาล (ซ้าย) - สก็อตต์ ฟิชเชอร์ (ขวา)
cr. www.mountainmadness.com

 

เจค จิลเลนฮาล – รับบทเป็น สก็อตต์ ฟิชเชอร์

เจค จิลเลนฮาล อีกหนึ่งนักแสดงที่ร่วมพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ในบทบาท สก็อตต์ ฟิชเชอร์ ซึ่งการแสดงของเจคนั้นก็ยึดเอา “ความเคารพ” และ “ความรับผิดชอบ” เป็นแก่นในการถ่ายทอดชีวิตของสก็อตต์ด้วย โดยเจคเล่าว่า ความสนใจของเขาที่มีต่อหนังเรื่องนี้อยู่ที่ “คน” และ “เหตุผล” ในการปีนเขาของพวกเขา มันทำให้เกิดคำถามว่า เราอยากทำอะไรในชีวิตให้สำเร็จบ้าง อะไรทำให้ชีวิตมีความหมาย ซึ่งภูเขาลูกนี้ตั้งคำถามกับทุกคนทั้งแบบตรงและเปรียบเปรย มันน่าหลงใหลมากจริงๆ และไม่ใช่แค่นั้น เพราะเจค จิลเลนฮาลยังชื่นชอบความท้าทายในการดัดแปลงและความเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง โดยที่ “ไม่บิดเบือน” ข้อเท็จจริงด้วย โดยใส่ความจริงของตนเองลงไป พยายามถ่ายทอด “ตัวตน” ที่แท้จริงของตัวละครเหล่านั้น ทว่าก็ยังยึดมั่นในสิ่งที่เขาเชื่อนั่นเอง ซึ่งการจะเข้าถึง “ข้อเท็จจริง” ได้นั้น เจคติดต่อไปยังลูกๆของ สก็อตต์ ฟิชเชอร์ และทำให้เขาได้รู้จัก สก็อตต์ ในมุมของคุณพ่ออารมณ์ดี  คุณพ่อผู้มองโลกบวกที่มักทำให้คนรอบตัวรู้สึกแบบเดียวกัน เขาไม่กลัวตายและเห็นคุณค่าของชีวิต โดยเฉพาะตอนที่ปีนเขา ซึ่งมันทำให้เขาเป็นคนที่น่าอยู่ด้วยและเป็นที่รักมากมาย

นอกจากนี้ การก้าวเข้ามารับบท สก็อตต์ ฟิชเชอร์ ทำให้เจค จิลเลนฮาล ต้องฝึกฝนร่างกายให้ชินกับที่สูงด้วยเครื่องจำลองระดับความสูง โดยต้องอยู่ในเครื่องที่ระดับ 30,000 ฟุต เป็นเวลา 10 นาที ซึ่งงานนี้เจคเล่าว่า ในตอนแรกเขาและจอช โบรลิน ก็รู้สึกสบายและคิดว่าไม่ได้เลวร้ายเท่าไร แต่เมื่อเขาก้าวออกจากที่นั่น ทุกอย่างมันกลับตาลปัตร เขาเริ่มหมดแรงและเศร้าในทันที ร่างกายเริ่มไม่สบายเลย ทำให้เขาตระหนักได้ถึงพลังของการอยู่บนที่สูงและผลกระทบที่มีต่อจิตใจนั่นเอง   

 


จอช โบรลิน (ซ้าย) - เบค เวทเธอร์ส (ขวา)
cr. www.nbcdfw.com

 

จอช โบรลิน – รับบทเป็น เบค เวทเธอร์ส

สำหรับโบรลิน สิ่งที่ทำให้เขาสนใจโปรเจ็กต์นี้คือ “ภูเขา” ลูกนี้ “ในตอนที่คุณอ่านบท คุณก็อยากจะเกิดความประทับใจครับ” นักแสดงหนุ่มตั้งข้อสังเกต “สิ่งที่ผมชื่นชอบเกี่ยวกับ Everest คือตัวเอกและตัวร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือยอดเขาเอเวอร์เรสต์เอง ผมชื่นชอบไอเดียของสิ่งที่เราไม่รู้ คุณปีนขึ้นไปด้วยความมุ่งมั่นแรงกล้า และบางที มันอาจจะมีเรื่องของการหลบหนีนิดๆ ความไม่สามาถที่จะรับมือกับปัญหาครอบครัว ปัญหาส่วนตัว หรือปัญหาอะไรก็ตามที และคุณก็ต้องรับมือกับสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าทุกสิ่งที่คุณสามารถเข้าใจได้ แต่คุณก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไรจนกว่ามันจะครอบงำคุณ”

ทางด้านผกก. คอร์มาคูร์ ชื่นชมความซับซ้อนของโบรลิน พลางตั้งข้อสังเกตว่า “จอชมีบุคลิกที่จริงจังมากๆ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็อาจเป็นคนตลกและคาดเดาไม่ได้ด้วย คุณสมบัตินั้นของเขาปรากฏชัดในตัวละครตัวนี้ แม้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับ เบ็ค จะเป็นอะไรที่โหดร้าย แต่โบรลินก็นำความสดใสบางอย่างใส่เข้าไปในตัวเขา เขาเป็นคนเท็กซัสพูดจาเสียงดังที่ชื่นชอบการปล่อยมุขตลก ด้วยความที่ผมเคยพบกับเขามาก่อน คุณสมบัติแบบสองขั้วนั้นก็เป็นสิ่งที่ผมสนใจมากๆ”

และเมื่อจอช โบรลิน ตกลงรับเล่นแล้ว เขาก็เริ่มปีนเขาจริงๆ ซึ่งทำให้เขาค้นพบว่า “แรงจูงใจ” ในการปีนเขาที่แท้จริงของนักปีนเขา รวมไปถึง เบค เวทเธอร์ส ตัวละครของเขาที่ประสบกับปัญหารุมเร้าจิตใจ เขาหดหู่และอยากหาสิ่งแตกต่าง จนกระทั่งเมื่อเหตุการณ์เลวร้ายบนยอดเขาเอเวอเรสต์เกิดขึ้น ปริศนาทุกอย่างก็กระจ่าง เพราะสิ่งที่เขาต้องการคือ “ครอบครัว” นั่นเอง  

 


cr. nytimes.com

 

จอห์น ฮอว์กส์ – รับบทเป็น ดั๊ก ฮันเซน

ฮอว์คส์ ตระหนักดีถึงความรับผิดชอบที่มาพร้อมกับการรับบทบุคคลจริงๆ “มันไม่เหมือนใครและมันก็เพิ่มความรับผิดชอบของการพยายามแสดงความเคารพต่อครอบครัวและเพื่อนๆ ของตัวละครตัวนั้นครับ” ฮอว์คส์กล่าว “ในแง่นั้น คุณจะล้วงลึกเข้าไปอีก คุณจะได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างเกี่ยวกับตัวละคร แต่คุณก็มีบท และคุณก็ต้องหาทางรักษาสมดุลระหว่างทั้งสองเรื่องให้ได้ พวกเราทุกคนพยายามค้นหาความจริงเกี่ยวกับคนเหล่านี้เท่าที่เราทำได้และพยายามใส่สิ่งเหล่านั้นลงไปในสิ่งที่เราทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และก็หวังว่าเราจะทำมันออกมาได้ดีนะ”

ฮอว์คส์อ่านข้อมูลเกี่ยวกับชีวิตของ ฮันเซน และพูดคุยกับผู้คนที่รู้จักเขา “เขาเป็นสมาชิกทีมเดินทางที่ไม่ธรรมดาตรงที่ว่าเขาเป็นบุรุษไปรษณีย์ เป็นชนชั้นแรงงาน” ฮอว์คส์ ตั้งข้อสังเกต “ร็อบ ฮอลล์ ให้ส่วนลดเขาในปีนั้นเพื่อกลับมาลองอีกครั้ง โดยรวมแล้ว เขาเป็นคนง่ายๆ ที่น่ารัก เขาเป็นนักปีนเขาที่ดี แม้ว่าในปีนั้น เขาจะมีปัญหาทางสุขภาพบางอย่าง ที่เป็นอุปสรรคต่อเขาก็ตาม แต่เขาก็ถูกมองว่าเป็นสมาชิกที่ยอดเยี่ยมของทีม เป็นคนที่ชื่นชอบผู้คนและเป็นคนที่เราสนุกเวลาได้อยู่ใกล้ครับ”

ตามเหตุการณ์จริงนั้น  ดั๊ก ฮันเซน เคยปีนยอดเขาเอเวอร์เรสต์ในปี 1995 กับฮอลล์ แต่เขาก็หันหลังกลับก่อนที่จะถึงยอดเพียงไม่กี่ร้อยฟุต เขาจึงกลับมาอีกครั้งในปี 1996 และหมายมั่นว่าเขาจะต้องพิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ให้ได้

 

จากซ้ายไปขวา: จอน คราเคาเออร์ (ไมเคิล เคลลี), ยาสุโกะ นัมบะ (นาโอโกะ โมริ), แอนดี้ แฮร์ริส (มาร์ติน เฮนเดอร์สัน), กาย คอตเตอร์ (แซม เวิร์ธทิงตัน)

 

Everest ยังเต็มไปด้วยบุคคลจริงในเหตุการณ์จำนวนมากที่ล้วนมีความสำคัญต่อการพิชิตยอดเขาในครั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น จอน คราเคาเออร์ (ไมเคิล เคลลี) นักปีนเขาและนักข่าวมากพรสวรรค์ หนึงในกลุ่มนักปีนเขา Adventure Consultant ที่จะนำเรื่องราวไปลงนิตยสาร Outside, ยาสุโกะ นัมบะ (นาโอโกะ โมริ) หญิงสาวชาวญี่ปุ่นที่ต้องการพิชิตยอดเขาทั้งเจ็ดให้ได้ โดยเอเวอเรสต์ คือปราการด่านสุดท้ายของเธอ, แอนดี้ "ฮาโรลด์" แฮร์ริส (มาร์ติน เฮนเดอร์สัน) ผู้นำทางของ Adventure Consultant ซึ่งมาร์ติน แฮนเดอร์สัน นักแสดงผู้รับบทมองว่า นี่คือโอกาสในการสร้างความกระจ่างให้กับการตายอันเป็นปริศนาของแฮร์ริส, กาย คอตเตอร์ (แซม เวิร์ธทิงตัน) เพื่อนสนิทของ ร็อบ ฮอลล์ และเป็นผู้นำทางมากประสบการณ์ที่เข้ามาช่วยเหลือ ร็อบ ในเหตุการณ์วันนั้น

 


ซ้าย-ขวา: แจน อาร์โนลด์ (เคียร่า ไนท์ลีย์), เฮเลน วิลตัน (เอมิลี่ วัตสัน), แครอลิน แม็คเคนซีย์ (อลิซาเบธ เดบิคกี้)

 

มาทางด้านบุคคลจริงฝ่ายหญิงที่มีความสำคัญไม่แพ้จากผู้ชาย คนแรกก็คือ เฮเลน วิลตัน (เอมิลี่ วัตสัน) ผู้จัดการเบสต์แคมป์ของ Adventure Consultant, แครอลิน แม็คเคนซีย์ (อลิซาเบธ เดบิคกี้) แพทย์หญิงประจำเบสต์แคมป์, แจน อาร์โนลด์ (เคียร่า ไนต์ลีย์) ภรรยาของ ร็อบ ฮอลล์ ผู้กำลังตั้งครรภ์ และ พีช เวทเธอร์ส (โรบิน ไรต์) ภรรยาของเบค เวทเธอร์ส ผู้คอยให้กำลังใจเขา  

 

ตัวละครทั้งหมดของ Everestไต่ฟ้าท้านรก ทั้งหมดนี้จะเป็นกุญแจหลักที่ช่วยพาคุณเข้าไปสู่ “ห้วงความคิด” ที่ถูกสร้างขึ้นบนยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก พร้อมค้นหาคำตอบและความหมายของชีวิต พร้อมพิสูจน์ความเชื่อของตัวเองบนยอดเขาที่ได้ชื่อว่า “อันตรายที่สุด” ในโลกได้แล้ววันนี้ ในระบบ IMAX 3D 

เช็ครอบและจองตั๋วได้เลยที่นี่
http://majorcineplex.com/movie/everest

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram