ข้อมูล Annabelle ตุ๊กตาผี

เธอทำให้คุณผวามาแล้วในเรื่อง “The Conjuring” แต่ครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของแอนนาเบลล์ทั้งหมด ความเลวร้ายจนยากเกินจะบรรยายของตุ๊กตา

ซึ่งถูกเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับเวทมนตร์คาถาในคอนเนคติคัท มีเพียงนักบวชที่เดินทางมาให้ศีลเธอเดือนละ 2 ครั้งเท่านั้น ภาพยนตร์ระทึกขวัญเหนือธรรมชาติ ผลงานจาก New Line Cinema เรื่อง “Annabelle” ถือกำเนิดขึ้นมาก่อนที่ความชั่วร้ายจะถูกปลดปล่อยออกมา จอห์น ฟอร์มได้พบของขวัญที่เหมาะกับ มีอา ภรรยาของเขาที่กำลังตั้งครรภ์เป็นตุ๊กตาสวมชุดแต่งงานสีเขียวแนววินเทจที่หาได้ยาก แต่มีอาชื่นชมแอนนาเบลล์ได้เพียงไม่นานนัก ความน่ากลัวเกิดขึ้นในกลางดึกคืนหนึ่ง เมื่อบ้านของพวกเขาถูกสมาชิกกลุ่มลัทธิซาตานเข้ามาบุกรุกและทำร้ายทั้งคู่อย่างสาหัส พวกเขาไม่ได้ฝากไว้แค่รอยเลือดและความหวาดกลัวเท่านั้น เหล่าลัทธิได้เรียกวิญญาณที่มีตัวตนความชั่วร้าย ซึ่งไม่มีสิ่งใดเปรียบเทียบได้เหมือนความชั่วร้ายจากการสาปแช่ง โดยตอนนี้คือ..แอนนาเบลล์ แอนนาเบลล์ วอลลิส (“X-Men: First Class”) และวอร์ด ฮอร์ตัน (“The Wolf of Wall Street”) รับบทสมาชิกตระกูลฟอร์ม อัลเฟร วูดดาร์ด ผู้เข้าชิงรางวัล Oscar (“Cross Creek,” “Twelve Years a Slave”) รับบทอเวลิน เพื่อนบ้านเจ้าของร้านหนังสือและรู้เรื่องเวทมนตร์คาถาเป็นอย่างดี นักแสดงคนอื่นในเรื่อง ได้แก่ เคอร์รี่ โอ’มอลเลย์ (ภาพยนตร์ทาง TV เรื่อง “Those Who Kill”) และไบรอัน ฮาว (“Devil’s Knot”) รับบทเพื่อนบ้าน ชารอนและพีท ฮักกินส์; โทนี่ อเม็นโดล่า (ภาพยนตร์ทาง TV เรื่อง “Once Upon A Time”) รับบทคุณพ่อเปเรซ และอีริค ลาดิน (ภาพยนตร์ทาง TV เรื่อง “Boardwalk Empire”) รับบทนักสืบคลาร์กคิน ภาพยนตร์เรื่อง “Annabelle” เป็นการกลับมาร่วมงานกันของผู้สร้างที่อยู่เบื้องหลังภาพยนตร์ระทึกขวัญเหนือธรรรมชาติปี 2013 ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เรื่อง “The Conjuring” จอห์น อาร์. ลีโอเน็ตติ ผู้เคยทำหน้าที่เป็นตากล้องให้ภาพยนตร์เรื่อง “The Conjuring” จะมากำกับภาพยนตร์ โดยมีเจมส์ วาน ผู้กำกับฯ ชื่อดังระดับโลกอำนวยการสร้างฯ “Annabelle” ร่วมกับปีเตอร์ ซาฟราน บทภาพยนตร์โดยแกรี่ ดาวเบอร์แมน อำนวยการสร้างบริหารฯ โดย ริชาร์ด บรีเนอร์, วอลเตอร์ ฮามาดะ, เดฟ นิวสแตดเตอร์ และ ฮานส์ ริตเทอร์ ผู้ร่วมงานเบื้องหลังของลีโอเน็ตติ ได้แก่ ผู้กำกับภาพ เจมส์ คีสต์ ออกแบบฉากโดย บ็อบ เซียมบิคกี้ ลำดับภาพโดย ทอม เอลคินส์ ออกแบบเครื่องแต่งกายโดย เจเน็ต แอนแกรม ประพันธ์ดนตรีโดย โจเซฟ ไบชาร่า นิวไลน์ ซีเนม่า นำเสนอภาพยนตร์จาก an Atomic Monster/Safran Company Production เรื่อง “Annabelle” จัดจำหน่ายโดยวอร์เนอร์ บราเดอร์ส พิกเจอร์ส หนึ่งในกลุ่มบริษัทวอร์เนอร์ บราเดอร์ส เอ็นเตอร์เทนเมนท์ Annabellemovie.net รายละเอียดการถ่ายทำ ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ เด็กๆ จะเอาตุ๊กตามาเล่นด้วยความเอ็นดู ผู้คนต่างให้ความสำคัญกับตุ๊กตามาช้านาน จนก่อกำเนิดอาวุธมหัศจรรย์ทั้งแง่ดีและแง่ร้าย คิดถึงฉันไหม? แอนนาเบลล์เป็นตุ๊กตาหน้าตาน่าเกลียดในคดีสำคัญของเอ็ดและลอร์เรน วอร์เรน ผู้ชำนาญด้านเรื่องเหนือธรรมชาติ ซึ่งเธอได้สร้างความสยองเอาไว้บนจอครั้งแรกในภาพยนตร์ของเจมส์ วาน ที่ได้รับความนิยมจากบ็อกซ์ออฟฟิศ เรื่อง “The Conjuring” แม้แต่ในช่วงที่ถ่ายทำภาพยนตร์ วานและปีเตอร์ ซาฟราน ผู้อำนวยการสร้างฯ ได้เกิดไอเดียสนุกๆ ขึ้นมาว่าตุ๊กตาร้ายเดียงสาตัวนี้จะต้องมีหนังเป็นของตัวเองสักเรื่อง วานมีความหลงใหลในเรื่องราวคดีของแอนนาเบลล์เสมอมา เขาเล่าว่า “เรารู้ถึงความเลวร้ายของเธอ แม้เรื่องราวจะผ่านไปแล้ว เธอก็ยังถูกขังเก็บไว้อยู่ ...แต่เธอตกอยู่ในสภาพนั้นได้อย่างไร?” ซาฟรานเล่าเสริมว่า “สิ่งที่ดูน่ารัก อ่อนหวาน กลับกลายเป็นบ่อกำเนิดความชั่วร้ายและการทำลายล้างได้อย่างไร?” ทั้งคู่ได้ขอให้จอห์น อาร์. ลีโอเน็ตติ ผู้กำกับภาพที่ร่วมงานกับวานมานานทำหน้าที่เป็นผู้กำกับฯ เรื่องนี้ “ผมโชคดีมากที่ได้จอห์นมาอยู่ข้างๆ ผมในการถ่ายทำหนังหลายเรื่องส่วนใหญ่ ฉะนั้นถือเป็นเรื่องธรรมชาติมากสำหรับจอห์นในการกำกับฯ ‘Annabelle’” วานยืนยันว่า “สไตล์ภาพของเขา ความหลงใหลในเรื่องราวที่เขามี และพรสวรรค์ในการเข้าถึงนักแสดงและทีมงานถือเป็นองค์ประกอบที่สมบูรณ์ เราโชคดีมากครับที่มเขามาร่วมงานในหนังเรื่องนี้” ลีโอเน็ตติเคยสร้างฉากความหลอนให้วานในเรื่อง “The Conjuring” และ “Insidious” รวมถึงเรื่องอื่นๆ เขาเกิดความสนใจในลางบอกเหตุร้ายของตุ๊กตาในช่วงแรก และการได้มาตีความเรื่องราวสู่จอภาพยนตร์ครั้งนี้ในฐานะของผู้กำกับฯ “ผมเป็นคอหนังสยองขวัญเลยครับ” ลีโอเน็ตติกล่าว “และผมชอบการร่วมงานกับเจมส์และปีเตอร์ ผมรู้สึกตื่นเต้นที่พวกเขาเชื่อมือผมให้มาควบคุมหนัง ผมอดใจรอถ่ายทอดประสบการณ์ที่ผมเคยถ่ายทำร่วมกับเจมส์ ซึ่งเป็นผู้ชำนาญแห่งความหลอนสู่โปรเจ็กต์นี้ไม่ไหวแล้ว” ซาฟรานเล่าว่า “จอห์นและเจมส์เคยร่วมงานกันมาหลายผลงาน พวกเขาเลยอ่านใจกันออก และพวกเรา 3 คนร่วมงานกันอย่างใกล้ชิดในเรื่อง ‘The Conjuring’ จึงมีความไว้ใจกันในฐานะทีมผู้สร้างสรรค์ พวกเขาร่วมมือกันในการทำงานเป็นอย่างดีมาก” ลีโอเน็ตติตอบรับบทของผู้เขียนฯ แกรี่ ดาวเบอร์แมน ที่พลิกความใสซื่อของตุ๊กตาทันที “แกรี่ปูทางทุกอย่างไว้อย่างดีเยี่ยม เรื่องราวมีการชวนติดตามและมีการเล่นกับเรื่องทางจิตวิทยาอย่างสนุกสนาน” เขากล่าว ดาวเบอร์แมนตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับทีมที่สร้างความสยองไว้ให้เขาจากหนังเรื่องก่อนๆ “ผมอดใจรอที่จะได้ลงสนามกับพวกเขาแทบไม่ไหว” เขากล่าว “ทุกคนรักความหวาดกลัว และนั่นคือความตั้งใจของเราที่สำคัญสุด” ลีโอเน็ตติกล่าวเสริมว่า “แอนนาเบลล์สร้างความผวาได้ง่ายขึ้นเพราะเธอมีตัวตนจริง ไม่มีอะไรน่ากลัวไปกว่านั้นอีกแล้ว” “ทุกคนต้องมีของเล่นที่ตัวเองคิดว่าจะมีชีวิตช่วงค่ำคืน” แอนนาเบลล์ วอลลิส นักแสดงในเรื่องที่รับบทภรรยาตั้งครรภ์ เธอต้องอยู่ในบ้านและชอบสะสมตุ๊กตา เธอเล่าว่า “มันทำให้นึกถึงตัวเองเลยค่ะ และฉันคิดว่าคนอื่นจะนึกถึงเหมือนกันด้วย” วอร์ด ฮอร์ตันต้องมารับบทคู่กับวอลลิส เนื้อเรื่องทำให้เขาเกิดความประทับใจมาก “ผมชอบบทภาพยนตร์มากครับ” เขากล่าว “มันทำให้ผมผวาถึงที่สุด ขณะเดียวกันก็ทำให้ผมสนใจตัวละครต่างๆ ด้วย” อัลเฟร วูดาร์ดไม่เคยร่วมงานในหนังระทึกขวัญเหนือธรรมชาติมาก่อน “แต่คิดว่ามันต้องสนุกแน่ ขอบอกความจริงว่าหนังเรื่องนี้ทำให้ผมหลอนได้จริงๆ เพราะมันสร้างขึ้นเหมือนเป็นเรื่องจริงที่มีเหตุการณ์เหนือธรรมชาติต่างๆ เกิดขึ้น” ลีโอเน็ตติเล่าว่า “มีหลายอย่างที่เกินกว่าเราจะความรู้สึกเราจะเข้าใจได้ มันมีเรื่องจริงที่เรายากจะหยั่งถึง ตำนานภูติผีปีศาจเรียกความสนใจจากผู้คนได้เสมอและคอยวนเวียนอยู่ในหัวพวกเขา โดยเฉพาะตุ๊กตาผีสิงที่ทั้งน่ารักและหลอนในเวลาเดียวกัน เราสนุกกับมันมากครับ” สิ่งที่เกิดขึ้นกับที่นี่ ฉันอธิบายมันไม่ได้ -มีอา การถูกบุกรุกเข้ามาในบ้านได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของคู่รักจอห์นและมีอาไปอย่างสิ้นเชิง เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นไม่ใช่แค่เรื่องชวนผวา แต่มันยากเกินกว่าจะอธิบายได้ ทุกอย่างเกิดขึ้นในความคิดของมีอา? เธอกำลังอยู่ในช่วงเครียดหลังอาการช็อคหรือเปล่า? หรือมีสิ่งชั่วร้ายบางอย่างออกมารังควาญครอบครัวเธอ? ลีโอเน็ตติเล่าว่า “ผมชอบเรื่องราวที่มีผู้หญิงเป็นตัวนำเรื่อง และมีอาคือคนสำคัญของหนังเรื่องนี้” ผู้กำกับผู้คัดนักแสดงไม่ปล่อยโอกาสแม้เสี้ยววินาที มีการหาทางออกให้ลีโอเน็ตติตั้งแต่นักแสดงที่อยู่สหรัฐฯ ไปจนถึงอเมริกาใต้ พวกเขาบันทึกภาพแอนนาเบลล์ วอลลิสที่กำลังเล่นหนังเรื่องอื่นอยู่ที่อังกฤษและส่งมาให้ผู้สร้างฯ “มีแสงจากธรรมชาติส่องผ่านทางหน้าต่างมาที่แอนนาเบลล์เพียงครึ่งเดียวเป็นดาบสองคม” ผู้กำกับฯ กล่าว “ด้านหนึ่งคือจะมองเห็นแววตาของเธอค่อนข้างยากหน่อย เพราะแสงไม่ได้สาดส่องมาโดยตรง แต่มันก็ดูชวนตื่นเต้นดี เธอมีความหวั่นไหวตอนที่ทดสอบอ่านบท และทั้งสองสิ่งนั้นล้วนสำคัญต่อเรื่องราวของมีอา มีจุดหนึ่งตอนที่เธอเอนมานิดนึงและผมเห็นแววตาของเธอ มันใช่เลย” ซาฟรานเล่าว่า “จอห์นมีสัญชาตญาณด้านนี้และพูดว่า ‘เธอนี่แหละ’ นั่นก็ชัดเจนแล้วว่าเธอคือมีอาของเรา” ผู้สร้างฯ เลือกวอลลิสให้มารับบทมีอาก่อนที่จะได้เจอเธอตัวเป็นๆ วอลลิสเล่าถึงตัวละครของเธอว่า “เธอเป็นผู้หญิงที่น่ารักแต่มีความหวั่นไหวลึกๆ ฉันสนใจตัวเธอจริงๆ ค่ะ เธอเป็นคนฉลาด อ่อนแอ และต่อสู้กับอะไรส่วนใหญ่ด้วยตัวเธอเอง เพราะผู้คนต่างพูดกันว่าการมีลูกทำให้เธอกังวลและหวาดระแวงมากขึ้น แต่สถานการณ์ของเธอมีความซับซ้อนกว่านั้นและเธอก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ” ลีโอเน็ตติยืนยันว่า “ถือเป็นภาระหนักสำหรับคนๆ นึงที่ต้องอยู่บนหน้าจอเป็นส่วนใหญ่ และชวนให้ผู้ชมอินกับการต่อสู้ของตัวละครของเธอ แต่เธอก็รับมือกับมันได้อย่างสบาย” “จอห์นเป็นคนอบอุ่น มีความกระตือรือร้น และมีความเข้าใจเรื่องภาพยนตร์ แถมยังมีความหลงใหลส่วนตัวที่อดแสดงออกมาไม่ได้ด้วย” วอลลิสกล่าว เขาถ่ายทอดจินตนาการของเขาออกมาได้อย่างดีเยี่ยม และมีส่วนร่วมกับนักแสดงในการทำงาน ทำให้ฉันรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว รู้สึกดีมากที่ได้ร่วมงานกับเขาค่ะ” การออดิชั่นของวอร์ด ฮอร์ตันเพื่อรับบท จอห์น สามีของมีอาทำให้ผู้สร้างฯ ลืมไม่ลง ฮอร์ตันมาสวมบทบาทในชุดนักศึกษาแพทย์ แว่นตา และทรงผมแบบยุค 70 “วอร์ดเดินเข้ามาและรู้สึกเหมือนเขาออกมาจากยุคนั้นเลย เหมือน Brooks Brothers ปี 1970 เขาเป็นนักศึกษาแพทย์อย่างที่เราตามหาเลย” ซาฟรานจดจำได้ เมื่อพวกเขาเห็นวอลลิสและฮอร์ตันอย่ด้วยกัน ผู้สร้างฯ รู้ว่าพวกเขามีครอบครัวฟอร์ม คู่รักหนุ่มสาวที่ต้องพัวพันกับตุ๊กตาแอนนาเบลล์ที่จะมาทำลายชีวิตพวกเขาพังยับเยิน วานเล่าว่า “ผมว่าทั้งคู่เหมาะกันมากในบทมีอาและจอห์น ดูสมจริงสุดๆ คุณจะอินว่าพวกเขาเป็นคู่รักวัยรุ่นที่น่ารักและเจอเรื่องราวชวนผวาไปพร้อมกับพวกเขา คุณจะมีอารมณ์อินไปด้วยจนรู้สึกกังวลหวาดกลัวมากขึ้น ผมว่านั่นคือสิ่งที่แอนนาเบลล์และวอร์ดถ่ายทอดในหนังได้ดีมาก” ทั้งวอลลิสและฮอร์ตันสัมผัสได้ถึงสายสัมพันธ์ขึ้นมาทันที วอลลิสเล่าถึงสามีในเรื่องของเธอว่า “มันเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะที่ต้องเชื่อว่าทั้งคู่รักกัน เพื่อให้ผู้ชมอินไปกับพวกเขา วอร์ดเป็นคนน่าทึ่งมากค่ะและแสดงออกมาได้อย่างดีเยี่ยมเลย” “เราคลิกกันมากครับ แอนนาเบลล์เป็นคนเก่ง เธอเป็นคนฉลาดแถมยังเป็นคนตลก ร่วมงานด้วยแล้วสนุกมากครับ” ฮอร์ตันกล่าว “มีอากับจอห์นเป็นคนที่ต่างกัน ดึงดูดอีกฝ่ายเข้าหากัน พวกเขาเหมือนหยินกับหยางเลยทำให้เป็นคู่รักที่เหมาะกันมาก ผมคิดว่าพวกเขาคงเคว้งถ้าไม่มีกัน” ช่วงแรกดูเหมือนทั้งคู่มีทุกอย่างที่ต้องการ เธอได้มีลูกอย่างมีความสุข เขาก็มีอาชีพด้านการแพทย์ อนาคตของพวกเขาเห็นภาพชัดเจนอยู่ตรงหน้า แต่หลังจากนั้นไม่นานอนาคตของมีอาและจอห์นที่สดใสก็มืดหม่นลง แต่สิ่งที่น่าตลกคือจอห์นผู้เป็นสามีคือคนที่สร้างเรื่องราวน่ากลัวตลอดอย่างต่อเนื่อง ฮอร์ตันหัวเราะเล่าว่า “ครับ ทั้งหมดเป็นความผิดของเขา มีอาสะสมตุ๊กตาแล้วจอห์นก็ไปตามหาจนได้เจอกับตุ๊กตาหายากที่เธออยากได้มาสะสม เขาให้เธอเป็นของขวัญในโอกาสฉลองลูกคนแรก เธอเอาไปเก็บไว้ในห้องเลี้ยงเด็ก พวกเขามีความสุขมาก แต่ทว่าพวกเขาไม่รู้อะไรเลย” แต่พวกเขาไม่รู้ว่ากำลังจะมีเรื่องที่ทำให้โลกอันสวยงามของพวกเขาพังทลายลงในช่วงเวลาสั้นๆ ของคืนหนึ่ง เมื่อมีอาตื่นขึ้นมาและได้ยินเสียงกรีดร้องจากบ้านข้างๆ จอห์นเดินออกไปสำรวจและปล่อยให้มีอาอยู่ในบ้านลำพังเพียงช่วงเวลาไม่นาน พวกลัทธิบูชาซาตานได้บุกรุกเข้ามาหาปีศาจ มีรอยเลือดละเลงเป็นตัวอักษรบนผนังห้องเลี้ยงเด็ก เลือดหยดลงไปตุ๊กตาที่เป็นของขวัญของมีอา ทั้งคู่รอดชีวิตมาได้แต่หลังจากคืนนั้นมีลางร้ายโผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ มีอารู้สึกไม่สบายใจมากจนตัดสินใจย้ายบ้านไปที่พาซาเดนา นี่ถือเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่…หรือเปล่า? “พวกเขาได้พบกับเรื่องราวต่างๆ และทำให้พวกเขาต้องตกในที่นั่งลำบาก” วอลลิสกล่าว “มีอาเกิดสัญชาตญาณของความเป็นแม่ตั้งแต่ถูกรุกรานและต้องการปกป้องลูกของเธอ เธอเลยเหมือนจะผลักจอห์นออกไปบ้าง” ฮอร์ตันเล่าว่า “การที่เป็นหมอทำให้สิ่งต่างๆ มีแค่ดำกับขาว สำหรับจอห์นไม่มีคำว่าพื้นที่สีเทา พอเธอบอกเขาว่ามีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้น เขาจึงต้องใช้เวลาทำใจในการเชื่อ เขาต้องการเหตุผลเพื่อเป็นข้ออธิบาย” แต่เรื่องที่เกิดขึ้นไม่มีคำอธิบาย แม้ว่าบรรยากาศรอบบ้านจะแปลกใหม่ แต่ดูคล้ายมีอาจะหนีจากเรื่องบังเอิญร้ายๆ ที่คอยรบกวนชีวิตของพวกเขาไม่ได้ เธอรู้สึกโดดเดี่ยวและตัดสินใจกลับไปค้นหาความเป็นไปได้ พวกลัทธิไม่ได้เข้าไปหาปีศาจในคืนอันโหดร้ายอย่างเดียว แต่พวกเขาบุกเข้าไปในบ้านของมีอาและจอห์นจนทำได้สำเร็จ ซึ่งนั่นได้นำมีอาไปพบกับอีฟลิน อัลเฟร วูดาร์ด รับบท อีฟลิน เพื่อนบ้านเจ้าของร้านหนังสือแห่งหนึ่ง “อีฟลินมีคำตอบในสิ่งที่เรายังไม่ทันถาม….หรือเกรงที่จะตั้งคำถาม” ลีโอเน็ตติกล่าว “อัลเฟรเป็นคนน่าทึ่ง และเป็นนักแสดงหญิงที่เก่งมาก บรรยากาศในฉากของเรามีแต่ความสนุกสนาน แต่เธอก็เคร่งเครียดได้เมื่อต้องสวมบทบาทของเธอ ผมดีใจมากที่เธอมารับบทอีฟลินของเรา” วูดาร์ดเล่าว่า “ตอนที่เราพบกับอีฟลิน เธอทำตัวค่อนข้างลึกลับ เรารู้เลยว่ามีบางอย่างเกิดขึ้นกับเธอ เธออาจใช่หรือไม่ใช่คนดี…เธออาจใช่หรือไม่ใช่คนเลวร้ายก็ได้” วอลลิสพูดถึงเพื่อนร่วมแสดงของเธอว่า “อัลเฟรถือเป็นคนที่มีพลังที่สุด” และบรรยายถึงอีฟลินว่า “เป็นคนที่ให้ความกระจ่างในเรื่องราวเหนือธรรมชาติที่มีอากำลังสับสนอย่างหนัก และช่วยให้เธอเข้าใจดีขึ้นว่าจริงๆ แล้วกำลังเกิดอะไรขึ้นกับเธอ” ตลอดทั้งเรื่องมีอาจะได้เจอกับเรื่องน่าขนลุกที่ดาหน้าเข้าหาเธอตลอด เธอกับจอห์นจึงหันมาขอคำแนะนำจากบาทหลวงที่ได้โทนี่ อเมนโดลา มารับบทคุณพ่อเปเรซ ลีโอเน็ตติแสดงความเห็นว่า “ผมโตขึ้นที่โบสถ์คาทอลิก ผมเป็นเด็กที่คอยดูแลที่สักการะในโบสถ์ รู้วิธีการสวดภาวนาภาษาละตินทุกอย่าง ผมอยากได้นักแสดงที่ปลุกความรู้สึกสมัยก่อนนั้นขึ้นมาได้ ซึ่งน้ำเสียงโทนี่ทำให้รู้สึกสบายใจอย่างเป็นธรรมชาติ เขาสร้างเสน่ห์ลงไปในตัวละคร และให้คำแนะนำด้านจิตใจแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้ เขาเก่งมากจริงๆ ครับ” อเมนโดลาอธิบายว่า “ยิ่งมีความรุนแรงเท่าไหร่ คุณพ่อเปเรซก็ยิ่งเริ่มเชื่อว่ามีบางสิ่งที่เคลื่อนไหวอยู่เท่านั้น เขาบอกทั้งคู่ว่าปีศาจสามารถเอาตัวไปสิงอยู่ในวัตถุได้…โดยวัตถุที่ใช้เป็นตัวนำไปสู่สิ่งที่พวกมันต้องการจะต้องเป็นสิ่งที่สื่อถึงความบริสุทธิ์” แล้วจะมีใครบริสุทธิ์ไปมากกว่าเด็ก? “มันมีสัญญาณเตือนชัดเจนพอว่ามีปีศาจไล่ล่าเราอยู่ แต่การที่เด็กคนนี้อยู่ภายใต้อันตรายยิ่งยกระดับขึ้นมา และมันบีบบังคับให้มีอาต้องต่อสู้กับทุกสิ่งในความคิดของเธอ” ลีโอเน็ตติกล่าว แม้ว่าจะเป็นการสู้กับแอนนาเบลล์จนตัวตายก็ตาม นักแสดงที่มาร่วมรับบท ได้แก่ เคอร์รี่ โอ’มอลลีย์ และ ไบรอัน โฮวี่ ในบทเพื่อนบ้านชารอนและพีท ฮิกกินส์ ส่วนอริค ลาดิน รับบทนักสืบคลาร์กคินผู้ตรวจสอบคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญ และแน่นอนว่ามีแอนนาเบลล์ด้วย… ตุ๊กตา เราต้องเอาไปทิ้งซะ -มีอา มีการรายงานว่าตุ๊กตาแอนนาเบลล์ของจริงถูกซื้อมาจากร้านขายของถูก เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดของนักศึกษาวิทยาลัยคนหนึ่งเมื่อปี 70 เธอสร้างความทรมานให้เจ้าของและเคลื่อนที่ได้เอง เขียนข้อความบนกระดาษ โกหกเกี่ยวกับตัวตนของเธอ ดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด และเล่ากันว่าทำให้คนตายอย่างน้อย 1 คน ตอนนี้แอนนาเบลล์อยู่ที่ตู้กระจกในพิพิธภัณฑ์เก็บของลึกลับของวอร์เรนในคอนเนคติคัท ด้านหลังมีสัญลักษณ์ที่บอกว่า “คำเตือน: ห้ามเปิดออกเด็ดขาด” การถ่ายทอดเรื่องราวตุ๊กตาของวานบนจอภาพยนตร์ครั้งแรกในเรื่อง “The Conjuring” มีการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน “ความสำคัญอยู่ที่เธอต้องดูคล้ายกับมนุษย์” เขากล่าว “ผมว่านั่นเป็นการเล่นกับความรู้สึกที่สร้างความหวาดผวาให้กับหนัง เวลาที่เราเห็นเธออยู่บนเก้าอี้หรือตรงมุมห้อง เราต้องกลับไปมองอีกรอบเพื่อให้แน่ใจว่า ‘อ๋อ นั่นไม่ใช่คน ตุ๊กตาต่างหาก’“ สำหรับการกลับมาของตุ๊กตาในเรื่อง “Annabelle” ศิลปินทางตอนเหนือของแคโรไลนาคนเดิมที่เคยสร้างโมลด์อันเดียวกับที่วานเคยใช้ใน “The Conjuring” ได้สร้างแอนนาเบลล์เพิ่มขึ้นมา 2 แบบ ซึ่งแต่ละแบบจะมีความโดดเด่นมาก ตุ๊กตาตัวแรกดูใหม่และใสซื่อซึ่งผู้ชมจะเห็นตอนที่จอห์นให้เธอเป็นของขวัญ ส่วนตัวที่ 2 จะดูอมทุกข์ขึ้น และใช้ในการเล่าเรื่องเหตุการณ์เหนือธรรมชาติในหนัง เมื่อปีศาจคืบคลานมากขึ้น สีผิวของเธอก็ยิ่งเข้มขึ้นและแววตาของเธอจะสะท้อนถึงความชั่วร้ายและการสิงอยู่ในร่างออกมา ลีโอเน็ตติรู้สึกประทับใจในรายละเอียดชวนหลอนของตุ๊กตาแอนนาเบลล์ตัวใหม่ “ก่อนที่จะได้พบตุ๊กตาแอนนาเบลล์ในเรื่อง ‘The Conjuring’ ผมคิดว่า ‘ก็แค่ตุ๊กตา แล้วไงหรอ?’ แต่พอผมได้พบกับเธอ เธอมีขนาดเท่ากับเด็กตัวเล็กๆ ที่จะเหวี่ยงเราออกไปได้ และเวลาที่เธอจ้องเราก็เหมือนเธอจ้องมาที่เราจริงๆ แต่การได้เห็นความเปลี่ยนแปลงจากที่เธอสวยกลายเป็นสยองมันยิ่งชวนกลัวมากขึ้น” วอลลิสต้องเข้าฉากกับแอนนาเบลล์บ่อยสุดเล่าว่า “เธอน่ากลัวอย่างบอกไม่ถูกค่ะ เพราะเราแทบไม่คาดคิดไม่ถึงเลย เมื่อมองเธอจะเห็นเธอเป็นสัญลักษณ์ของความดีและความไร้เดียงสา แต่ในตัวเธอมีบางอย่าง…เธอคือตัวอันตรายเลยค่ะ” “ผมเห็นเธอครั้งแรกบนเก้าอี้แต่งหน้า ผมต้องกลับไปมองอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่มีชีวิตจริงๆ และไม่เคลื่อนไหว…ผมไม่แน่ใจเลยว่ายังไงกันแน่” ฮอร์ตันกล่าวพร้อมหัวเราะ ทุกครั้งที่ตุ๊กตาแอนนาเบลล์มาถึงในฉากจะเหมือนกับมีดาราสำคัญเดินทางมาถึง มีทั้งเสียงซุบซิบพึมพำดังมาจากทีมงานและนักแสดง “เราต้องรอเธอในฉากหลายครั้ง เธอคือนักแสดงคนหนึ่งในฉากเลยครับ แถมเธอยังเป็นตัวจุดความกลัวขึ้นมาด้วย ผมอยู่กับเธอทีไรอึดอัดทุกที” เขากล่าว วูดาร์ดอธิบายถึงตุ๊กตาว่า “น่ากลัวมากครับ ผมสะดุ้งในฉากตั้งหลายครั้ง เพราะเธอนั่งอยู่ตรงนั้นและทำให้ผมตกใจ” “เธอทำให้ผมหลอนมาก” อเมนโดลากล่าว เขาต้องเข้าฉากที่ทรมานร่วมกับเธอด้วย “ผมไม่สนว่าคุณจะเป็นคนขี้สงสัยยังไง คือถ้ามีใครเสนอให้ต๊กตาแอนนาเบลล์มานอนในบ้าน คุณแทบจะปฏิเสธอย่างไม่ลังเลเลยล่ะ” ซาฟรานยิ้ม “แอนนาเบลล์ยังสร้างความหวาดกลัวให้ทุกคนอยู่ ผมคิดเสมอว่าต้องมีเรื่องร้ายเกิดขึ้นแน่ถ้าเธอมาอยู่ใกล้ๆ” อันที่จริงมีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นกับนักแสดงและทีมงานระหว่างการถ่ายทำด้วย คืนที่พวกเขาถ่ายฉากบุกรุกเข้าไปในบ้าน ผู้เขียนบทฯ ดาวเบอร์แมนเล่าถึงเรื่องประหลาดให้ฟังว่า “พวกลัทธิที่เสาะแสวงหาปีศาจในพิธีการบูชาเลือดโดยการกล่าวคาถา ฉากนั้นจะดูมีพลัง โหดเหี้ยม รุนแรง เราถ่ายเสร็จกันราวตี 5 ครึ่ง พอผมตื่นขึ้นมาอีกทีช่วงบ่าย เพดานข้างบนด้านขวาในห้องนอนผมก็มีตัวอักษรเด่นขึ้นมาเหมือนตัว A เป็นไปได้มั้ยว่าแสงอาทิตย์จะสะท้อนให้ตะเกียงดับ? แน่นอนเลย แล้วผมก็ไม่เคยเห็นอีก มันทำให้ผมตกใจมากครับ” ฮอร์ตันยืนยันว่าสิ่งที่เขาเชื่อเป็นเรื่องที่ตามหลอนเขาจากในฉากไปจนถึงอพาร์ทเมนท์ที่เขาเช่าพักชั่วคราวระหว่างที่เขาไม่อยู่บ้านในนิวยอร์ค ข้าวของหายไปและโผล่มาอยู่ในที่ๆ เขาไม่ได้วางไว้ และในช่วงคืนแรกๆ โต๊ะเครื่องแป้งล้มจากผนังห้องเสียงดัง และก็เกิดขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ยึดเอาไว้แล้ว “ชัดเจนว่ามีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นเรื่อยๆ ตลอดหนังเรื่องนี้” ฮอร์ตันกล่าว ยังมีเรื่องหนึ่งที่เกิขดึ้นในฉากอพาร์ทเมนท์ของมีอาและจอห์นในช่วงวันแรกที่ทำให้ทุกคนต้องถึงกับหลบ ระหว่างถ่ายทำฉากเรื่องประหลาดเหนือธรรมชาติที่มีพลังต่างๆ กระจกบานใหญ่ของบ้านก็หลุดหล่นลงพื้นแตก ลีโอเน็ตติยังสังเกตรอยขีดข่วนที่ปรากฏบนหน้าต่างชั้น 8 ของด้านนอกตึก Langham มันดูเหมือนรอยเล็บขูดกระจก “มันค่อนข้างกวนใจอยู่ เพราะตุ๊กตาแอนนาเบลล์ก็จะขีดข่วนเหยื่อแบบนั้นเหมือนกัน” ผู้กำกับฯ อธิบายว่า “ทุกคนแบ่งกันดูภาพถ่ายเพราะไม่มีใครเชื่อพวกเขา และผมเชื่อว่าเป็นเพราะมันทำให้พวกเขากลัวตัวสั่นเลยไม่มีใครอยากเชื่อ แต่ผมเชื่อ” ฉันได้ยินเสียงร้องจากข้างบ้าน ฉันว่าต้องมีอะไรแน่ -มีอา การถ่ายทำในเรื่อง “Annabelle” ใช้สถานที่จริงทั้งในและโดยรอบลอสแองเจลิส ซึ่งลีโอเน็ตติเลือกที่นั่นถ่ายทำเกือบทุกฉาก สำหรับการถ่ายทำฉากยุค 70 ลีโอเน็ตติต้องอาศัยผู้กำกับภาพ เจมส์ คีสต์ “จิมมี่เป็นคนมีพรสวรรค์มากครับ เขาเป็นคนใจกว้างพอที่ให้ผมเติมความคิดตัวเองเข้าไป เขายอมรับความคิดของผมและความรู้สึกของผมมากพอจนทำให้มันเป็นรูปร่างขึ้นมาได้” เขากล่าว พวกเขาเลือกที่จะเลี่ยงสีสันฉูดฉาดเพื่อช่วยให้ได้ลุคของหนังปี 70 มีการถ่ายภาพทดสอบเพื่อหาว่าสีไหนเหมาะกับการถ่ายทำและมีการปรับแต่งสีให้ได้แบบนั้น โทนสีโดยรวมเริ่มจากสีสันแนวพีเรียด แต่พวกเขาตั้งใจตั้งแต่แรกว่าให้มีการสื่อถึงความเป็นอมตะ ทั้งลีโอเน็ตติและผู้ออกแบบฉาก บ็อบ ซีมบิคกี้ โตขึ้นที่ลอสแองเจลิสในยุค 70 และต่างมีแหล่งอ้างอิงโดยส่วนตัวสำหรับเรื่องความงามขั้นพื้นฐาน ในความเป็นจริงแล้วแรงบันดาใจสำหรับภายในบ้านของฟอร์มที่มีอาและจอห์นเริ่มต้นชีวิตคู่อันแสนสุขมาจากบ้านของพ่อลีโอเน็ตติเอง “เราใช้เป็นมาตรฐานและก็เริ่มจากตรงนั้นเลยครับ” ซีมบิคกี้กล่าว บ้านฟอร์มเป็นฉากหนึ่งที่มีความเข้มข้นมากในเรื่อง ทั้งในแง่ “ความน่ากลัว” และแง่ของเทคนิคที่ยุ่งยาก การบุกรุกเข้ามาในบ้านเริ่มจากมีอากับจอห์นอยู่บนเตียง มีอาตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงร้องและมองไปที่หน้าต่าง จะเห็นภาพเหมือนผู้ชมมองไปยังข้างนอกที่บ้านข้างๆ ท่ามกลางการโจมตีครั้งแรกของเหล่าลัทธิ จากนั้นกล้องจะกลับมาที่บ้านของฟอร์มที่โดนลัทธิจู่โจมมายังมีอาที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ ลีโอเน็ตติต้องการทำสิ่งที่รู้กันในฉากว่าเป็น “one-r” ซึ่งเป็นฉากหนึ่งที่ถ่ายทำเทคเดียวด้วยกล้องตัวเดียว ผู้กำกับฯ หล่อหลอมหลายคนให้เป็นตากล้อง ลีโอเน็ตติอธิบายว่า “ผมอยากดึงความสนใจของผู้ชมและพาพวกเขาไปด้วยกัน เหมือนพวกเขาเป็นคนที่ตื่นขึ้นมาบนเตียงและได้ยินเสียงคนร้อง พาพวกเขาไปอยู่ท่ามกลางความโกลาหลที่รุนแรง ซึ่งการทำแบบนั้นเราต้องมีการกำหนดโทนเรื่องและข้อเดิมพันของหนังทั้งเรื่องให้ดูสมจริงและออกมาจากภายใน” ทีมผู้ออกแบบฉากได้สร้างฉากห้องนอนของเพื่อนบ้านขึ้นมา ทุกอย่างเริ่มต้นจากที่นั่น ในสวนด้านหลังของบ้านฟอร์ม ทีมเอ็ฟเฟ็กต์ต้องร่วมงานกับลีโอเน็ตติ ทีมตากล้อง และนักแสดงของพวกเขาตามลำดับ “เราต้องให้ทุกคนมีการประสานกันทุกช่วงจังหวะ แต่หากเราทำได้มันก็คุ้มค่ามากนะ” ผู้กำกับฯ กล่าว ลีโอเน็ตติใช้ MoVI สำหรับการถ่ายฉากช็อตเดียวที่มีความซับซ้อน เขาอธิบายว่า “มันเป็นฉากลองเทค ทั้งกล้อง steady cam หรือกล้องแฮนด์เฮลด์ก็เก็บภาพทั้งหมดไม่ได้ ด้วยเทคโนโลยี MoVI เราจะได้สิ่งที่ดีที่สุดทั้ง 2 ด้าน คือกล้องจะอยู่ด้านบนคล้ายกับ steady cam และถ้าเราล็อคที่ยึดไว้ด้วยข้อศอก เราก็จะได้ภาพที่ตายตัวเหมือนกล้องแฮนด์เฮลด์” “จอห์นชอบพูดว่า ‘ไอเดียดีชนะเลิศ’ และเขาก็หมายถึงแบบนั้นจริงๆ” วานกล่าว “เราเข้าใจตรงกันว่าจะเล่นกับความเครียดทางจิตใจจากตรงไหนและสร้างความรู้สึกนั้นขึ้นมา แต่ ‘one-r’ เป็นเทคนิคของจอห์นและมันก็ทำให้ผู้ชมเกิดความกลัวมากขึ้นจริงๆ” ลีโอเน็ตติก้าวออกมาจากเก้าอี้ผู้กำกับฯ และเก็บภาพฉาก ระหว่างที่คีสต์ควบคุมกล้อง B เพื่อครอบคลุมการถ่ายทำ “มันท้าทายและน่าตื่นเต้นมากค่ะ” วอลลิสกล่าว “มีอะไรหลายอย่างเกิดขึ้น มีหลายอย่างที่ตื่นเต้น และทั้งหมดเกิดขึ้นในเทคเดียว เป็นการทำงานที่สนุกสนานมากค่ะ” ฮอร์ตันเห็นด้วยว่า “ครั้งแรกที่ผมนั่งอยู่กับจอห์น เขาเล่าถึงวิธีการถ่ายทำของเขาในฉากที่โดนทำร้ายช่วงแรก ฟังแล้วเจ๋งมากครับ และพอมาถ่ายทำจริงก็ยิ่งเจ๋งมากขึ้นอีก” ครัวในบ้านฟอร์มถูกสร้างขึ้นมาใหม่บนดาดฟ้าที่เป็นโรงจอดรถสำหรับฉากที่มีดอกไม้ไฟ ตอนที่มีอาซึ่งกำลังตั้งครรภ์ต้องอยู่ในบ้านกับตุ๊กตาแอนนาเบลล์ กองถ่ายเก็บภาพอพาร์ทเมนท์ Langham ใน Korea Town เป็นส่วนใหญ่ของตารางถ่ายทำ ทีมงานของซีมบิคกี้ได้สร้างห้องเลี้ยงเด็กและห้องอื่นๆ ขึ้นมาในเพนท์เฮาส์อพาร์ทเมนท์ของฟอร์ม ในห้องใต้ดินของ Langham พวกเขาได้สร้างลิฟต์และที่เก็บของขึ้นมา รวมถึงที่ทำงานของคุณพ่อเปเรซและภายในร้านหนังสือของอีฟลินด้วย ฉากต่างๆ มีรายละเอียดที่ซับซ้อน วอลลิสเล่าว่าจาเน็ต แอนแกรม ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกายได้เลือกเสื้อผ้าที่ดูคลาสสิคมีความเป็นอมตะเพื่อสะท้อนตัวตนของมีอา “เสื้อผ้าช่วยให้เข้าใจมีอาได้มากขึ้น แม้แต่ท่าทางและการเคลื่อนไหวของเธอ” วอลลิสกล่าว เธอชอบเสื้อผ้าตัวละครของเธอมาก “แม้ว่ายุค 70 จะมีความโดดเด่นในเรื่องของแฟชั่น จอห์นอยากให้มีอาแตกต่างจากคนอื่น เธอเป็นคนสงบเสงี่ยมมีรสนิยมคล้ายชาวยุโรป จาเน็ตเลือกเสื้อผ้าที่มีความคลาสสิคได้อย่างดีเยี่ยม มีการรวมเสน่ห์แบบเกรซ เคลลี ในการครอบคลุมมีอามากพอสมควรกว่าคนที่ร่วมแสดงกับเธอในตอนนั้น” หนังทุกเรื่องโดยเฉพาะหนังที่สร้างความกลัวให้ผู้ชมขั้นรุนแรง เพลงประกอบภาพยนตร์ของ “Annabelle” มีความสำคัญเป็นพิเศษมาก ลีโอเน็ตติขอความช่วยเหลือจากโจเซฟ บิชาร่าที่เคยแต่งเพลงให้เรื่อง “Insidious” และ “The Conjuring” ให้มาประพันธ์ดนตรี บิชาร่ามีความถนัดในเรื่องความหลอน ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรก เขาเคยประพันธ์เพลงให้หนังเรื่องก่อนของวานมาแล้ว “ผมรักโจครับ เขาเป็นคนน่าทึ่งและเป็นนักแต่งเพลงที่มีพรสวรรค์ ผมต้องพาตำนานให้เดินต่อไป” ลีโอเน็ตติกล่าว วานเล่าว่า “ระหว่างที่พยายามเก็บบรรยากาศที่คุ้นเคยเอาไว้ จอห์นก็ใส่ความพิเศษและความสยองลงไปในหนังเรื่องนี้ด้วย เขาสร้างผลงานได้น่าทึ่ง ผมตื่นเต้นที่ผู้ชมจะได้เห็นมัน ‘Annabelle’ จะสร้างความกังวลปนหลอน และทั้งหมดนั้นจะทำให้เกิดความสนุกมาก” ซาฟรานให้ความเห็นว่า “มันมีความกลัว การยกระดับเกิดขึ้นจริง จอห์นประคองมันไว้เรื่อยๆ จนกระทั่งความสยองทั้งหมดถูกปลดปล่อยออกมา มันตื่นเต้นถึงขีดสุดเลยล่ะ” ลีโอเน็ตติกล่าวสรุปว่า “ผมหวังว่า ‘Annabelle’ จะทำให้คุณอินจนฝังเกาะติดความคิด จิตวิญญาณ และเลือดเนื้อของคุณ ถ้าเลือดลมของคุณเริ่มสูบฉีดและขนแขนลุกตั้งก็เท่ากับว่าเราสร้างผลงานได้สำเร็จเรียบร้อยแล้ว”

# # # https://www.facebook.com/AnnabelleThailand

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram