เมื่อ เบน แอฟเฟล็ก เป็น แบทแมน การเข้าถึงความเป็นจริง คือสิ่งสำคัญที่สุด

เมื่อ เบน แอฟเฟล็ก เป็น แบทแมน
การเข้าถึงความเป็นจริง คือสิ่งสำคัญที่สุด 

 

 

เพื่อนำแบทแมนเข้ามาในเรื่องนี้ได้อย่างกลมกลืน เราจึงได้รู้ประสบการณ์ของบรูซ เวย์นระหว่างเหตุการณ์แบล็ค ซีโร่ในเมโทรโพลิส และการที่เขาเริ่มเปิดฉากรุกเพื่อทำลายคนซึ่งเขามองว่าเป็นศัตรู เหตุการณ์ที่พลิกผันอย่างไม่คาดฝันนี้ รวมถึงมุมมองของตัวละครบรูซ เวย์นและแบทแมนเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงเบน แอฟเฟล็กให้เข้ามารับบท

“ตอนเด็กๆ ผมเป็นแฟนของตัวละครนี้ครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอน Dark Knight ของแฟรงค์ มิลเลอร์” แอฟเฟล็กกล่าว “ถึงแม้ว่าหนังของเราไม่ได้เล่าเรื่องเดียวกัน แต่สิ่งที่ผมสนใจในการรับบทเป็นแบทแมนเวอร์ชันนี้คือ ในแง่หนึ่งเขายังคงมีภาพของแบทแมนที่เรารู้จักกันดี แต่เขากลายเป็นนักสู้ที่เริ่มแก่ตัวลงและเบื่อโลกจนแทบหมดความอดทนแล้ว จุดนี้เองที่สะดุดใจผม การกระทำของแบทแมนทำให้บรูซ เวย์น เกิดความโกรธแค้นที่แทบจะไร้เหตุผล และความโกรธเกลียดรุนแรงนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นของตัวละครที่น่าสนใจมากครับ”

“ไม่ใช่ความลับครับเรื่องที่ว่า The Dark Knight Returnsของมิลเลอร์เป็นคอมิกที่ผมชอบและมีเนื้อหาซึ่งผมถือว่าเป็นการปะทะเชิงปรัชญาความคิดที่เจ๋งที่สุดระหว่างแบทแมนกับซูเปอร์แมน” สไนเดอร์กล่าว “เบนกับผมคุยกันยาวเรื่องการใช้ตัวละครของมิลเลอร์เป็นกรอบเบื้องต้นในแง่ที่ว่าแบทแมนในเรื่องนี้ผ่านประสบการณ์มามาก เขาทำแบบนี้มา 20 ปีแล้ว และสูญเสียเพื่อนฝูงไปมากมายตลอดเวลาที่ผ่านมาและกลายเป็นคนรักสันโดษ ดังนั้นในหนังของเรา บรูซจึงเหลือสิ่งสำคัญอยู่แค่อัลเฟรดกับการเป็นแบทแมน เขาเริ่มคิดเหมือนเราทุกคนว่าเขาได้ทิ้งมรดกอะไรเอาไว้บ้าง เขาถึงขั้นพูดกับอัลเฟรดว่าแทนที่จะถอนวัชพืช ด้วยการกระชากเอาอาชญากรรายหนึ่งออกมาเพื่อให้อีกรายเติบโตขึ้นมาแทนที่ จะไม่ดีกว่าหรือถ้าเขาจัดการกับปัญหาระดับโลกอย่างซูเปอร์แมน”

แอฟเฟล็กเสริมว่า “พอผมรู้ว่าแซ็คต้องการนำความเป็นจริงในชีวิตที่คนเข้าถึงได้ใส่ลงไปในหนังเรื่องนี้ ผมก็อยากร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวแบบนี้ และอยากเป็นส่วนหนึ่งในหนังจากค่าย DC ที่นำเอาฮีโร่เหล่านี้มารวมตัวกัน”

แม้รับบทเป็นตัวละครที่จมอยู่กับความโกรธ แต่แอฟเฟล็กกลับเพลินไปกับอารมณ์สนุกสนานในตัวผู้กำกับ “แซ็คเป็นคนมองโลกในแง่ดีและอารมณ์ดีซึ่งเป็นเรื่องดีสำหรับคนรอบตัว” เขากล่าว “เขารู้เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยในหนังสือคอมิกอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่ก็เปิดรับแนวคิดและความคิดเห็นต่างๆ การได้เห็นได้เห็นทุกอย่างเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมานับเป็นประสบการณ์พิเศษสำหรับผมเลยล่ะครับ”

 

 

“เบนมีความสามารถดีเยี่ยมในการปรับตัวเข้ากับโลกของบรูซ เวย์นและโลกของแบทแมน โดยยังรักษาบุคลิกสองส่วนให้แยกจากกัน แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้เส้นแบ่งจางลงเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะกับเรื่องราวของเรา” สไนเดอร์กล่าว

แต่การจับเอามนุษย์ธรรมดาอย่างแบทแมนมาประจันหน้ากับซูเปอร์แมนในช่วงท็อปฟอร์มจะส่งผลอย่างไร ถึงแม้มีอาวุธยุทโธปกรณ์และยุทธวิธีการต่อสู้ที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แต่แบทแมนจะเอาชนะบุคคลผู้ไร้เทียมทานได้หรือ เขาจะต้องสูญเสียมากแค่ไหนจากความอหังการครั้งนี้

โชคร้ายสำหรับซูเปอร์แมนที่เขาไม่ได้แข็งแกร่งไร้เทียมทานอย่างที่ตัวเองคิด ซูเปอร์แมนไม่เคยเล็งเห็นภัยคุกคามจนกระทั่งมันมาเยือนถึงหน้าประตูบ้าน และเมื่อเกิดเหตุขึ้น เขาก็มองว่าแบทแมนเป็นแค่สิ่งน่ารำคาญเล็กน้อยเท่านั้น “ในการต่อสู้ที่ทุ่มสุดตัวและเอาเป็นเอาตาย ใครจะชนะ แน่นอนว่าต้องเป็นซูเปอร์แมน” เฮนรี คาวิลล์กล่าว “แต่นั่นไม่ใช่ซูเปอร์แมน เขาไม่เห็นด้วยกับแนวคิดเรื่องความยุติธรรมของแบทแมนเลยแม้แต่น้อย  เขาต้องการแก้ไขปัญหาแบบขาวสะอาดที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่ลดตัวลงไปอยู่ระดับเดียวกับแบทแมน ดังนั้นแบทแมนจึงได้เปรียบขึ้นมาทันที”

 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram