ส่อง3หนังเอเซียตัวแทน ญี่ปุ่น ไทย เกาหลีใต้ ชิงออสการ์ แต่ละเรื่องสายโหดทั้งนั้น

• แสงกระสือ ตัวแทนภาพยนตร์ไทย 

 

แสงกระสือ เรื่องราวเกิดขึ้นในยุคสงครามที่ชนบทห่างไกลจากพระนคร สาย หญิงสาวแรกรุ่นพบว่าร่างกายของเธอมีสิ่งผิดปกติ ในขณะที่ชาวบ้านร่ำลือกันว่าในหมู่บ้านมีกระสือออกอาละวาดมาขโมยกินไก่ วัว ควาย สร้างความหวาดผวาไปทั่ว ในขณะที่สายเริ่มจะรู้ตัวว่าเหตุประหลาดในวัยเด็กส่งผลให้เธอกลายเป็นทายาทกระสือ การหาคำตอบเพื่อรักษาอาการประหลาดจึงเริ่มต้นขึ้น โดยมีน้อย เพื่อนชายหนุ่มของเธอที่ล่วงรู้ความลับนี้ช่วยกันหาทางรักษาก่อนที่กองล่ากระสือจะตามหาเธอพบ 

บทภาพยนตร์ของแสงกระสือ ถือเป็นการตีความหนังกระสือในทิศทางใหม่ หนังพาเราสำรวจความเชื่อเรื่องกระสือแบบไทยๆ จนล่วงเข้าไปถึงจิตใจของผู้ที่ได้รับเชื้อกระสือว่ามีความรู้สึกนึกคิดอย่างไร จิตใจและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง ครอบครัวและสังคมเป็นอย่างไร ทำให้เราได้เห็นความเป็นกระสือที่ครบทุกมุมมากขึ้นกว่าความสยอง เกี่ยวโยงไปถึงเรื่องของตำนานผีกระหังที่มักมาคู่กัน

งานภาพและงานสร้าง เป็นอีกองค์ประกอบหลักของแสงกระสือ ที่ถือได้ว่าทำออกมาแบบพิถีพิถันมาก การเลือกใช้โทนสีในแต่ละฉากทำให้ได้อารมณ์และบรรยากาศต่างกันทั้งความน่ากลัว ความงดงาม ความซาบซึ้ง เรียงร้อยเป็นเรื่องราวได้อย่างราบรื่น งาน CG ที่มาไม่มากไปน้อยไป ตัวกระสือดีไซน์ออกมาได้อย่างน่าหวาดผวาและให้ความรู้สึกเป็นสัตว์ประหลาดมากกว่าการเป็นผีชั่วร้าย สะท้อนความตั้งใจของทีมงานได้เป็นอย่างดี โดยรวมแสงกระสือ เป็นภาพยนตร์ไทยที่น่าสนับสนุนทั้งเรื่องราวมีมิตินำเสนอที่แตกต่างจากหนังสยองขวัญทั่วไป การแสดงที่ดีและงานโปรดักชั่นที่ใส่ใจ จนผู้ชมรอบสื่อหลายคนยกย่องว่า แสงกระสือ คือหนึ่งในหนังไทยที่ดีที่สุดในรอบหลายปี  

 


• Parasite ตัวแทนภาพยนตร์เกาหลีใต้

“Parasite” คว้ารางวัล Palme d’Or หรือ รางวัลปาล์มทองคำ รางวัลสูงสุดจากเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ ครั้งที่ 72 ที่นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ภาพยนตร์เกาหลี ที่ได้คว้ารางวัลนี้มาครอง  รวมถึงใน Sydney Film Festival” เทศกาลภาพยนตร์เมืองซิดนีย์ Parasite ได้ชนะรางวัล Sydney Film Prize โดยคณะกรรมการได้กล่าวว่า "Parasite เป็นภาพยนตร์ตลกร้าย ที่ทั้งสวยงาม จิกกัด และนำเสนอในเรื่องชนชั้นได้อย่างดีเยี่ยม” 

“Parasite” ถือเป็นผลงานชิ้นที่ 2 ของผู้กำกับชื่อดัง บงจุนโฮ  ที่ได้เข้าชิงรางวัลในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเมืองคานส์ หลังจากเรื่อง Okja (2017) โดยภาพยนตร์ “Parasite”  ถือเป็นภาพยนตร์ตลกร้ายที่ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับครอบครัวฐานะยากจนในมหานครโซลที่พ่อ (รับบทโดย ซงคังโฮ) และแม่ ไม่มีงานทำ ลูกชายคนโต (ชเวอูชิก) จึงให้ น้องสาว ช่วยปลอมตัวเพื่อสวมรอยเป็นนักเรียนนอก โดยหวังจะได้งานติวหนังสือให้กับลูกสาว ของ เศรษฐี (รับบทโดย อีซอนคยูน) และภรรยา (รับบทโดย โจยอจอง)  จนเป็นเหตุให้ทั้งสองครอบครัวที่ฐานะแตกต่างกันสุดขั้วนี้ต้องมาเกี่ยวพันกันในเหตุการณ์อลวนเกินคาดเดา

 

 


• Weathering With You ตัวแทนภาพยนตร์ญี่ปุ่น 

Weathering With You  ผลงานล่าสุดมาโกโตะ ชินไค ได้รับการพิจารณาให้เป็นตัวแทนเข้าชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 92 ในสาขา  Best International Feature Film ซึ่งจะกลายเป็นอนิเมชั่นเรื่องที่ 2ของญี่ปุ่นที่เข้าชิงในสาขานี้หลังจากที่ Princess Mononoke ผลงานของฮายาโอะ มิยาซากิ จาก Studio Ghibli  เคยเข้าชิงในปี 1998 ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างฮือฮาเลยทีเดียวเพราะปกติสายอนิเมชั่นที่ผ่านมามักจะเข้าชิงในสาขาภาพยนตร์แอนิเมชั่นยอดเยี่ยม ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ดิสนีย์ หรือ พิกซาร์ก็จะกลายเป็นตัวเต็งกวาดรางวัลไปทุกปี แม้จะมีอนิเมชั่นสายต่างประเทศเข้าชิงบ้าง แต่ก็ไม่ได้รับเลือกให้ชนะรางวัล  ทั้งนี้เราต้องมาติดตามดูกันว่า ในงานออสการ์ ปี 2020 Weathering With You  จะสามารถเข้าไปถึงรอบเสนอชื่อเข้าชิงซึ่งจะต้องพิจารณาจากหนังอีกหลายประเทศและจะสามารถคว้าออสการ์ได้หรือไม่?

เรื่องราวของ Weathering With You เริ่มต้นขึ้นในช่วงฤดูร้อนของมหานครโตเกียว แต่แทนที่มันจะร้อนกลับเต็มไปด้วยฝนที่กระหน่ำลงมาในหลายพื้นที่ โฮดากะ เด็กหนุ่มวัย 16 ปี ที่ตัดสินใจหนีออกจากบ้านที่เป็นเกาะอันห่างไกล มุ่งหน้ามาหางานทำในโตเกียว เขาต้องเผชิญกับอีกด้านของโตเกียว จากที่คิดว่ามันสวยงาม กลับพบว่าเมืองนี้ไม่เป็นมิตรอย่างที่คิด เขาถูกปฏิเสธเข้าทำงาน และเงินติดตัวก็ร่อยหรอทุกที โชคดีที่เขาได้พบกับชายคนหนึ่งที่ช่วยให้เขาได้มีงานทำและมีที่พัก

ในขณะเดียวกันโฮดาะก็ได้พบกับฮินะ และพบว่าเธอมีความสามารถสุดมหัศจรรย์ในการไล่ฝน เขาทั้งสองจึงใช้ความสามารถนั้นทำเป็นธุรกิจไล่ฝน โดยที่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่กำลังทำกันนั้นกำลังนำพาหายนะมาสู่โลกและคนทั้งสอง ซึ่งมันร้ายแรงพอที่จะเปลี่ยนโลกนี้ไปตลอดกาล 

Weathering With You ใส่ความเป็น Coming of Age ก้าวข้ามช่วงวัย ในเนื้อเรื่องของค่อนข้างเยอะ เด็กที่เพิ่งเป็นวัยรุ่นจะใช้ชีวิตด้วยตัวเองในเมืองใหญ่อันโหดร้ายนี้ได้อย่างไรและต้องเผชิญอุปสรรคอะไรบ้าง ความทะเยอะทะยาน ความฝัน และความรัก พวกเขาจะเดินหน้าต่อไปได้อย่างไรในวันที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ

นอกจากนี้ยังหยิบเอาเรื่องความเชื่อญี่ปุ่นเรื่องมิโกะผู้สื่อสารกับท้องฟ้ามาเป็นธีมหลักของเรื่องเป็นการปลุกกระแสให้คนญี่ปุ่นรุ่นใหม่ที่หลงลืมความเชื่อนี้ได้กลับมารู้จักมันอีกครั้ง ในขณะที่คนไทยและคนชาติอื่นก็จะได้เรียนรู้เรื่องความเชื่อโบราณของญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นไปอีกด้วย อีกประเด็นที่น่าสนใจคือการสอดแทรกเรื่องปัญหาความแปรปรวนของสภาพอากาศที่ผิดเพี้ยนด้วยน้ำมือมนุษย์จนไร้หนทางเยียวยา 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram