ก่อนจะเป็น Geostorm! เผยแนวคิดการสร้างหนังภัยพิบัติถล่มโลกสมัยใหม่

 

ก่อนจะเป็น Geostorm! เผยแนวคิดการสร้างหนังภัยพิบัติถล่มโลก

ข้อมูลงานสร้างภาพยนตร์ Geostorm

บางสิ่งก็ไม่ควรถูกควบคุม

 

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าสภาพอากาศที่รุนแรงและภัยพิบัติทางธรรมชาติกลายเป็นเพียงอดีต ถ้านักวิทยาศาสตร์สามารถคิดค้นวิธีการแก้ปัญหา และผู้นำโลกต่างมารวมตัวกันเพื่อสร้างสันติสุขอย่างแท้จริงขึ้นมาบนโลกใบนี้ มันจะได้ผลหรือไม่ หรือถ้าจะให้พูดชัดขึ้นไปอีกก็คือ มันจะคงอยู่ได้นานแค่ไหน ทุกคนที่เกี่ยวข้องจะฝืนความอยากที่จะเข้ายึดครองอำนาจได้จริงหรือ และจะเกิดอะไรขึ้นเมื่ออำนาจสูงสุดตกอยู่ในมือของคนชั่วและถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นอาวุธสุดยอดที่สร้างนรกขึ้นมาบนพื้นโลก

 

การเดินทางสุดระทึกที่จะทำให้คุณนั่งไม่ติดเก้าอี้ ด้วยเหตุลึกลับที่เต็มไปด้วยการสมคบคิดและความมันหลุดโลกในสเกลสุดอลังการ “Geostorm” มีทุกอย่างตั้งแต่ไฟบรรลัยกัลป์จากใต้ดินไปจนถึงพายุน้ำแข็งที่ปกคลุมทะเลทรายและทุกสิ่งที่อยู่ระหว่างนั้น

 

 

ในหนังเรื่องนี้ ผู้เขียนบท/ผู้อำนวยการสร้าง/ผู้กำกับ ดีน เดฟลิน ได้จินตนาการถึงโลกที่ความร่วมมือทางการเมืองระดับโลกและเครือข่ายดาวเทียมขนาดใหญ่ที่ช่วยควบคุมสภาพอากาศและถูกติดตั้งไว้ในอวกาศนั้นได้ทำให้ภัยพิบัติทางธรรมชาติกลายเป็นเพียงอดีต จนกระทั่งบางสิ่ง หรือบางคน สร้างความผิดพลาดขึ้น ซึ่งช่วยยืนยันว่าบางสิ่งก็ไม่ควรอยู่ภายใต้การควบคุมของมนุษย์

 

ด้วยเหตุนี้รัฐบาลสหรัฐต้องหันไปพึ่งชายผู้คิดค้น “เครือข่ายความปลอดภัย” ที่ล้อมรอบโลกอยู่ เพื่อแก้ปัญหาก่อนความล้มเหลวของระบบจะส่งผลสาหัสไปกว่านี้ จอมขบถผู้ไม่สนใจกฏเกณฑ์รายนี้เคยถูกสั่งห้ามไม่ให้มีส่วนร่วมกับโครงการอีก แต่คราวนี้เขากลับมาช่วยกู้โลกและกู้ชื่อเสียงของตนโดยไม่สนใจว่าจะได้รับการยกย่องเป็นวีรบุรุษหรือไม่...แต่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตนอาจต้องกลายมาเป็นแพะรับบาป

 

 

เดฟลินเผยว่าแนวคิดของเรื่องมาจากตอนที่ลูกสาววัยหกขวบขอให้เขาอธิบายเรื่องการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ “ลูกถามผมง่ายๆ เลยว่า ‘ทำไมเราไม่สร้างเครื่องจักรเพื่อแก้ไขมันล่ะคะ’ คำถามนี้จุดประกายความคิดให้ผมว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราสร้างเครื่องจักรแบบนั้นขึ้นมา และจะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีสิ่งผิดพลาด ก็เลยกลายเป็นเรื่องราวประเภท ‘จะเกิดอะไรขึ้น’ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเรารอนานเกินไปกว่าจะจัดการกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างสุดขั้ว แล้วถ้าเราไม่จัดการล่ะ จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราสร้างเครื่องจักรสุดเจ๋งเพื่อควบคุมสภาพอากาศทั่วโลก แล้วเราจะทำอย่างไรถ้าเกิดมันทำงานผิดปกติขึ้นมา”

 

เรื่องราวในหนังเริ่มต้นขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปแล้วสองปีนับตั้งแต่เครือข่ายดาวเทียมอันซับซ้อนที่เชื่อมโยงถึงกันซึ่งมีชื่อว่าดัตช์บอยเริ่มต้นทำงาน ช่วงสองปีนั้นมีแต่ความสงบสุข จนกระทั่งบัดนี้การทำงานผิดพลาดที่อธิบายไม่ได้ในระบบอันซับซ้อนอย่างยิ่งกำลังสร้างสภาพอากาศที่อันตรายอย่างที่มนุษยชาติไม่เคยพบเห็นมาก่อน แทนที่จะช่วยป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำแข็งและหิมะในทะเลทรายของอัฟกานิสถาน ควันไฟคุกรุ่นใต้ถนนหนทางในฮ่องกง หรือพายุไซโคลนในอินเดีย

 

 

ดัตช์บอยไร้การควบคุม และได้สร้างความพินาศให้เกิดขึ้นทั่วโลก

 

“ดีนมีมุมมองที่ได้จากการทำงานในหนังสเกลใหญ่อย่าง ‘Independence Day’ ดังนั้นเมื่อเขามาศึกษาประเด็นเรื่องโลกร้อน เขาจึงนำเอาแนวทางคลาสสิกของหนังประเภทนี้มาดัดแปลงด้วยการให้ฉากหลังเป็นเหตุการณ์เขย่าขวัญทางการเมืองแล้วเสริมด้วยภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติ” ผู้อำนวยการสร้างเดวิด เอลลิสันกล่าว “พูดได้อีกอย่างหนึ่งว่าในเรื่องนี้ วิทยาศาสตร์ถูกต้อง แต่คนควบคุมมันต่างหากที่เป็นตัวปัญหา”

 

ผู้อำนวยการสร้าง ดานา โกลด์เบิร์ก เสริมว่า “ที่ Skydance เราชอบทำหนังไซไฟ แอ็คชันผจญภัย และแฟนตาซี นี่เป็นงานถนัดของเราค่ะ หนังที่สร้างโลกขึ้นมา ‘Geostorm’ เป็นเรื่องราวที่อาจนำไปสู่จุดจบของโลก เต็มไปด้วยความตื่นเต้น แอ็คชันที่เข้มข้น และเอฟเฟ็กต์สุดยิ่งใหญ่ มันจึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับเรา”

 

ผู้ร่วมเขียนบท พอล กีโยต์ รับแนวคิดเบื้องต้นมาพัฒนาต่อร่วมกับเดฟลิน “แนวคิดว่าด้วยการควบคุมสภาพอากาศเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาตินั้นย่อมเป็นเรื่องดี จนกระทั่งใครบางคนใช้มันเพื่อจุดประสงค์ชั่วร้าย ใช่ไหมล่ะครับ” เขาเสนอ “ในตอนแรกทุกอย่างไปได้สวยเพราะทุกคนทำงานร่วมกัน สหรัฐเป็นแกนนำ NASA สร้างมันขึ้นมา และสถานีอวกาศนานาชาติคอยควบคุมระบบ โลกสงบสุขอย่างแท้จริงอยู่ได้พักหนึ่ง จนกระทั่งใครบางคนได้เปลี่ยนดัตช์บอยให้กลายเป็นอาวุธ”

 

 

เจอราร์ด บัตเลอร์ รับบทเป็น เจค ลอว์สัน วิศวกรผู้ถูกปลดและผู้สร้างดัตช์บอยที่ไม่อยากเล่นเกมการเมืองเพื่ออยู่ต่อไปเมื่อระบบทำงานเรียบร้อยแล้ว “สิ่งที่ทำให้ผมสนใจเรื่องนี้คือมันผสมผสานทุกอย่างเข้าด้วยกันได้อย่างทรงพลัง” เขาเล่า “ผมชอบองค์ประกอบหลักในแง่การเป็นหนังแอ็คชันฟอร์มใหญ่และหนังเขย่าขวัญระทึกขวัญที่มีอารมณ์ขันแทรกอยู่ตลอด แต่ขณะเดียวกันมันก็พูดถึงความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างตัวละครที่ผมเล่นกับน้องชาย มีความบันเทิงสำหรับคนทุกกลุ่มให้ผู้ชมสนุกเต็มที่ไปกับหนังได้”

 

จิม สเตอร์เจส รับบทเป็น แม็กซ์ ลอว์สัน น้องชายของเจค และเรื่องราวก็กลับตาลปัตรตรงที่เขากลายเป็นเจ้านายของเจคด้วย เช่นเดียวกับบัตเลอร์ สเตอร์เจสส์สนใจขั้วตรงข้ามระหว่างพี่น้องในบทหนังเรื่องนี้ “เห็นได้ชัดว่ามีตัวละครสองตัวซึ่งมีบุคลิกโดดเด่นมาปะทะกันท่ามกลางการผจญภัยในอวกาศ ผสมผสานด้วยเรื่องราวดรามาทางการเมืองบนภาคพื้นดิน ฉากสองฉากซึ่งให้ภาพที่แตกต่างกัน และคนสองคนที่แตกต่างกันมากแต่ต้องมาช่วยกันแก้ปัญหาเพราะไม่อย่างนั้นก็อาจต้องสูญเสียทุกอย่าง ส่วนผสมนี้เป็นสิ่งดึงดูดให้ผมสนใจหนังเรื่องนี้ครับ”

 

 

“นี่คือเรื่องราวของพี่น้องและความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสอง ผมเป็นลูกคนเดียว ขณะที่พอลเข้าใจความสัมพันธ์แบบนั้นอย่างถึงแก่น” เดฟลินกล่าว

 

“ผมรู้จักการต่อสู้ระหว่างพี่น้องดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างพี่ชายน้องชาย ส่วนดีนก็สนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมและอนาคตของโลก” กีโยต์อธิบาย “แล้วเขายังเป็นคนบ้าเทคโนโลยีด้วย เขาเชี่ยวชาญเรื่องพวกนั้นมาก เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ในการสร้างอิทธิพลต่อสภาพอากาศแทนที่จะไปควบคุมบงการ ทั้งนี้โดยอาศัยเทคโนโลยีดาวเทียมในปัจจุบันหรือในอนาคตอันใกล้”

 

“สำหรับผม ความบันเทิงก็ควรจะสร้างความบันเทิง และไม่จำเป็นต้องยัดเยียดความหมายอะไรมากมาย” เดฟลินตั้งข้อสังเกต “แต่ผมก็มองว่านิยายวิทยาศาสตร์มักทำงานได้ดีกว่าและมีพลังมากกว่า เวลาที่คุณอยากสื่อสารอะไรบางอย่าง เราหวังว่าจะได้นำผู้ชมผจญภัยสุดตื่นเต้นไปทั่วโลกและออกไปยังอวกาศ ให้ผู้ชมได้พบช่วงเวลาอันน่าอัศจรรย์ และอาจอยากรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโลกรอบตัวเรามากขึ้นอีกนิด”

 

เตรียมพบกับมหาภัยพิบัติยักษ์ เมฆาถล่มโลก Geostorm วันที่ 12 ตุลาคม 2017 ในโรงภาพยนตร์

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram