ย้อนอ่านสิ่งที่ Maze runner 2 ทิ้งไว้ให้คิด ก่อนวิ่งไปสู่ภาคจบปีหน้า

เจาะลึกสิ่งที่ Maze runner 2 ทิ้งไว้ให้คิด
ก่อนวิ่งไปสู่ภาคจบปีหน้า

 

 

Maze Runner  ถือเป็นอีกภาพยนตร์ที่สร้างจากนวนิยายที่แอบแฝงประเด็นเกี่ยวกับชีวิตวัยรุ่นได้อย่างแยบยล ซึ่งถ้าหากคนดูไม่ตั้งข้อสังเกตหรือวิเคราะห์อย่างเจาะจงก็อาจจะมองเห็นแค่ความมันส์แบบผิวเผินที่ฉาบหน้าหนังอยู่  หนังมี 5 ประเด็นหลักที่วางไว้ตามจุดต่างๆของเรื่อง ซึ่งปีหน้าภาคจบของหนังเรื่องนี้กำลังจะเดินทางมาถึง เราเลยขอนำประเด็นที่น่าสนใจ ใน Maze Runner: The Scorch Trials  หนังภาคสองที่ทิ้งข้อคิดไว้ มาลองให้หลายคนที่ได้ดูหนังแล้ว ลองคิดตามกัน

 

1.อย่าคิด อย่าสงสัยและจงทำตาม

 ในตอนต้นเรื่อง พวกโทมัสและชาวทุ่ง ถูกจับมาอยู่ในสถานกักกันโดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่าสถานที่แห่งนั้นเป็นอีกหนึ่งด่านทดลองของวิกเค็ต ซึ่งกฎของสถานที่แห่งนี้คือการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้คุมอย่างเคร่งครัด การทำตามกฎระเบียบ กินพร้อมกัน กลับเข้านอนพร้อมกัน ซึ่งพวกเขาคิดว่าสถานที่แห่งนี้สุขสบายโดยไม่ได้ตั้งข้อสงสัยใดๆเลย จนกระทั่งโทมัสพบความผิดปกติและเป็นผู้เริ่มตั้งคำถามกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น นำไปสู่การผจญสมรภูมิมอดไหม้อันทรหด  ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เราจะได้เห็นการ "อย่าคิด อย่าสงสัย และจงทำตาม" ในหลายช่วงชีวิตของวัยรุ่น เช่นในห้องเรียน หรือสังคมที่มีการวางแบบแผนให้ทำตามๆกันมา หากใครออกนอกลู่นอกทางหรือมีข้อสงสัย อาจจะถูกมองว่าเป็นพวกหัวแข็ง หัวต่อต้าน รวมถึงอาจจะถูกหมายหัวไว้ด้วย

2.ใช้ชีวิตของตัวเองไป...อย่าหาเรื่องใส่ตัว

ในสถานที่กักกันแม้จะเป็นอยู่โดยมีกฎระเบียบแต่ที่นั่นมีความเพียบพร้อมทั้งความปลอดภัย อาหารและยารักษาโรค [ใครจะไปรู้ว่ามันเป็นแค่ฉากหน้าเท่านั้น ] การที่โทมัสนำพรรคพวกหนีออกจากสถานที่กักกันตะลุยสู่สมรภูมิมอดไหม้ โดยไม่มีแผน ทำให้เพื่อนร่วมกลุ่มกลับมองว่าที่ที่พวกเขาอยู่ก็ดีพร้อมอยู่แล้วจะหาเรื่องใส่ตัวให้เดือดร้อนทำไม...ประเด็นนี้หากเปรียบเทียบกันในโลกของความเป็นจริงจะมีคนแบบนี้อยู่ที่พบเห็นคนทำผิดแต่ก็มองว่าไม่ใช่เรื่องของเรา ใช้ชีวิตของตัวเองไปดีที่สุด อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลย จากการเมินเฉยทำให้ปัญหาถูกมองข้ามและไม่ถูกแก้ไข จนสุดท้ายปัญหานั้นก็ย้อนกลับมาและใหญ่กว่าเดิม แล้วต้องมาพูดกันว่า แล้วทำไมไม่แก้ตั้งแต่ทีแรกล่ะ ??

 

 

3.ความลุ่มหลง มายาและสิ่งมอมเมา

Maze Runner: The Scorch Trials  มีประเด็นเกี่ยวกับสิ่งมอมเมาที่บังตาอยู่ นั่นคือฉากปาร์ตี้ใต้ดิน ซึ่งมันเป็นตัวสะท้อนว่า เราจะตกอยู่ภายใต้อารมณ์แห่งมายานั้นหรือไม่? หรือจะเอาชนะมันได้ด้วยความมีสติ ซึ่งโทมัสเป็นตัวละครที่ต้องเข้าไปเป็นตัวทดสอบของด่านแห่งความลุ่มหลงนี้ โดยถ้าเปรียบกับชีวิตจริงของวัยรุ่น ประเด็นนี้ไม่มีอะไรซับซ้อนอยู่แล้วเพราะมันเป็นของคู่กัน เพราะกว่าจะก้าวข้ามผ่านวัยรุ่นไปสู่ความเป็นผู้ใหญ่มักจะมีสิ่งล่อตาล่อใจเยอะ ทั้งผับ ปาร์ตี้ ติดเพื่อน จนทำให้บางคนเสียการเรียน เสียอนาคตไปเลยทีเดียวเพราความสนุกเพียงชั่วครู่ชั่วยาม แต่หากมีสติคิดได้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ เราก็สามารถรอดพ้นไปสู่ด่านทดสอบต่อไปได้ และมีภูมิคุ้มกันเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

4.ภาคต่อของคอมฟอร์ทโซน เมื่อวัยรุ่นต้องตัดสินใจ

ในภาค 1 ได้มีการพูดถึงประเด็นของคอมฟอร์ทโซน หรือที่ที่เราอยู่แล้วปลอดภัย อุ่นใจได้ โดยในวงกตมฤตยู มีสมาชิกชาวทุ่งที่มองว่า อยู่ในทุ่งก็ดีอยู่แล้วทำไมจะต้องไปเสี่ยงอันตรายกับพวกโศกาในเขาวงกตอีก?? ซึ่งประเด็นนี้ถูกเล่าต่อในภาคนี้เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ คือ อยู่ข้างในที่กักกันก็ดีอยู่แล้ว ทำไมจะต้องฝ่าสมรภูมิมอดไหม้ออกไปให้เจอกับพวกแคร้งซอมบี้อีกล่ะ ? ประเด็นนี้มีความน่าสนใจอยู่ที่การตัดสินใจเลือกของตัวละครที่เด็ดเดี่ยวและรู้ทันทีว่า สถานที่กักกันไม่ใช่ด่านสุดท้ายและไม่ใช่ที่อยู่ของพวกเขาตลอดไป การเริ่มคิดถึงทางเดินต่อไปข้างหน้า และการยอมเสี่ยงเพื่อไปเจอสิ่งใหม่ ยังดีกว่าจมอยู่ในสถานที่ซึ่งเราก็รู้ว่ามันไม่เหมาะกับเรา มันไม่ใช่เรา...ก็เหมือนความเสี่ยงในชีวิตวัยรุ่นในการหางานทำหรือเลือกสังคม พอได้งานหรือได้ที่เรียนที่โอเคแล้ว แต่พออยู่ไปเรื่อยๆกลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่ คุณคิดว่าจะทนอยู่ต่อไปเพราะความมั่นคงสุขสบาย หรือจะยอมไปเสี่ยงข้างหน้าเผื่อว่าจะมีอะไรที่ดีกว่านี้

5.จดจำช่วงเวลาแห่งมิตรภาพ...ผมยืนอยู่ข้างเพื่อน!!

สมรภูมิมอดไหม้ มีประเด็นเกี่ยวกับมิตรภาพที่หนักแน่นมากคือเปิดเรื่องด้วยการเพื่อนไปไหน เราไปที่นั่น ร่วมทุกข์ร่วมสุขไปด้วย โดยฉากที่มินโฮ นิวท์และคนอื่นๆ ยอมตามโทมัสออกมาผจญกับสมรภูมิมอดไหม้ทั้งๆที่ไม่มีแผนการจะไปต่อ..นั่นย่อมพิสูจน์ถึงใจเพื่อนที่เชื่อมันในตัวเขา และพร้อมจะเสี่ยงไปด้วยกันทุกหนทุกแห่ง ในเรื่องเราจะเห็นว่าตัวละคร เวลาพลัดพรากจากกันจะต้องถามหากันตลอดเวลาว่าคนไหนเป็นยังไงบ้าง? อยู่ที่ไหน หรือการจะยอมเสี่ยงเพื่อเข้าไปช่วยเพื่อน สิ่งเหล่านี้ยิ่งตอกย้ำประเด็นของมิตรภาพที่หนักแน่นของหนัง โดยประโยคเด็ดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคงหนีไม่พ้นคำถามที่ ตัวเอกของเรื่องถูกถามว่า "เธอจะอยู่ข้างไหน" และคำตอบที่ได้ก็คือ ผมจะยืนอยู่ข้างเพื่อน...นั่นเป็นคำตอบที่ประทับใจคนดูและทำให้เราหวนมาคิดถึงเพื่อนของตัวเราเองและอยากรักษามิตรภาพไว้ให้นานที่สุดเหมือนกัน

 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram