อัลเลอร์เดล ฮอลล์ - สถาปัตยกรรมสยองแห่ง Crimson Peak

"อัลเลอร์เดล ฮอลล์"
สถาปัตยกรรมสยองแห่ง Crimson Peak  

 

 

อัลเลอร์เดล ฮอลล์ (Allerdale Hall) คือคฤหาสน์ทรงโกธิคขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่บนเนินเขาอันห่างไกลของอังกฤษ ที่นั่นมีความลับที่ถูกเก็บงำเอาไว้รุ่นแล้วรุ่นเล่า มันตั้งอยู่กลางที่เวิ้งว้าง รายล้อมด้วยที่เปิดโล่งที่มีแต่ดินและหิมะขาวโพลน อัลเลอร์เดล ฮอลล์ ตั้งอยู่เหนือเนินดินสีแดง ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ “ปราสาทสีเลือด”

ทุกห้องของคฤหาสน์มีความลับใหม่ จากเหมืองใต้ดินจนถึงห้องใต้หลังคาต้องห้าม จากห้องสมุดที่เก็บความลับ จนถึงลิฟต์ที่มีหน้าตาคล้ายกรงและดูเหมือนจะมีความคิดเป็นของมันเอง บ้านหลังนี้ถูกออกแบบมาจนเหมือนกับดักผีเสื้อ มันถูกออกแบบให้ล่อลวงและดักจับสิ่งที่สวยงามและไร้เดียงสา มันยังเป็นที่ซ่อนความลับที่มืดมิดที่สุดของตระกูลชาร์ป และเผยความจริงที่พูดไม่ได้ อันที่จริง ใครจะกล้าเผยความจริงนี้ออกมา

อัลเลอร์เดล ฮอลล์ บ้านที่มีผีสิงหลังนี้อาจเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของภาพยนตร์ Crimson Peak และยังทำหน้าที่เป็นเสมือนพาหนะให้กับโครงเรื่อง มันคือตัวละครที่น่ากลัวที่สุดของเรื่องนี้ ดินแดงที่ไหลซึมออกมาจากใต้พื้น เดล โทโร่คือศิลปินที่ต้องจินตนาการภาพขึ้นมาก่อนที่เขาจะลงมือสร้าง จึงไม่น่าแปลกใจเมื่อเขารวบรวมทีมงานที่จะเข้ามาสร้างจินตนาการของเขาให้กลายเป็นของจริงขึ้นมานั้น บ้านหลังนี้และองค์ประกอบทุกอย่างในบ้าน คือสิ่งที่เขาได้คิดเอาไว้แล้วในหัว บ้านหลังนี้คือตัวละครที่มีประวัติและความเป็นมาของมันเอง

 

 

- อัลเลอร์เดล ฮอลล์ คือ หนึ่งในตัวละครที่มีชีวิต พร้อมถ่ายทอดความสยองขวัญของเรื่อง -

 

ไม่มีบ้านหลังไหนที่สร้างความพอใจให้กับจินตนาการอันแจ่มชัดของ เดล โทโร่ ได้ ถ้าเป็นภาพยนตร์เรื่องอื่นๆ คงจะเลือกใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ด้วยการสร้างบ้านที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสยดสยอง แต่ เดล โทโร่ ตัดสินใจที่จะสร้างฉากขนาดใหญ่ขึ้นมา การสร้างบ้านผีสิงต้องการทั้งทีมออกแบบฉาก ผู้ก่อสร้าง และผู้ตกแต่งที่ต้องทำงานนานเกือบหกเดือน เพื่อให้ทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ทันเวลาถ่ายทำ การออกแบบเพื่อตอบสนองการทำงานของผู้กำกับภาพ แดน ลาสต์เซ่น คือส่วนสำคัญในทุกการสนทนา

ทุกคนในทีมทำการค้นคว้า รวบรวมองค์ประกอบด้านการออกแบบ โทนสี เนื้องาน และรูปทรง และนำเสนอกับ เดล โทโร่ เพื่อให้เขาพิจารณาและให้ความเห็น ผู้กำกับจะบอกทันทีว่าอะไรที่ใช้ได้และอะไรที่ใช้ไม่ได้ จากข้อกำหนดของ เดล โทโร่ ที่ว่า “เราต้องการรูปทรงเหลี่ยมสำหรับฉากในอเมริกา และรูปทรงกลมสำหรับฉากในสหราชอาณาจักร” ทุกการตัดสินใจจากผู้กำกับช่วยสร้างเสริมการตัดสินใจด้านการออกแบบของทีมงาน และสร้างโลกที่แตกต่างกันอย่างเด่นชัดตามที่ เดล โทโร่ ได้จินตนาการเอาไว้

 

 

- อัลเลอร์เดล ฮอลล์ ถูกสร้างขึ้นมาใหม่ทั้งหมด
เพียบพร้อมด้วยรายละเอียดของสถาปัตยกรรมแบบโกธิค -

 

สองอาทิตย์ก่อนที่การเตรียมงานถ่ายทำจะเริ่มต้นขึ้น โธมัส อี. แซนเดอร์ส โปรดักชั่นดีไซเนอร์ เดินทางมาถึงโตรอนโต้ พร้อมเทรเลอร์ขนาด 20 ฟุต พร้อมที่จะสร้างช้อปและสร้างโมเดลขึ้นมา กระบวนการทำงานของแซนเดอร์สมีความโดดเด่น ไม่มีใครในวงการนี้ที่สร้างโมเดลขนาดใหญ่เท่ากับเขา วิธีการของเขาซึ่ง แบรนด์ กอร์ดอน ผู้กำกับศิลป์ บอกว่าเป็น “ภาพสเก็ตช์แบบ 3D” คือเครื่องมือสำคัญในการกำหนดทุกองค์ประกอบของงานออกแบบสุดท้าย ซึ่งรวมถึงสัดส่วน กำแพง โครงสร้าง สีสัน และการตกแต่งสุดท้าย นอกจากนั้นยังต้องกำหนดทุกมุมที่จะมีการใช้กล้อง ขนาดของกำแพงแต่ละด้าน และทางเดินแต่ละจุด รวมถึงรายละเอียดในงานที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว คาเมรอน บรู๊ก ศิลปินอธิบายว่า “เพื่อสร้างภาพของคฤหาสน์หลังใหญ่ขนาดนี้ ทอม (โปรดักชั่นดีไซเนอร์) ต้องวางเส้นสายเพื่อหลอกสายตา หลอกให้คนดูคิดว่านี่คือพื้นที่ขนาดใหญ่จริงๆ” 

เดล โทโร่ ชี้แนะถึงความรู้สึกและโทนสีของตัวบ้าน โดยให้ข้อมูลอ้างอิงจากภาพยนตร์เรื่องก่อนๆ ที่เขาเคยทำงาน รวมไปถึงหนังสือและแหล่งข้อมูลอื่นๆ สำหรับเหมืองดิน กอร์ดอน เล่าว่า “เขานำหนังสือญี่ปุ่นที่มีภาพของบ่อน้ำสีสนิม มีสีเขียวนกเป็ดน้ำบนกำแพงมาให้ดู” เดล โทโร่ มีไอเดียเฉพาะเกี่ยวกับตัวอักษรที่ถูกวาดลงบนกำแพง ว่าลักษณะควรเป็นเช่นไร และการตกแต่งควรออกมาดูเก่าแค่ไหน และจะทำอย่างไรเพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าครั้งหนึ่งมันเคยเป็นสถานที่ที่หรูหราและมีราคาแพง

ทีมปฏิมากรได้สร้างโมเดลดินเป็นชิ้นส่วนสถาปัตยกรรมจากยุคสมัยนั้น ซึ่งไม่สามารถหาซื้อได้ โมเดลดินถูกนำไปทำเป็นแม่พิมพ์ และชิ้นส่วนต่างๆ ถูกผลิตขึ้นในจำนวนที่ต้องการ ทีมก่อสร้างมีมากถึง 120 คน และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่มีคนมากถึง 60 คนที่ทำงานอยู่ในแผนกทำแม่พิมพ์ ตั้งแต่ช่างปั้น ช่างปูน จนถึงคนที่ทำซิลิโคนให้กับคนที่ทำแจ็คเก็ต

 

             

อัลเลอร์เดล ฮอลล์ (Allerdale Hall) ไม่ใช่ฉากธรรมดา มันคือบ้านที่มีเพดาน ทางเดิน ที่เชื่อมห้องทุกห้อง ซึ่งต้องรวม 10 ฉากให้เป็นฉากเดียวกัน ไอเดียก็คือฉากที่ไร้รอยต่อเหล่านี้จะทำให้กล้องสามารถเคลื่อนไปแต่ละส่วนของบ้าน ไปยังส่วนข้างๆ โดยไม่ต้องใช้ฉากเชื่อมต่อที่สร้างด้วยคอมพิวเตอร์ในงานโพสต์โปรดักชั่น  

ห้องเพียงห้องเดียวที่เป็นอิสระจากฉากบ้านทั้งหลังก็คือห้องนอน “มันคือจุดแตกหัก” กอร์ดอน เล่า ทุกองค์ประกอบของฉากใหญ่ยักษ์ฉากนี้ต้องพร้อมในเวลาเดียวกัน “เราต้องการให้ส่วนของฉากด้านนอกเชื่อมต่อกับห้องพัก เชื่อมต่อกับบันไดขนาดใหญ่ เชื่อมต่อกับครัว เชื่อมต่อกับห้องเก็บถ่าน เชื่อมต่อกับอ่างล้างชาม เชื่อมต่อกับลิฟต์ เชื่อมต่อกับห้องโถงใหญ่ และชั้นบน อย่าลืมว่ามันคือชั้นบนที่มีทางเดิน 70 ฟุต และสูงขึ้นไปจนถึงห้องใต้หลังคาที่ชั้นสาม"

เหล่านักแสดงถึงกับแปลกใจเมื่อพวกเขาก้าวเข้าไปเหยียบในฉาก “เมื่อตอนที่ฉันเดินเข้าไปในฉากครั้งแรก ฉันถึงกับอึ้งไปเลย” เจสสิก้า แชสเทน นักแสดงผู้รับบท ลูซิลล์ ชาร์ป เล่า “ฉันไม่เคยเห็นอะไรอย่างนี้มาก่อนเลยค่ะ”    

ขนาดใหญ่โตมโหฬารของฉากนี้คือสิ่งที่หาได้ยากมากในงานสร้างภาพยนตร์ยุคใหม่ “มันเป็นฉากที่เรียบง่ายแต่ใหญ่ที่สุดเท่าที่ผมเคยเจอมาในชีวิต” ทอม ฮิดเดิลสตัน เห็นด้วย เขายกความดีความชอบให้ เดล โทโร่ ที่สร้างอนุสรณ์ที่กำลังพังพินาศของคฤหาสน์ที่เป็นที่กำเนิดเหตุเหนือธรรมชาติ มันมีทั้งความชั่วร้ายและความลับในแบบเดียวกับที่มนุษย์จะพึงกระทำ

 

 

- เมื่อกาลเวลาผ่านไป คฤหาสน์เก่าหลังนี้ก็ค่อยๆมีชีวิตขึ้น -

 

องค์ประกอบด้านการออกแบบยังรวมถึงผีเสื้อกลางคืน ที่ผู้กำกับต้องการให้แทรกอยู่ในตัวบ้าน ตามที่ เดล โทโร่ บอก “บ้านหลังนี้ต้องมีชีวิต” แซนเดอร์ส แนะนำว่าผิวของกำแพงก็คือผิวหนังของตัวบ้าน และรอยแตกก็เผยให้เห็นถึงเนื้อหนัง “ใช่ บ้านหลังนี้ปล่อยของเหลวออกมาด้วย” เดล โทโร่หัวเราะ 

ทีมงานของกอร์ดอนยังต้องเกี่ยวพันกับการสร้างงานสเปเชียล เอฟเฟ็กต์ โดยต้องทำเลือดดินที่ไหลออกมาจากพื้นและกำแพง พวกเขาต้องการวัตถุดิบที่มีทั้งความหนืด สีสัน และภาพลักษณ์ที่เหมาะสม เอฟเฟ็กต์เหล่านี้จะช่วยสร้างคุณลักษณะของบ้าน ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีชีวิต มีลมหายใจ และเลือดออกได้

โมเดลนี้ทำหน้าที่เป็นแผนที่ให้กับฉากขนาดเท่าของจริง บรู๊ก ใช้ปูนปลาสเตอร์ในการสร้างโมเดลและทำให้มันดูเก่าขึ้นเพื่อกำหนดว่าฉากของจริงจะออกมาเป็นอย่างไร การปิดผิวหน้าของฉากต้องใช้ทั้งเงินทองและเวลามากมาย ตามที่บรู๊กบอก “มันเป็นฉากที่ต้องสร้างให้หนามากเพื่อให้เกิดคลื่นบนกำแพงเก่าแก่ที่มีดินไหลออกมานานหลายสิบปี พวกเราพึงพอใจมากที่ได้เห็นงานที่สร้างขึ้น จนมันกลายเป็นฉากเท่าของจริง มันคือความฝันของงานศิลปะในการสร้างภาพยนตร์จริงๆ”

 

ผลงานล่าสุดของผู้กำกับที่มีจินตนาการล้ำเลิศที่สุดคนหนึ่งของวงการภาพยนตร์ กิลเลอร์โม่ เดล โทโร่ จะพาคุณดำดิ่งไปกับความลับอันน่าสะพรึงที่ซ่อนอยู่ภายใต้ปราสาทสีเลือดที่ถูกถ่ายทอดด้วยสถาปัตยกรรมโกธิคที่ทั้งเคร่งขรึมและน่าสยดสยองใน Crimson Peak วันนี้ในโรงภาพยนตร์!

เช็ครอบและจองตั๋วได้เลยที่นี่
www.majorcineplex.com/movie/crimson-peak

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram