ห้ามพลาด! เจาะลึกรถสุดนรก-เครื่องจักรสังหารกลางทะเลทราย ใน MADMAX

ห้ามพลาด! เจาะลึกการออกแบบ รถสุดนรก-เครื่องจักรสังหาร
กลางทะเลทราย ใน Mad Max: Fury Road

 

 

รถ รถบรรทุก และมอเตอร์ไซค์เกือบ 150 คันที่ผลิตขึ้นด้วยมือเพื่อ “Mad Max: Fury Road” เป็นตัวละครที่แท้จริงในหนังเรื่องนี้ บางส่วนออกแบบโดยหัวหน้า “เกียร์เฮด” และนักวาดสตอรีบอร์ด ปีเตอร์ พาวด์ และทั้งหมดสร้างขึ้นโดยหัวหน้า “เรฟเฮด” คอลิน กิ๊บสัน ฝูงยานยนต์อันทรงพลังในหนังเรื่องนี้เป็นยานพาหนะที่ใช้งานได้จริงและสร้างขึ้นจากซากวัสดุ พวกมันไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพียงเพื่อให้สอดคล้องกับเหตุผลภายในเรื่องและบทบาทของแต่ละคันในฉากแอ็คชั่นเท่านั้น แต่ยังต้องทนทานต่อการขับขี่นานหลายเดือนในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ของนามิเบียด้วย “ในทางเทคนิคแล้ว สภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศในทะเลทรายก่อให้เกิดปัญหาเชิงลอจิสติกส์ (เครื่องยนต์ร้อนจัดระบบกันสะเทือนเสื่อมสภาพ ปั๊มสุญญากาศอุดตัน ฯลฯ) แต่อุปสรรคเหล่านั้นเองที่ช่วยเพิ่มความงามและเสริมแต่งสภาพของฉากแอ็คชั่นซึ่งมีฝุ่นฟุ้งกระจาย ทรายกระเด็น และรถที่ขนย้ายทางอากาศ”กิ๊บสันกล่าว

จากจินตนาการของปีเตอร์ พาวด์ รถวอร์ริกได้รับการสร้างขึ้นจากรถ Tatra ของเชคโกสโลวาเกียและรถ Chev Fleetmaster ดัดแปลงในรูปแบบรถบรรทุก 18 ล้อที่ขับเคลื่อนหกล้อ ด้วยกำลังขับของเครื่องยนต์ทวิน V8 ที่ลากน้ำหนักบรรทุกเป็นสองเท่าจากถังน้ำมันขนาดใหญ่และรถน้ำมันที่พ่วงมาด้วย รถเต่าโฟล์กสวาเกนและโครงส่วนหน้าของรถบรรทุกเชื่อมติดกับตัวรถเพื่อทำหน้าที่เป็นป้อมเคลื่อนที่ของพวกวอร์บอย ซึ่งติดตามรถวอร์ริกไปทั่วทะเลทรายในกองรถและมอเตอร์ไซค์คุ้มกันของซิตาเดลด้วยด้านในของวอร์ริกสะท้อนนิสัยช่างวางแผนและสัญชาตญาณของผู้ขับ ตั้งแต่ชั้นวางเครื่องมือต่างๆ และอาวุธลับไปจนถึงพวงมาลัยซึ่งใช้ลวดทำเป็นรูปหัวกระโหลกซึ่งนับเป็นการต่อต้านสัญลักษณ์ประจำตัวของอิมมอร์แทน

 

 

ตัววอร์ลอร์ดเองนั่งอยู่บนที่นั่งสูงหลังพวงมาลัยของรถกิกะฮอร์สอันโดดเด่น รถซึ่งเป็นภาพฝันเพ้อคลั่งของความสุดขีด ตัณหา และสัญชาตญาณดิบมิลเลอร์บรรยายถึงกิกะฮอร์สว่าเป็น “คาดิลแลคขั้นสุดขั้ว”ภัยคุกคามแบบคูณสองที่รับพลังอัดฉีดจากเชื้อเพลิง โดยเป็นการจับคู่รถ Cadillac Devilles ปี 1959 สองคันซึ่งถูกผ่าแยกออกจากกัน ถ่างให้กว้างออก และวางซ้อนกันขึ้นไปข้างบนให้ยื่นสูงขึ้นไปบนท้องฟ้าจากช่วงลำตัวที่มีใบมีดไปจนถึงครีบหางที่ชี้สูงสัตว์ป่าตัวนี้รับกำลังผ่านกระปุกเกียร์ปรับแต่งที่ผสมผสานเครื่องทวิน V16 เข้ากับล้อหลังคู่สูงสองเมตร “ติดอาวุธด้วยฉมวกของนักล่าปลาวาฬและเครื่องพ่นไฟของปีศาจ กิกะฮอร์สจึงน่าจะเป็นสิ่งแรกที่คุณได้ยินและสิ่งสุดท้ายที่คุณเห็นบนถนนโลกันตร์” กิ๊บสันยิ้ม

 

 

 

กฎขั้นต้นของมิลเลอร์ได้นำมาใช้กับเครื่องจักรสังหารเหล่านี้ด้วย “หลังโลกล่มสลายมาได้สี่สิบห้าปี ยานพาหนะซึ่งน่าจะเหลือรอดอยู่ได้มากที่สุดและมีโอกาสที่จะใช้งานได้ก็คือรถที่ไม่มีไมโครโพรเซสเซอร์ ชิพคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีที่ยุ่งยากอย่างที่มีอยู่ในรถทุกวันนี้” มิลเลอร์ตั้งข้อสังเกต “รถมัสเซิลคาร์และรถดัดแปลงรุ่นเก่ามีตัวถังที่แข็งแรงกว่า และไม่ได้เพรียวบางตามหลักแอโรไดนามิกเท่าทุกวันนี้ และการใช้ยานพาหนะจากยุค 80 ย้อนมาจนถึงยุค 40 ก็ทำให้พวกมันมีสไตล์ที่เฉพาะตัวด้วย”

ยานพาหนะที่มีมูลค่าสูงสุดบนเนินทรายแห่งนี้ก็คือรถวอร์ริกของฟูริโอซา มันเป็นที่เลื่องลือ น่าเกรงขาม และไม่อาจเจาะทำลายได้เช่นเดียวกับผู้ขับ “วอร์ริกเป็นจุดโดดเด่นในหนังเรื่องนี้ดังนั้นเราจึงใช้เวลาในการออกแบบมันอยู่นานทีเดียว” มิลเลอร์กล่าว “มันเปื้อนไปด้วยน้ำมันดินและยางมะตอยพวกเขาติดหนามและโครงกระดูกไว้บนนั้นเพื่อขับไล่ผู้คนออกไปและสร้างความหวาดกลัวให้ใครก็ตามที่คิดจะเข้ามาโจมตี มันจะต้องใช้งานได้ดีขณะเดียวกันก็ต้องน่าจดจำด้วย นอกเหนือจากตัวละครมนุษย์แล้ว วอร์ริกก็น่าจะเป็นตัวละครที่สำคัญที่สุดในหนังเรื่องนี้”  

รถศึกพลังซูเปอร์เทอร์โบและเร่งเครื่องด้วยไนตรัสของนักซ์สร้างขึ้นจากโครงเหล็กมันวาว ติดตั้งเครื่อง V8 พร้อมคอยล์ ล้อเอียง และท่อไอเสียที่แผ่เป็นรูปปีก เขาตกแต่งภายในรถด้วยของเล่นและวัตถุสารพัดอย่างที่เขาพบในช่วงชีวิตอันสั้นของเขา ตั้งแต่คันเกียร์ลูกตาไปจนถึงพวงมาลัยรูปหน้าตุ๊กตา

 

 

ที่ขั้วตรงกันข้ามกับรถของนักซ์ก็คือบิ๊กฟุต รถสุดโหดของริกตัส อีเรกตัส ที่รับบทโดยนาธาน โจนส์ “ริกตัสเป็นลูกชายคนโตของอิมมอร์แทน และต้องการยานพาหนะที่เหมาะกับเด็กในร่างผู้ใหญ่สูงเจ็ดฟุต” มิลเลอร์ให้ความเห็น “และแน่นอน มันต้องติดฉมวกและอาวุธอื่นๆ ไว้ด้วย”บิ๊กฟุตเป็นรถ Fargo รุ่นทศวรรษ 1940 ที่ได้รับการดัดแปลงใหม่ ตกแต่งด้วยฉมวกที่ด้านหลังพร้อมด้วยปืนกลสายพานภายในโครงเหล็กที่ใช้งานมาอย่างหนัก เครื่อง V8 ซูเปอร์ชาร์จที่ควบคุมด้วยเกียร์ออโต้เทอร์โบ 400 ช่วยขับเคลื่อนยาง Terra ที่ใหญ่อย่างเหลือเชื่อด้วยขนาด 66 นิ้วผ่านชุดลดรอบเกียร์แพลเน็ตทารีในเพลาที่ทนทานจากเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ที่เคยใช้งานทางการทหาร ด้วยระบบรองรับขนาดสี่ฟุตและความจุเครื่องยนต์เกือบ 600 ลูกบาศก์นิ้วกิ๊บสันกล่าวว่าบิ๊กฟุต “เป็นยานพาหนะเพียงคันเดียวซึ่งสามารถไต่เขาที่ถล่มลงมาได้”

 

 

จำนวนมหาศาลของยานพาหนะที่ตระเวนไปทั่วเวสต์แลนด์นั้นคงจะเทียบได้ก็แต่กับประสิทธิภาพและความหลากหลายของตัวรถเท่านั้นมอเตอร์ไซค์Yamaha ขับเคี่ยวอยู่เคียงข้างฝูง Caltrop ที่เสริมพลังเครื่องยนต์และติดอาวุธ เพื่อขนบริวารผู้คุ้มกันส่วนตัวของอิมมอร์แทนสำหรับการต่อสู้แบบออฟโร้ดก็มีรถวิบากทุกรูปแบบและทุกขนาด รวมถึงยานพาหนะอื่นๆ ของซิตาเดล ไม่ว่าจะเป็นรถพ่นไฟ รถบรรทุก Mack และรถบรรทุกรถยนต์ที่สามารถเข้าร่วมการต่อสู้ได้เมื่อจำเป็น รวมถึงมีรถอีกหลายคันที่มีรูปแบบและคุณสมบัติเฉพาะซึ่งความยากในงานสร้างเข้าไปอีก และใช้เวลานานในการออกแบบ

ในที่สุดหลังจากใช้เวลานับทศวรรษในการออกแบบ การสร้าง การปรับรายละเอียด และการตกแต่งขั้นสุดท้าย เครื่องจักรสงคราม 150 คันในหนังเรื่องนี้ก็ได้แล่นเข้าสู่สงครามบนท้องถนนของจริงเมื่อต้องผ่านการทดสอบขั้นสูงสุดบนผืนทรายของทะเลทรายนามิบ หลายคันต้องเผชิญกับพายุและไม่ใช่ทุกคันที่รอดมาได้ แต่ทุกคันก็ได้ทำหน้าที่ของมันอย่างสมศักดิ์ศรี “รถทุกคันได้ออกไปแล่นในฉากใหญ่ๆ หลายฉาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนต้น” มิลเลอร์กล่าว “แล้วจำนวนก็ค่อยๆ ลดลงไป มันช่วยไม่ได้ครับ เพราะนี่คือสงคราม”

 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram