เมื่อบิลล์ มารับบท'เพนนีไวส์' เค้าทำสิ่งนี้ จนผู้กำกับสะดุ้งโหยง!!

 

 

ทีมผู้สร้างรู้ว่านักแสดงที่จะมารับบทเป็นเพนนีไวส์ส่งผลสำคัญอย่างยิ่งต่อตัวหนังในทุกแง่มุม หลังจากค้นหาอย่างยาวนาน บิลล์ สการ์สการ์ด ก็ได้รับบทซึ่งเป็นที่ต้องการนี้ไป “สิ่งที่เราพบในตัวบิลล์” บาร์บารา มุสเชตติกล่าว “คือสัญชาตญาณของเขาสอดคล้องเป็นอย่างดีกับเพนนีไวส์ตามที่แอนดีนึกภาพไว้”

ผู้กำกับยืนยันว่า “ผมหลงใหลการแสดงของบิลล์มาตั้งแต่ตอนทดสอบบท และนับจากนั้นก็เหมือนการได้เจอสิ่งใหม่ในทุกๆ วัน เขาไม่เพียงนำความลึกลับน่าค้นหามาให้ตัวละคร แต่ยังกล้าที่จะสำรวจการออกท่าออกทางซึ่งดูผิดเพี้ยนของเพนนีไวส์ เขามีความบ้าคลั่งอยู่ในแววตาและท่าทางที่แสดงออกก็ชวนให้เสียวสันหลัง บทนี้ต้องใช้ร่างกายอย่างสมบุกสมบัน แต่ผมต้องยอมให้บิลล์เลยในเรื่องนี้ เขามีพลังเต็มที่อยู่ตลอดเวลา”


ที่จริงแล้วนักแสดงรายนี้ได้ถ่ายทอดสีหน้าแบบหนึ่งที่ทำให้ผู้กำกับต้องประหลาดใจ มุสเชตติเล่าว่า 

“ผมคิดมาแต่แรกว่าจะให้เพนนีไวส์ทำตาเหล่ ผมอยากให้เขามีภาพลักษณ์ที่ดูวิปริตโดยให้ตาข้างหนึ่งมองเฉออกไปข้างนอกซึ่งตรงกันข้ามกับการทำตาเหล่เข้า ผมเอ่ยกับบิลล์ว่ามันน่าจะเป็นคุณสมบัติหนึ่งของตัวละคร โดยคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่เราทำกันในขั้นตอนหลังการถ่ายทำ แต่เขาพูดว่า ‘อ้อ ผมทำอย่างนั้นได้นะ’ แล้วเขาก็ทำตาแบบนั้นออกมาเลย ทำเอาผมสะดุ้งโหยงเลยล่ะ! คุณจะได้เห็นในหนังครับ น่าสยองเลยล่ะ แต่สิ่งหนึ่งที่บิลล์ทำไม่ได้ก็คือการเปลี่ยนดวงตาสีฟ้าให้เป็นสีเหลือง ส่วนนั้นเราทำกันในขั้นตอนหลังการถ่ายทำครับ แต่การทำตาเหล่นั่นมาจากเขาทั้งหมดเลย”

เนื่องจากเพนนีไวส์กินเด็กเป็นอาหาร มุสเชตติจึงวาดภาพตัวละครนี้ว่าน่าจะมีใบหน้าคล้ายเด็ก โดยมีดวงตาโต จมูกแหลม ผมเส้นเล็กละเอียด และแก้มแดง “ผมมองว่าการให้เขามีหน้าตาคล้ายเด็กจะยิ่งทำให้เขาน่ากลัวมากขึ้น เพราะจะได้ให้ภาพตัดกันระหว่างคนที่ดูอ่อนโยนไร้เดียงสา แต่ขณะเดียวกันกลับทำสิ่งที่น่าสะพรึงกลัว”

นอกจากรูปร่างหน้าตา สการ์สการ์ดยังตั้งใจสร้างเสียงอันเป็นเอกลักษณ์และเสียงหัวเราะพ้อคลั่งของเพนนีไวส์ด้วย ในเรื่องเสียงนั้น สุดท้ายเขาเลือกใช้เสียงที่เขาบรรยายว่า “ฟังดูแหลมสูงและแตกพร่า”  เมื่อสการ์สการ์ดแต่งองค์ทรงเครื่องเพื่อสวมบทบาทเป็นตัวละครในตำนานเรียบร้อยแล้ว

ทีมผู้สร้างก็ตั้งใจกันเพนนีไวส์ให้อยู่ห่างจากนักแสดงทั้งเจ็ดคนที่เล่นเป็นเด็กในกลุ่มขี้แพ้โดยเฉพาะในตอนแรก ทั้งนี้เพื่อเก็บปฏิกริยาตอบสนองครั้งแรกเอาไว้ แคตเซนเบิร์กกล่าวว่า “เรากันไม่ให้เด็กๆ เห็นเพนนีไวส์จนกระทั่งเด็กได้มาร่วมฉากกับเขาจริงๆ ผมคิดว่ามันช่วยเพิ่มมิติเข้าไปในกระบวนการทำงานเพราะเด็กๆ ค่อยๆ เรียนรู้ว่าเพนนีไวส์เป็นใครและรู้สึกกลัวเขาขึ้นมาจริงๆ”

 


 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram