ละเอียดยิบ! ฉากแอ็คชั่นFast7 ที่เห็นกัน เบื้องหลังมันเป็นแบบนี้

ละเอียดยิบ! ฉากแอ็คชั่น Fast & Furious 7
ที่เห็นกัน เบื้องหลังมันเป็นแบบนี้

 

 

                ตั้งแต่การเผชิญหน้ากันครั้งสำคัญระหว่างดอมและฮ็อบส์ใน Fast Five การต่อสู้มือเปล่าก็กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในแต่ละภาค ด้วยการจับคู่ต่อสู้ที่น่าจดจำหลายครั้ง รวมถึงการที่ฮันและโรมันเผชิญหน้ากับจาห์ ที่รับบทโดยโจ ทัสลิม นักต่อสู้ศิลปะการต่อสู้ชาวอินโดนีเซียและการตะลุมบอนในเครื่องบินขนส่งสินค้าของแอนโทนอฟ แต่คู่ต่อสู้ที่โดดเด่นที่สุดคงจะเป็นการสู้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายระหว่างเล็ตตี้และไรลีย์ ที่รับบทโดย จีนา คาราโน นักสู้ศิลปะการต่อสู้ผสมที่ผันตัวมาเป็นนักแสดง ทั้งคู่ต่อสู้กันอย่างดุเดือด จนมันกลายเป็นจุดเปลี่ยนเกมสำหรับแฟรนไชส์นี้และยิ่งเพิ่มความคาดหวังที่แฟนๆ มีต่อเรื่องราวที่พวกเขาจะได้ดูต่อไปอีกด้วย

                สำหรับ Fast & Furious 7 ทีมผู้สร้างได้เลือกหัวหน้าผู้ประสานงานฝ่ายสตันท์มากประสบการณ์ โจเอล เครเมอร์ (The Conjuring, Terminator Genisys) และผู้ออกแบบการต่อสู้ เจฟฟ์ อิมาดา (The Twilight Saga: Breaking Dawn—Part 2, Iron Man 2) ในการออกแบบและสร้างฉากแอ็กชันหลายฉาก ซึ่งรวมถึงซีเควนซ์ต่อสู้ที่น่าอัศจรรย์หกซีเควนซ์ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ร่วมกับทีมนักแสดง และนักแสดงหน้าใหม่ของแฟรนไชส์และนักสู้กร้านสังเวียน สเตแธม, จาและเราซีย์

                 ซีเควนซ์ดุเดือดในช่วงเริ่มต้นเรื่องเป็นฉากของฮ็อบส์และชอว์ ชายสองคนที่ผ่านการฝึกทางทหารมาก่อนและอัดแน่นไปด้วยประสบการณ์และความมั่นใจ ในการนำทั้งคู่มาประลองกำลังกันอย่างดุเดือด เทคนิคและความรุนแรงทางจิตใจเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการเตรียมผู้ชมให้พร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น

                จอห์นสันและสเตแธม นักกีฬาผู้มีทักษะน่าประทับใจ ได้เผชิญหน้ากับในการต่อสู้สุดดุเดือด ที่แสดงให้เห็นถึงความคล่องตัวตามธรรมชาติและทักษะการต่อสู้ที่สูสีและผ่านการขัดเกลามาอย่างดีของพวกเขา นักแสดงทั้งสองทำงานอย่างใกล้ชิดกับอิมาดาเพื่อทำให้แน่ใจว่าฉากนั้นจะมีความออริจินอลและแปลกใหม่ จอห์นสันทุ่มเทสุดตัวเมื่อได้ร่วมงานกับสเตแธม ที่นิยมความเพอร์เฟ็กต์เหมือนกัน เขากล่าวว่า “สำหรับฉากแอ็กชันต่อสู้ เจสันได้นำความสมจริงมาสู่แฟรนไชส์นี้ เขาเป็นคนที่ค่อนข้างแข็งแกร่ง เป็นคนจริง เขาเป็นคนที่อยากทำให้ทุกฉากดูเหลือเชื่อ และผมก็แฮปปี้กับซีเควนซ์แอ็กชันที่พวกเราสามารถสร้างขึ้นมาได้ มันเป็นการผสมผสานที่ลงตัวของการที่เจสันแสดงให้เห็นเทคนิคศิลปะการต่อสู้ที่เขาชำนาญ และการที่ฮ็อบส์ ตัวละครของผม ต่อสู้แบบฮาร์ดคอร์ ตรงไปตรงมา ตั้งแต่วันแรก เราก็สื่อสารกันแบบทางลัดและเสนอไอเดียกลับไปกลับมากันครับ มันช่วยยกระดับแอ็กชันให้ดียิ่งขึ้น”

 

 

                ซีเควนซ์ที่ท้าทายที่สุดสำหรับพวกเขาอยู่ภายในพื้นที่จำกัดของรถบัส ที่เร่งความเร็วจนหยุดไม่อยู่ในเหตุการณ์ “คว้าและฉวย” มันเป็นเรื่องท้าทายเป็นพิเศษสำหรับจา ผู้ซึ่งการวิ่ง กระโดดและม้วนตัวเป็นส่วนสำคัญในสไตล์ของเขา กุญแจสำคัญในแนวทางของอิมาดาคือการเน้นความชำนาญของนักแสดงในการออกแบบ “เป้าหมายของผมคือการใช้พื้นที่แคบๆ ที่จำกัด และทำให้ผู้ชมได้รู้สึกถึงแอ็กชันยอดเยี่ยม ที่โทนีจะโชว์ท่าไม้ตายของเขาได้” ผู้ออกแบบการต่อสู้บอก “เป็นเรื่องดีที่เราได้ใช้เทคนิคดั้งเดิม แต่เราก็ใช้มันแบบหลวมๆ และเพิ่มการอิมโพรไวส์เข้าไป ตามความจำเป็นในฉากนั้นๆ ตัวละครแต่ละตัวใช้ทักษะการต่อสู้ผสมผสานกับไหวพริบของตัวเอง โดยใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมรอบด้าน มันเป็นการต่อสู้ที่เจ๋งมากๆ ครับ”

                อีกครั้งหนึ่งที่เล็ตตี้ใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ข้างถนนของเธอเมื่อเธอเผชิญหน้ากับหน่วยรักษาความปลอดภัยผู้หญิงสี่คน ที่นำทีมโดยคารา ที่งานเลี้ยงของมหาเศรษฐี ที่ดอมและลูกทีมไปก่อความวุ่นวาย สำหรับซีเควนซ์นี้ โรดริเกซได้สวมชุดราตรีสีแดงตัดใหม่ ที่ออกแบบโดยผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย เฮย์ส ที่ทำให้เธอมีเสน่ห์เย้ายวนและความคล่องตัว

                ในส่วนของเธอ เราซีย์ แชมเปียนยูเอฟซี ได้สวมชุดราตรีแอร์เว เลเชรัดรูป ซึ่งถูกดัดแปลงเพื่อให้นักสู้สาวเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัว นอกจากนั้น สิ่งที่ทำให้การต่อสู้ครั้งนี้แตกต่างจากครั้งอื่นๆ ในภาพยนตร์เรื่องนี้คือนักแสดงหญิงทั้งคู่สวมส้นสูงตลอดการต่อสู้ ซึ่งเริ่มต้นในห้องนอนของเพนท์เฮาส์ก่อนที่จะมาลงเอยในงานเลี้ยง เช่นเดียวกับการต่อสู้ทุกครั้ง อิมาดาได้ออกแบบการต่อสู้ที่ฉับไว ซึ่งเต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวอย่างไม่หยุดนิ่งจากคู่ต่อสู้ทั้งสอง เช่นเดิมกับที่เคยทำมาสำหรับฉากแอ็กชันของเรื่อง โรดริเกซได้กระโจนเข้าใส่การฝึกฝนร่างกายและการต่อสู้อย่างกระตือรือร้น บางครั้ง เธอฝึกวันละสองครั้งด้วยซ้ำไป เครเมอร์และอิมาดาปลาบปลื้มกับความกระตือรือร้นของเธอและสอนให้เธอรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของคอนเซ็ปต์และหลักการของสิ่งที่เธอจะต้องเจอ โรดริเกซชำนาญในเรื่องการตอบสนองและตอบโต้สิ่งที่มาปะทะเล็ตตี้ในตอนที่เธอเผชิญหน้ากับนักสู้ที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดี

 

 

                ผู้ที่ร่วมแสดงฉากแอ็กชันต่อสู้เป็นครั้งแรกคือบริดเจส ผู้ยินดีกับการได้เห็นเทจออกแรงมากขึ้นทั้งในและนอกรถ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริดเจสเป็นผู้ที่หลงใหลในเทคนิคศิลปะการต่อสู้ที่เรียกว่า 52 บล็อค (หรือเจลเฮาส์ ร็อค) เขารู้สึกผ่อนคลายเมื่อเขาและสตันท์แมนผู้คร่ำหวอดในวงการ แมทท์ เลียวนาร์ด ได้ซ้อมการต่อสู้ของพวกเขา พวกเขาร่วมมือกับอิมาดาในการผสมผสานองค์ประกอบต่างๆ ของสไตล์ดังกล่าว ที่มีรากฐานจากท้องถนน เข้าไปในฉากนั้นด้วย บริดเจสกล่าวว่า “ศิลปะการต่อสู้แขนงนี้มีประวัติที่ยอดเยี่ยมและหลายคนก็ไม่รู้จักว่ามันคืออะไร มันเร็วมากๆ และมีการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องโดยใช้เข่า ศอกและหัวน่ะครับ”

                สุดท้ายคือการเผชิญหน้ากันในองก์ที่สามระหว่างดอมและชอว์ ซึ่งมีความตั้งใจทำให้เป็นแบบการต่อสู้ข้างถนนในแอลเอ มันเป็นความท้าทายที่ดอมยื่นให้กับชอว์ ผู้ยินดีตอบรับด้วยการวางปืนลง และเข้าห้ำหั่นกับชายผู้เป็นตัวการทำให้น้องชายเขาต้องตาย การต่อสู้เพิ่มระดับจากศูนย์ไปสู่ความมันส์เต็มรูปแบบภายในเวลาไม่กี่วินาทีในตอนที่ดอม ผู้เต็มไปด้วยอารมณ์คุกรุ่นจากความต้องการจะคุ้มครองครอบครัวของเขา ตรงเข้าสู้กับชอว์ มือสังหารเลือดเย็นที่ล้างแค้นให้กับครอบครัวของเขา สเตแธมบอกว่า “Fast & Furious 7 เต็มไปด้วยฮอร์โมนเทสโทสเตโรน และวิธีการแสดงมันออกมาได้ดีที่สุดคือการปล่อยหมัดลุ่นๆ นั่นเป็นวิธีที่ผู้ชมอยากจะเห็น และนั่นก็เป็นวิธีแบบที่ชอว์และทอร์เร็ตโต้อยากจะทำครับ”

                ดีเซล ผู้ให้ความสำคัญกับการรักษาระดับความฟิตของร่างกายอยู่เสมอ ยกระดับการฝึกฝนของตัวเองมากขึ้นไปอีก โดยเขามักจะออกกำลังกับจาในช่วงพักเพื่อทำให้แน่ใจว่าซีเควนซ์นั้นจะออกมาดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เครเมอร์เล่าว่า “วินเป็นคนแกร่งและแสดงฉากต่อสู้ทั้งหมดด้วยตัวเอง เขาเป็นคนที่มีระเบียบมากๆ ในตอนที่วิเคราะห์แต่ละฉากเป็นส่วนๆ เขาจะหาคำตอบเรื่องตัวละคร ว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้ และเราก็จะอธิบายท่าต่อสู้ให้เขาฟัง เพื่อที่เขาจะได้เข้าใจว่าทำไมเขาถึงทำอย่างนั้น เขาเรียนรู้ได้เร็วมาก แล้วเราก็ฝึกกันก่อนจะแสดงซีเควนซ์นั้นๆ การทำงานกับเขาเป็นเรื่องยอดเยี่ยมครับ”

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram