โคตรมหากาพย์!! รวมสรุปหนัง20เรื่องของมาร์เวล ทุกเรื่อง ทุกเครดิต แชร์เก็บไว้อ่าน

 

Ironman (2008)

โทนี่ สตาร์ค (โรเบิร์ต ดาวนีย์ จูเนียร์) เศรษฐีพันล้านเจ้าของธุรกิจอุตสาหกรรมถูกผู้ก่อการร้ายในประเทศอัฟกานิสถานจับตัวไป เพื่อสร้างขีปนาวุธทรงพลัง ทว่าสตาร์คกลับนำวัตถุดิบมาสร้างชุดเกราะฮีโร่และใช้หลบหนีแทน เมื่อสตาร์คสามารถกลับมายังสหรัฐอเมริกาได้อย่างปลอดภัย เขาจึงพัฒนาชุดเกราะให้แข็งแกร่งกลายเป็น “ไอรอนแมน”

Post-Credit Scenes: เมื่อโทนี่ สตาร์คกลับมาถึงบ้านอันแสนรัก เขากลับพบชายผู้หนึ่งที่เขาไม่คุ้นหน้า ซึ่งชายผู้นั้นก็คือ นิค ฟิวรี่ หัวหน้าของหน่วยลับชีลด์ ผู้เผยความลับถึงจักรวาลขนาดใหญ่ที่มีโทนี่ สตาร์คเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น! และฟิวรี่ยังกล่าวถึง “Avengers Initiative” โครงการลับเพื่อกอบกู้โลกของหน่วยชีลด์ด้วย และหากสังเกตให้ดี เราจะเห็นโล่ของกัปตันอเมริกาโผล่เล็กๆในเรื่องด้วย  

สำหรับความแตกต่างระหว่างหนังและคอมิกส์ที่หลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้ นั่นก็คือ ในฉบับหนังนั้น จาร์วิส (J.A.R.V.I.S.) คือ ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ของสตาร์ค ที่ทั้งช่วยประกอบชุดไอรอนแมน ดูแลบ้านและแล็บของเขา ทว่าในคอมมิกส์นั้น จาร์วิส หรือ เอ็ดวิน จาร์วิส คือ พ่อบ้าน (แบบเป็นคนจริงๆ) ประจำตระกูลของโทนี่ สตาร์คและอดีตทหารอากาศของแคนาดานั่นเอง

นอกจากนั้นตัวละครอย่าง โอบาไดอาร์ สเตน (รับบทโดย เจฟฟ์ บริดเจส) จะเป็นเพื่อนสนิทของครอบครัวสตาร์คและเป็นหนึ่งในคนที่เลี้ยงดูโทนี่มาตั้งแต่เด็ก ทว่าในคอมิกส์นั้น แม้สเตนจะทำงานกับโฮวาร์ด สตาร์ค แต่ความรู้สึกที่เขามีต่อโทนี่กลับเป็นความเกลียดชังและเขายังพยายามยึดเอา สตาร์ค อินเตอร์เนชั่นแนลเป็นของตัวเองด้วยวิธีสกปรกต่างๆนานาด้วย

 

The Incredible Hulk (2008)

หลังได้รับรังสีแกมม่าส่งผลให้เนื้อเยื่อกลายพันธุ์ บรูซ แบนเนอร์ (เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน) นักวิทยาศาสตร์อัจฉริยะพยายามคิดค้นวิธีการรักษาเพื่อควบคุมการกลายร่างเป็นมนุษย์จอมพลังตัวเขียว หรือ ฮัลค์ ทำให้เขาต้องตัดขาดจากคนที่รักอย่าง เบ็ตตี้ รอส (ลิฟ ไทเลอร์) พร้อมกับหนีการไล่ล่าของนายพลรอส ที่หมายจะจับเขาไปศึกษาถึงพลังอันยิ่งใหญ่ ทว่าในขณะเดียวกันคู่ปรับสุดร้ายกาจของเดอะ ฮัลค์ก็ถือกำเนิดขึ้น นั่นก็คือ อะบอมิเนชั่น (Abomination) นั่นเอง!

Post-Credit Scenes: โรเบิร์ต ดาวนี่ย์ จูเนียร์ กลับมาปรากฏตัวเป็น โทนี่ สตาร์ค อีกครั้ง! พร้อมกับเจรจาชักชวนนายพลรอสให้ร่วมมือทำบางอย่างร่วมกัน ซึ่งทั้งคู่ต่างไม่ยอมอ่อนข้อให้ แม้นายพลรอสจะอยู่ในช่วงที่เมาแอ๋ที่สุดก็ตาม และยังมีช็อตสั้นๆของกัปตันอเมริกาที่ถูกแช่แข็งอยู่ภายใต้น้ำแข็งยักษ์ในฉากที่บรูซ แบนเนอร์กำลังเปลี่ยนเป็นฮัลค์ด้วย (ขอนับถือคนที่หาเจอ ตาดีมาก!)

ในหนังนั้น ดร. ซามูเอล สเติร์นส หรือที่รู้จักกันในนาม มิสเตอร์บลู คือผู้ที่พยายามช่วยรักษาแบนเนอร์ให้หาย ทว่าเขากลับโดนเอมิล บลอนสกี้ทำร้ายและติดเชื้อจากเลือดตัวอย่างของแบนเนอร์ ทำให้เขาเริ่มที่จะกลายพันธุ์ ซึ่งแตกต่างกับในคอมิกส์สิ้นเชิงตรงที่ว่า มิสเตอร์บลู คือโค้ดเนมที่ เบ็ตตี้ รอส ใช้เพื่อติดต่อกับแบนเนอร์ยามที่เขากำลังหนี ส่วนสเติร์นสนั้นกลายร่างเป็น The Leader เนื่องมาจากรังสีแกมม่าแบบเดียวกับที่แบนเนอร์ได้รับนั่นเอง 

ส่วนดร.เลนเนิร์ด แซมซัน (รับบทโดย ไท เบอร์เรล) ปรากฏตัวในฐานะแฟนคนปัจจุบันของเบ็ตตี้ รอส โดยในหนังนั้นยังไม่กล่าวถึงพลังของเขา แตกต่างกับดร.แซมซันฉบับคอมิกส์ที่เขาได้รับพลังเหนือมนุษย์จากรังสีแกมม่า และความแข็งแกร่งของเขาจะแปรเปลี่ยนไปตามความยาวของเส้นผมนั่นเอง

 

Ironman 2 (2010)

เมื่อโทนี่ สตาร์คเผยตัวตนว่าเขาคือไอรอนแมน เขาจึงถูกกดดันจากทางรับบาลและสื่อมวลชนให้เผยความลับถึงการสร้างชุดเกราะจอมพลังไอรอนแมนให้กับกองทัพ ทว่าสตาร์คปฏิเสธเพราะเกรงว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะตกอยู่ในมือของผู้ไม่ประสงค์ดี มีเพียงสาวคนสนิทอย่าง เพพเพอร์ พอทส์ (กวินเน็ท พัลโทรว์) และเพื่อนซี้อย่าง เจมส์ โรดดี้ โรดส์ (ดอน ชีเดล) ที่ยังคงเคียงข้าง สตาร์คจึงมุ่งมั่นคิดค้นชุดเกราะใหม่เพื่อรับมือกับศัตรูที่กำลังปรากฏตัวขึ้น!

Post-Credit Scenes: “ท่านครับ เราพบมันแล้ว” เมื่อสิ้นสุดเสียงของเจ้าหน้าที่ฟิล โคลสัน แห่งหน่วยลับชีลด์ เราก็จะได้ประจักษ์แก่ “ค้อนมโยลเนียร์” แห่งเทพเจ้าธอร์ที่ถูกค้นพบที่นิว เม็กซิโก ประเทศสหรัฐอเมริกา นอกจากนั้นในเรื่องก็ยังเชื่อมโยงไปถึงกัปตันอเมริกา ฮัลค์ และเบล็คแพนเธอร์ด้วย

อีกเรื่องที่หนังนั้นแตกต่างจากคอมิกส์ก็คือ ความสัมพันธ์ระหว่างโทนี่ สตาร์ค และ เพพเพอร์ พอทส์! เพราะในหนังพวกเขาปิ๊งปั๊งกันตั้งแต่ภาคแรก จนมาลงเอยรักกันได้ในภาค 2 นี้ ทว่าในคอมิกส์นั้น ถึงแม้ว่าเพพเพอร์จะชื่นชมสตาร์ค แต่พวกเขาก็ไม่ได้ตกหลุมรักกันเหมือนในหนัง ทว่าเพพเพอร์กลับไปตกหลุมรักผู้ช่วยของสตาร์คแทน ซึ่งก็คือ แฮปปี้ โฮแกน (ซึ่งในหนังรับบทโดย จอน ฟาฟวโร)

 

Thor (2011)

ธอร์ (คริส เฮมสเวิร์ธ) ทายาทเทพเจ้า นักรบผู้แกร่งกล้าแต่กลับยิ่งทะนงและไร้การไตร่ตรอง ทำให้เขาได้จุดเพลิงสงครามโบราณให้ลุกโชนขึ้นมาอีกครั้ง ทำให้โอดิน (แอนโทนี่ ฮอปส์กิ้น) พระบิดาขับไล่เขามายังโลกมนุษย์ ธอร์จำต้องใช้ชีวิตแบบมนุษย์และทำให้เขาได้พบกับ เจน ฟอสเตอร์ (นาตาลี พอร์ทแมน) นักวิทยาศาสตร์ ทว่าธอร์ยังต้องเผชิญบทพิสูจน์อันสาหัสเมื่อวายร้ายอันตรายจากโลกของเขาส่งกองทัพเก่งกล้าจากแอสการ์ดหมายคร่ามนุษย์โลก

Post-Credit Scenes: นอกจากท้ายเครดิตจะยืนยันว่า ธอร์ จะกลับมาใน The Avengers แล้ว ก็ยังมีซีนเล็กๆตามธรรมเนียมเรียกน้ำจิ้ม! เปิดฉากด้วย ดร.เอริก เซลวิกพบกับ นิค ฟิวรี่ (แซมมวล แจ๊คสัน) ในโกดังแห่งหนึ่ง ฟิวรี่สนใจในงานวิจัยของดร.เซลวิกที่เกี่ยวข้องกับมิติคู่ขนานมาก และโชว์ลูกบาศก์ปริศนาที่กำลังส่องแสงอยู่ภายในกล่องโลหะขนาดใหญ่ให้ดู (มันคือ เทสเซอแร๊ค หรือ คอสมิก คิวบ์ นั่นเอง)  และแล้วภาพในกระจกก็เผยโฉมหน้าของวายร้ายตัวเป้งอย่าง “โลกิ” (ทอม ฮิดเดิลสตัน) ผู้จะมาเป็นตัวป่วนใน Avengers แน่นอน!

 

Captain America : The First Avengers (2011)

เรื่องราวในยุคแรกของอาณาจักรมาร์เวลกำลังจะถูกเผย! เมื่อสตีฟ โรเจอร์ (คริส อีแวนส์) นายทหารหนุ่มได้สมัครเข้าร่วมโปรแกรมทดลองเซรุ่มชนิดพิเศษเพื่อกลายร่างเป็นทหารสุดแกร่งอย่าง กัปตันอเมริกา เขาได้ร่วมทีมกับบัคกี้ บาร์นส และเพ็คกี้ คาร์เตอร์ เข้าร่วมสงครามต่อต้านองค์กรร้ายอย่าง ไฮดร้า ซึ่งปกครองโดย เรด สกัลล์ ปีศาจกระโหลกแดง! (ซึ่งระหว่างการรบกันบารอน เฮนริค เซโม่ นั้น โรเจอร์ตกลงในมหาสมุทรอาร์คติกและถูกแช่แข็งตั้งแต่นั้นมา)เทสเซอแร็ค หรือ คอสมิก คิวบ์ (ท้ายเครดิตของธอร์) กลับมาปรากฏในหนังอีกครั้งในฐานะของตัวเดินเรื่องไปสู่ภาคต่อไป และยังเผยตัวละครในยุคแรกอย่าง ฮาเวิร์ด สตาร์ค พ่อของโทนี่ สตาร์คด้วย 

Post-Credit Scenes: เป็นการเชื่อมโยงกัปตันอเมริกาเข้าสู่โครงการรวมทีมปกป้องโลก โดยมี นิค ฟิวรี่ ปรากฏตัวเพื่อชักชวนให้โรเจอร์เข้าร่วม ตามด้วยทีเซอร์ยั่วน้ำลายของหนังรวมสุดยอดซูเปอร์ฮีโร่อย่าง The Avengers นั่นเอง

ในหนังนั้น เราจะเห็นความสัมพันธ์อันยาวนานระหว่าง บัคกี้ บาร์นส และ สตีฟ โรเจอร์ ในฐานะเพื่อนสมัยเด็ก โดยบาร์นสนั้นเก่งกาจและพัฒนาจนได้เลื่อนขั้นในกองทัพอยู่บ่อยครั้ง ในขณะที่โรเจอร์กลับถูกปฏิเสธจากกองทัพด้วยสภาพร่างกายของเขา ทว่าในคอมิกส์นั้น บาร์นสไม่ได้เป็นทหาร พ่อของเขาถูกฆ่าตายในการฝึกซ้อมก่อนที่สงครามจะเริ่มต้นขึ้น และเขาก็ถูกเลี้ยงในค่ายนั้น จนกระทั่งเขาได้ค้นพบว่า โรเจอร์คือ กัปตันอเมริกา และเพื่อป้องกันการรั่วไหลของตัวตน โรเจอร์จึงรับบาร์นสเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ด้วยกัน

 

Marvel’s The Avengers (2012)

นี่คือการรวมตัวของเหล่าสุดยอดซูเปอร์ฮีโร่อันยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ จับเอา ไอรอนแมน ธอร์ กัปตันอเมริกา ฮัลค์ ฮอว์คอาย และ แบล็ควิโดว์ มาฟาดฟันกับศัตรูตัวร้ายที่หมายจะรุกรานโลก ทำให้ นิค ฟิวรี่ ชายผู้มีอุดมการณ์ในการปกป้องโลกต้องสร้างทีมรวมดาวเพื่อพิทักษ์โลกให้พ้นภัยให้ได้ และในภาคนี้ เทสเซอแร็ค หรือ คอสมิก คิวบ์จะกลับมาช่วยสร้างความวุ่นวายบนโลกมนุษย์แน่นอน

Post-Credit Scenes: งานนี้จักรวาลกว้างใหญ่ยิ่งขึ้น เมื่อ ธานอส วายร้ายแห่งกาแล็กซี่อันไกลโพ้นปรากฏตัว! นอกจากนั้นภาคนี้ยังเชื่อมโยงไปสู่ Captain America : The Winter Soldier ด้วยคฑาของโลกิที่บรรจุ Mind Gem เอาไว้ ภายหลังโลกิถูกจับกุม คฑาก็ตกอยู่ในมือของบารอน วอน สตรัคเกอร์ แห่งองค์กรไฮดร้านั่นเอง 

สิ่งที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดระหว่างคอมิกส์และหนังนั้นก็คือ ที่มาของ นิค ฟิวรี่! ที่หนังใช้ฟิวรี่เป็นตัวเชื่อมเหล่าซูเปอร์ฮีโร่เข้าด้วยกัน ภายใต้โครงการลับของชีลด์อย่าง Avengers ซึ่งฟิวรี่เป็นคนปลุกชีพโรเจอร์ขึ้นมาหลังจากที่เขาหลับใหลอยู่ใต้น้ำแข็งในมหาสมุทรอาร์คติก โดยในคอมิกส์นั้น ฟิวรี่ปฏิบัติหน้าที่นำทัพหน่วยจู่โจมในชื่อของพวกเขาเองในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และยากมากที่ฟิวรี่และกัปตันอเมริกาจะมาพบกันได้ในช่วงปี 1940

 

Ironman 3 (2013)

หลังจากเหตุการณ์โจมตีของโลกิในนิวยอร์ค ทำให้โทนี่ สตาร์ค เปลี่ยนไปราวกับคนละคน ปัจจุบัน สตาร์คต้องเผชิญกับฝันร้ายและอาการนอนไม่หลับ สิ่งเดียวที่ช่วยเขาได้ คือการพัฒนาชุดต้นแบบไอรอนแมนเท่านั้น! ทว่าเมื่ออาณาจักรของสตาร์คต้องถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดีโดยกลุ่มวายร้ายนามว่า แมนดาริน สตาร์คจึงออกตามล่าเหล่าคนที่ต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทว่าในทุกย่างก้าวที่เขาเลือกเดินนั้น กลับเต็มไปด้วยอุปสรรคที่จะพิสูจน์ความแข็งแกร่งและความเข้มแข็งทั้งทางกายและทางใจของเขา พร้อมกับปริศนาที่รอการค้นหาคำตอบว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นนี้กับอดีตที่ผ่านมาของเขาเกี่ยวข้องกันอย่างไร

Post-Credit Scenes: เผยภาพของโทนี่ สตาร์คกำลังเข้ารับการบำบัดทางจิตกับด็อกเตอร์ผู้เก่งกาจ ทว่าด็อกเตอร์คนนั้นกลับเป็น บรูซ แบนเนอร์ แห่งเดอะฮัลค์ จอมโมโหร้ายนั่นเอง!

หนังเรื่องนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ส่งต่อไปยังการปะทะกันของเหล่า Avengers และวายร้าย อัลตรอน  โดยในฉบับหนังนั้น โทนี่ สตาร์ค และ บรูซ แบนเนอร์จะเป็นผู้ร่วมกันคิดค้นเทคโนโลยีที่มีส่วนทำให้เกิดอัลตรอนขึ้นมา (โดยสาเหตุที่ให้แบนเนอร์มีส่วนร่วมด้วยนั้น เป็นเพราะว่า แบนเนอร์อาศัยอยู่กับสตาร์ค และทั้งคู่ก็ยังทำงานด้วยกันเสมอ จนกลายเป็นความสัมพันธ์แบบ คู่หูนักวิทยาศาสตร์ ไปแล้ว)  ซึ่งแตกต่างจากฉบับคอมิกส์ที่ แฮงค์ พิม หรือมนุษย์มด Ant-Man เป็นคนคิดค้นขึ้น

 

Thor : The Dark World (2013)

ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับ โลกิ น้องชายสุดอันตรายที่สร้างความวุ่นวายมหาศาลเอาไว้ในนิวยอร์ค ทั้งคู่ต้องร่วมมือกันเพื่อปกป้องอาณาจักรทั้ง 9 จากกองทัพดาร์กเอลฟ์ ที่ตั้งใจจะให้จักรวาลทั้งหมดเข้าสู่ความมืดสนิท ซึ่งการต่อสู้แย่งชิงแสงสว่างนั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยในครั้งนั้นเหล่าดาร์คเอลฟ์ ต่างพ่ายแพ้ให้กับ โบร์ บิดาแห่งโอดิน ทว่าพวกเขามีขุมพลังอันร้ายกาจอย่าง “อีเธอร์” อยู่ในมือ ซึ่งมันจะทรงพลานุภาพมากก็ต่อเมื่อดาวทั้ง 9 ดวงเรียงเป็นเส้นตรง (ใช้เวลานานกว่าหลายพันปีจึงจะเกิดขึ้น)  มาเลคิธ แม่ทัพฝั่งดาร์คเอลฟ์ตั้งใจจะใช้พลังนั้นเพื่อกำจัด แต่ก็ถูกฝ่ายแอสการ์ดขโมยไป และนำไปฝังไว้ในที่ที่ลึกที่สุด ไม่ให้ใครหาเจอ ... จนกระทั่งปัจจุบัน! สงครามแย่งชิงแสงสว่างกำลังจะเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งแล้ว

Post-Credit Scenes:  เลดี้ซิฟ และโวลสแตกก์ นักรบพันธมิตรของธอร์นำเอา “อีเธอร์” หนึ่งใน Infinity Stone ที่บันดาลพลังมหาศาลก่อความวุ่นวายไปฝากไว้กับ The Collector ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย โดยที่ The Collector ก็รับปากว่าเขาจะดูแลเป็นอย่างดี พร้อมกับปิดท้ายเรื่องราวด้วยประโยคสั้นๆที่ทำเอาคนดูอยากดูต่ออย่าง “มาแล้ว 1 เหลืออีก 5” ... จักรวาลมาร์เวลกำลังขยายออกไปอย่างไม่รู้จบพร้อมด้วยปริศนาอีกมหาศาล!

และฉากท้ายเครดิตอีกอันที่แสนจะน่ารัก กุ๊กกิ๊กซะไม่มี นั่นก็คือ ธอร์ เทพเจ้าสายฟ้า บุตรแห่งโอดินกลับมายังโลกเพื่อหาสาวคนรักของเขา ซึ่งก็คือ เจน ฟอสเตอร์นั่นเอง พร้อมกับทิ้งท้ายภาพเจ้าสัตว์ประหลาดต่างมิติที่แสนจะน่ารักน่าเอ็นดู(?)                  

 

Captain America : The Winter Soldier (2014)

ภายหลังเหตุการณ์ปะทะในนิวยอร์ค สตีฟ โรเจอร์ หรือ กัปตันอเมริกา พยายามปรับตัวให้เข้ากับโลกปัจจุบันและใช้ชีวิตอย่างเงียบๆในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ทว่าเมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยชีลด์ถูกโจมตี โรเจอร์จึงทุ่มแรงเอาตัวเข้าไปขัดขวางเหตุการณ์อันเป็นภัยคุกคามโลก พร้อมผนึกกำลังกับ แบล็ค วิโดว์ และพันธมิตรใหม่อย่าง ฟอลคอน ในการขจัดเหล่าร้ายนักฆ่าระดับพระกาฬที่ถูกส่งมาเพื่อฆ่าเขา ความจริงอันดำมืดกำลังจะถูกเปิดเผย เมื่อกัปตันอเมริกาต้องสู้กับสุดยอดวายร้ายที่เขาไม่คาดคิดอย่าง The Winter Soldier ผู้มาพร้อมกับพลังเหนือมนุษย์

Post-Credit Scenes:  จอส วีดอน ผู้กำกับ Avengers : Age of Ultron คือผู้สร้างเครดิตซีนที่ซุกซ่อนความลับของจักรวาลมาร์เวลเอาไว้ ภายหลังจากที่หน่วยลับชีลด์ล่วงรู้ว่าองค์กรไฮดราแฝงตัวอยู่อย่างลับๆและคิดจะใช้หน่วยชีลด์เป็นฉากบังหน้าในการก่อการร้าย องค์กรนี้จึงยุบตัวลงเพื่อความปลอดภัย ... ภาพตัดมา ณ ห้องทดลองใต้ดินแห่งหนึ่ง เผยภาพของบารอน วอน สตรัคเกอร์ พร้อมลูกน้องได้ครอบครองคฑาของโลกิที่บรรจุ Mind Gem เอาไว้ ซึ่งพวกเขาใช้คฑาเหล่านี้ในการปลุกพลังในตัวของเหล่ามนุษย์ให้ตื่นขึ้น โดยเฉพาะหนูทดลอง 2 ตัวอย่างเปโตร แม็กซิมอฟฟ์ (ควิกซิลเวอร์) และ แวนด้า แม็กซิมอฟฟ์ (สการ์เล็ต วิทช์) ... ยุคแห่งปาฏิหาริย์กำลังใกล้เข้ามาแล้ว!

นอกจากนั้นยังมีอีกซีนหนึ่งที่เปิดเรื่อง ณ งานแสดงเชิดชูกัปตันอเมริกาและกองทัพที่พิพิธภันฑ์สมิธโซเนี่ยน ชายผู้หนึ่งมุ่งตรงไปที่ประวัติของ เจมส์ บูคาแนน บัคกี้ บาร์นส  ฮีโร่อเมริกันผู้ตกอับ ในขณะที่เขากำลังอ่านเรื่องราว ทำให้เขารู้ว่าสิ่งที่สตีฟ โรเจอร์พูดนั้นมีความหมาย และทำให้ “เขา” บัคกี้ บาร์นส หวนคืนสู่ทางสว่างอีกครั้ง!

ภาคนี้ถือว่าเป็นจุดเชื่อมต่อที่ส่งผลสำคัญต่อ Avengers : Age of Ultron ค่อนข้างมาก เพราะเมื่อหน่วยชีลด์อันเป็นผู้ก่อตั้ง Avengers ได้ยุบลงแล้ว ต่อจากนี้ไปเหล่า Avengers จะเหลือเพียงแค่พวกเขาเท่านั้น ซึ่งมีช็อตแวบๆที่ฉายให้เห็นสตาร์กทาวเวอร์เปลี่ยนโลโก้ด้วย!

 

Guardian of Galaxy (2014)

คราวนี้เราจะได้เห็นการปะทะกันท่ามกลางอวกาศแล้ว เมื่อ ปีเตอร์ ควิลล์ นักท่องอวกาศลูกครึ่งมนุษย์ ถูกหมายหัวจากนักล่าเงินรางวัลด้วยจำนวนเงินมหาศาล จากการที่เขาเข้าไปขโมยวัตถุทรงกลมลึกลับที่เป็นที่ต้องการของ โรแนน วายร้ายที่หมายคุกคามจักรวาลทั้งหมด (ซึ่งเขาทำภายใต้คำสั่งของวายร้ายตัวเป้งอีกตัว!) การไล่ล่าข้ามจักรวาลจึงเริ่มต้นขึ้น ทำให้ควิลล์ต้องจำใจเข้าร่วมการต่อสู้กับพันธมิตรสุดประหลาดอีก 4 คน ได้แก่ ร็อคเก็ต แร็คคูณดัดแปลงพันธุกรรมพกปืนขาโหด, กรูท ฮิวแมนอยด์รูปร่างต้นไม้, กาโมร่า นักรบและมือสังหารที่โรแนนส่งมาชิงวัตถุนั่น และ แดร็กซ์ เดอะ เดรสทรอยเยอร์ จอมทำลายผู้หมายแก้แค้นโรแนน ทว่าเมื่อทั้ง 5 ล่วงรู้ถึงความจริงของพลังและความยิ่งใหญ่ของวัตถุนั่น ที่ส่งผลได้ถึงการเปลี่ยนแปลงจักรวาล พวกเขาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องจักรวาลนี้เอาไว้ให้จงได้!   

Post-Credit Scenes:  เปิดซีนด้วย The Collector หรือ ทานิเลีย ทิวาน นั่งอยู่ท่ามกลางพิพิธภัณฑ์สะสมที่ถูกแรงระเบิดจากออร์บ หรือวัตถุลึกลับสีม่วง หนึ่งใน Infinity Stone เขาบรรจงจิบมาร์ตินี่ พร้อมกันกับที่เจ้าหมาอวกาศโซเวียต (ซึ่งจะมีบทบาทในอนาคตนะครับ ดูไว้ดีๆ) ปลอบโยนเขาด้วยการเลียหน้า และแล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะการปลอบโยนของทั้งคู่ พร้อมกับเผยให้เห็นหน้าของเจ้าเป็ดอวกาศที่นั่งดื่มมาร์ตินี่ ใช่แล้ว! เขาคือ โฮวาร์ด เดอะ ดั๊ก (Howard The Duck) หนึ่งในตัวละครจากมาร์เวล สร้างโดย สตีฟ เกอร์เบอร์ และ วาล เมเยอร์ริค

โฮวาร์ด เดอะ ดั๊ก เป็นตัวละครที่สร้างเพื่อเสียดสีผู้คนในสังคม รวมไปถึงพฤติกรรมต่างๆของตัวละครในมาร์เวลด้วย ผ่านการถ่ายทอดมุมมองจากคนนอกนั่นเอง ซึ่งเจ้าเป็ดตัวนี้ก็ผ่านการผจญภัยในห้วงอากาศและการต่อสู้เพื่อจักรวาลมามากเลย (เจ้าเป็ดตัวนี้เคยล้อเลียนไอรอนแมน ฮัลค์ กัปตันอเมริกา มาแล้วด้วยนะครับ)

 

 

 Avengers Age of Ultron 
เล่าเรื่องราวต่อเนื่องจากภาคแรกและ Captain America : The Winter Soldier  ที่ประเทศโซโคเวีย (ประเทศสมมติ) ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานทัพลับของสตรักเกอร์ ที่ครอบครองคฑาที่บรรจุ Mind Stone  หนึ่งใน Infinity Stones ระหว่างนั้นสตรักเกอร์กำลังทดลองบางสิ่งบางอย่างที่อาศัยพลังงานจากคฑาโลกิอยู่ [อยู่ใน End Credit ของ The Winter Soldier]   ซึ่งทีม Avengers ต้องไปตามทวงคฑาคืนมาเพื่อยับยั้งแผนการชั่วร้าย  หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจโทนี่ สตาร์คค้นพบบางอย่างที่สามารถนำไปสู่การสร้างอัลตรอน หุ่นยนต์ที่มีปัญญาประดิษฐ์คิดเองได้ โดยโทนี่ หมายใจจะให้อัลตรอนมาปกป้องโลก แต่โครงการกลับผิดพลาด  เมื่ออัลตรอนคิดว่าการปกป้องโลกที่ดีที่สุดคือการล้างมนุษย์ให้หมดสิ้นไปจากโลก นำพาหายนะอันยิ่งใหญ่มาสู่โลก และเหล่าอเวนเจอร์ต้องรวมตัวกันตามล้างตามเช็ดสิ่งที่โทนี่ สตาร์คก่อกำเนิดมันขึ้นมา เรื่องราวมหาสงครามจึงเกิดขึ้นอีกครั้ง 

 

 

Post Credit : Thanos เริ่มเซ็งเกี่ยวกับการตัดขัดหลายๆอย่างในการรวบรวม Infinity Stones ของเขา เขาจึงลุกขึ้นเปิดตู้คว้า Infinity Gauntlet มาใส่ก่อนจะพูดว่า “ข้าทำเองก็ได้”

 

 

 Ant - Man
เป็นเรื่องราวของสก๊อตต์ แลงค์ ชายหนุ่มผู้กำลังประสบปัญหาในชีวิต เพิ่งออกจากคุก ตกงาน ภรรยาไปมีแฟนใหม่และกีดกันไม่ให้เจอเจอลูกสาวจนกว่าเขาจะทำตัวสมกับความเป็นพ่อ โชคชะตาพาให้เขาไปรู้จักกับภารกิจระดับโลกของ ดร.แฮงค์ พิม ผู้คิดค้นเครื่องย่อมวลสาร ซึ่งพิมพยายามเก็บโครงการนี้ไว้เพราะมองว่ามันจะสร้างอันตรายให้กับโลก แต่ ดร.ครอส ศิษย์เอกของพิมกับหักหลังเขาและรื้อมันมาสร้างใหม่ในชื่อ Yellow Jacket พร้อมขายให้กับคนที่มีอำนาจทางการเงินสูงที่สุด โดยไม่แคร์ว่าจะดีหรือเลว ? แฮงค์ พิม เลยต้องการให้ สก๊อตต์ สวมบท Ant-Man เข้าไปหยุดยั้งโครงการนี้ 

Post Credit :  Hank Pym เปิดชุดรุ่นใหม่ล่าสุดของ Wasp ให้ Hope van Dyne ดูก่อนที่เธอจะพูดว่า “ในที่สุดก็ได้เวลาซักที”

 Captain America และ Falcon กำลังคุยกันว่าจะเอายังไงกับ Winter Soldier ที่กำลังถูกจับอยู่นี้ดี Falcon จึงเสนอถึงชายคนหนึ่งที่อาจช่วยพวกเขาได้...

 

Captain America Civil War (2016)
เป็นเรื่องราวของการฉายภาพให้เห็นอีกมุมของเบื้องหลังปฏิบัติการกอบกู้โลกของทีมอเวนเจอร์ที่สร้างความเสียหายและการสูญเสียให้กับครอบครัว คนในสังคม ซึ่งทางรัฐต้องการแก้ไขปัญหานี้ด้วยการกำหนดกรอบกฎหมายเข้ามาควบคุมการปฏิบัติภารกิจของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของสตีฟ โรเจอร์ ทำให้บรรยากาศมาคุเริ่มต้นขึ้น ความแตกแยกเริ่มทวีขึ้นเมื่อวินเทอร์ โซลเยอร์ หรือ บัคกี้ เข้ามาเป็นปมเพิ่มขึ้นไปด้วย ต่างฝ่ายต่างมีจุดยืนที่แน่ชัดของตัวเอง การต่อสู้โดยมีข้ออ้างว่า เพื่อปกป้องโลกและปกป้องทีมจึงบังเกิดขึ้น ซึ่งในภาคนี้จุดแตกหักที่สำคัญคือ โทนี่ สตาร์ค ล่วงรู้ความลับที่ว่า บัคกี้ คือตัวการที่สังหารพ่อแม่ของเขา ในขณะที่กัปตันอเมริกาเลือกที่จะเข้าข้างบัคกี้และพาเขาไปรักษาตัวที่วาคานด้า อาณาจักรของBlack Panther 

 Post Credit : Steve Rogers ได้พา Bucky มารักษาตัวและกล่าวขอบคุณ T’Challa ที่ช่วยให้พวกเขาได้หลบซ่อนใน Wakanda แห่งนี้

 

- Peter Parker นอนพักอยู่บนเตียงและคุยกับป้า May เกี่ยวกับตาที่บวมของเขา เมื่อป้า May เดินออกจากห้องไป Peter ก็เปิดเครื่องยิงใยที่มีแสงออกมาให้เห็นถึงออพชั่นต่างๆมากมาย

 

 

Doctor Strange  (2016)  
เป็นเรื่องราวของ ด็อกเตอร์สตีเฟน สเตรนจ์ (เบเนดิกต์ คัมเบอร์แบตช์) ศัลยแพทย์มือหนึ่งที่ภายในจิตใจของเขาเต็มไปด้วยอีโก้ ความทะเยอะทะยาน มีชื่อเสียงและความสำเร็จเป็นที่ตั้ง จนกระทั่งเหตุการณ์พลิกผันในชีวิตเกิดขึ้น เมื่อเขาต้องประสบอุบัติเหตุแล้วพบว่าร่างกายของเขาไม่สามารถรักษาได้ด้วยวิทยาการของโลกสมัยใหม่อีกต่อไป โชคชะตานำพาเขาไปค้นพบสถานที่แห่งหนึ่งที่ซึ่งเป็นสำนักฝึกฝนให้เขาได้รู้จักกับศาสตร์ลึกลับที่คุมชะตาของจักรวาลและโลกไว้ โดยมี แอคเชียนวัน เป็นผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้ ณ สถานที่แห่งนั้น เขาเริ่มรู้ว่า การที่เขามาที่นี่ไม่ใช่เพียงรักษาตัวเองเท่านั้น แต่เป็นการพิทักษ์โลกในอีกมุมที่เราไม่เคยได้สัมผัส รับรู้มาก่อน ซึ่งในเรื่องนี้เรายังจะได้เห็น Eye of Agamotto หรือ ดวงตาแห่งอกาโมโต้ ที่ข้างในมีอัญมณีแห่งกาลเวลา ใช้สำหรับป่วนห้วงเวลาย้อนกลับไปมาได้นั่นเอง 

 

Post Credit :  Doctor Strange ถาม Thor ว่าพา Loki มาที่โลกทำไม ก่อนที่จะรู้ว่าพวกเขามาเพื่อตามหา Odin. Strange จึงตัดสินใจช่วยเหลือเพื่อให้ชาวแอสการ์ดทั้ง 3 ได้กลับบ้านและไปจากโลก

-Karl Mordo กลับไปหา Jonathan Pangborn และชิงเอาเวทมนต์ออกมา ก่อนที่จะทิ้งท้ายไว้ว่าเขารู้แล้วจะช่วยโลกยังไง “โลกนี้มันมีจอมเวทย์มากเกินไป”

 

 

Guardians of the Galaxy Vol.2
กับการกลับมาอีกครั้งของก๊วนผู้พิทักษ์อวกาศ ที่เกรียนและกวนบาทามากที่สุด ในครั้งนี้พวกเขาต้องหลบหนีการไล่ล่าจาก Ayesha ราชินีแห่งเผ่าพันธุ์โซเวเรียนผู้ทรงภูมิ เพราะร็อคเก็ตแรคคูนดันไปขโมยของสำคัญของดาวดวงนี้มา ท่ามกลางการผจญภัยนั้น พวกเขาได้ร่วมค้นหาความจริงเกี่ยวกับพ่อแท้ ๆ ของปีเตอร์ ควิลล์ หรือสตาร์ลอร์ด ที่ซ่อนอดีตและความคิดครอบงำจักรวาลอันแสนยิ่งใหญ่เอาไว้

ขณะเดียวกันความเสื่อมศรัทธาในตัว ยอนดู ของเหล่าราเวนเจอร์ ก็ทำให้เขาจำต้องร่วมทีมกับเหล่า Guardians of the Galaxy ผจญภัยทวงคืนทุกสิ่งกลับมา พร้อมพิสูจน์ความเป็นพ่อที่แท้จริง ส่วนกาโมร่าก็ต้องมาเผชิญหน้ากับเนบิวล่าอีกครั้ง พร้อมกับแนะนำสมาชิกใหม่สู่ทีมอย่าง แมนทิส เหล่าผู้พิทักษ์ต้องเอาตัวรอดในห้วงอวกาศที่แสนบ้าบอ แต่หนักหน่วงด้านอารมณ์อีกครั้ง นับเป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่มาร์เวลรังสรรออกมาได้ตามมาตรฐาน พร้อมกับบทสรุปเรื่องราวอันแสนเศร้า ที่จะเชื่อมโยงสู่มหาศึก Infinity War

-Kraglin กำลังพยายามที่จะควบคุมลูกศร Yaka อดีตอาวุธของ Yondu และจากความไม่ชำนาญทำให้ลูกศรไปปักบนไหล่ของ Drax

-Stakar Ogord ได้แรงบันดาลใจจากการเสียสละของ Yondu เขาจึงชวนภรรยาของเขา Aleta Ogord และสหายอย่าง Martinex, Charlie-2, Krugarr และ Mainframe เพื่อกลับมารวมทีมเก่าของพวกเขา

-Ayesha ได้บอกกับสาวใช้ว่า เธอได้สร้างบางอย่างขึ้นมาเพื่อทำลายเหล่า Guardians of the Galaxy และเธอตัดสินใจแล้วที่จะเรียกมันว่า Adam

-Peter Quill เดินเข้ามาบ่น Groot วัยรุ่นที่กำลังติดเกมส์

-The Watcher เดินหนีจาก Stan Lee ผู้ที่ยังยืนยันให้อยู่ฟังการผจญภัยของเขาก่อน

 


Spider-Man: Homecoming (2017)
เป็นเหตุการณ์หลังจาก Captain America: Civil War ที่สไปเดอร์แมน ได้ไปร่วมเปิดตัวความมันส์มาก่อนหน้านี้ในทีมของโทนี่ สตาร์ค ชีวิตของปีเตอร์ พาร์คเกอร์ ( ทอม ฮอลแลนด์ )กลับสู่ชีวิตวัยรุ่นปกติ ไปโรงเรียน ตอบปัญหาวิชาการ ต่อเลโก้กับเพื่อน และ งานพรอมคืนสู่เหย้า แต่ชีวิตหลังจาก Civil War มันไม่ง่ายเลย เมื่อ ปีเตอร์พยายามพิสูจน์ตัวเองให้โทนี่ สตาร์ค เห็นว่า แม้เขาจะเป็นเด็กแต่ก็สามารถต่อกรกับวายร้ายได้ เขาเลยเริ่มปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือผู้คนตั้งแต่ภารกิจเล็ก ไป จนถึงภารกิจใหญ่ที่เขาจะต้องยับยั้งวายร้ายอย่าง วัลเจอร์ (ไมเคิล คีตัน) ชายในชุดเกราะเหยี่ยวยักษ์ที่มาพร้อมกับอาวุธทรงอานุภาพในการทำลายล้าง

 

Post Credti : Mac Gargan ได้เข้ามาคุยกับ Adrian Toomes ในคุก พร้อมกับบอกว่าเราเป็นเพื่อนกันเพราะเราต้องการที่จะฆ่า Spider-Man เหมือนกัน อีกทั้งเขายังได้ยินข่าวลือมาว่า Toomes รู้ว่าตัวจริงของ Spider-Man เป็นใคร จึงเข้ามาถาม แต่ Toomes ก็ได้ปฏิเสธข้อเสนอและบอกว่าเขาไม่รู้ว่าตัวจริงเป็นใคร

-วิดีโอภาพ Captain America ที่ออกมาสอนให้แฟนๆรู้จักอดทนในการรอคอย

 


Thor: Ragnarok (2017)
2 ปีผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ใน Avengers: Age of Ultron ธอร์ (คริส แฮมส์เวิร์ธ) ออกผจญภัยเพื่อตามหาเบาะแสของ Infinity Stones จนกระทั่งเขาได้พบว่าอันตรายในชื่อ Ragnarok กำลังคืบคลานมาสู่แอสการ์ด แต่เมื่อเขากลับไปยังบ้านเกิด กลับได้เห็นว่า โลกิ (ทอม ฮิดเดลตัน) น้องชายจอมเจ้าเล่ห์ได้เนรเทศ โอดิน (แอนโทนี ฮอปส์กิน) ออกไปและปลอมตัวเป็นบิดาแห่งแอสการ์ดแทน ธอร์จึงบังคับให้โลกิพาไปตามตัวพ่อของพวกเขากลับคืน แต่นั่นทำให้เขาต้องเจอกับเทพีแห่งความตาย เฮลา (เคท แบลนเช็ต) ที่หมายจะยึดบัลลังก์แห่งแอสการ์ดเป็นของเธอ พวกเขาเข้าปะทะกัน ธอร์ไม่สามารถทำอะไรเฮลาได้แม้แต่น้อย หนำซ้ำค้อนคู่ใจอย่างโยเนียร์ยังถูกทำลายไม่เหลือชิ้นดี ทุกอย่างยิ่งเลวร้ายเมื่อธอร์ถูกซัดหลุดออกจากจักรวาลไปยังดาวซาคาร์ ที่นั่นเขาถูกจับตัวโดย วัลคีรี (เทสซ่า ทอมป์สัน) กลายเป็นนักสู้ที่ต้องเผชิญหน้าเพื่อเอาชนะกับอดีตเพื่อนร่วมงาน ฮัลค์ (มาร์ค รัฟฟาโล) ขวัญใจคนล่าสุดแห่งซาคาร์ เพื่อหาหนทางที่จะกลับไปทวงแอสการ์ดคืน ซึ่งตอนท้ายของเรื่องนำไปสู่เหตุการณ์ที่ แอสการ์ด ล่มสลาย

'

Post Credit : Loki เข้ามาคุยกับ Thor เกี่ยวกับการอพยพที่จะพาชาวแอสการ์ดไปยังโลก แต่ยังไม่ทันได้ความยานอวกาศลำยักษ์ของ Thanos ก็โผล่มาอยู่ด้านหน้าของพวกเขา

-The Grandmaster ได้ออกมาเจอประชาชนชาว Sakaar โดยบอกว่าการปฏิวัตินั้นเสมอกัน

 

Black Panther  (2018)
หนังเรื่องนี้ว่าด้วยผลพวงจากการสูญเสียกษัตริย์ทีชาก้า ไปในเหตุวางระเบิด ณ ที่ประชุม UN ทำให้เจ้าชายทีชัลล่า ต้องก้าวขึ้นสู่บัลลังก์แห่งวาคานด้า อาณาจักรที่ปิดบังความลับจากโลกภายนอกมาอย่างยาวนาน พวกเขาซ่อนแร่ไวเบรเนียมอันทรงพลังเอาไว้ แร่อาณุภาพสูงจากอุกกาบาตต่างดาวที่สามารถกลายเป็นอาวุธที่แข็งแกร่ง โดยในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้เอง ทีชัลล่าต้องรับมือกับบททดสอบการเป็นกษัตริย์ พร้อมกับการท้าชิงจาก อีริค คิลมองเกอร์  ศัตรูร้ายที่เกิดมาจากอดีตอันดำมืด  หนังพาเราไปพบวิทยาการล้ำหน้าของวาคานด้า ซึ่งจะกลายเป็นสนามรบสำคัญในการตั้งรับศึกธานอส

Post Credit : T’Challa พร้อมองครักษ์เดินทางมายังโลกภายนอกเพื่อกล่าวแถลงเปิดประเทศ Wakanda เพื่อช่วยพัฒนาโลก นักข่าวได้ถามว่า Wakandaเหรอ? จะช่วยพวกเรายังไง? ฝ่าบาทก็มีแต่รอยยิ้มกลับไปให้

-Shuri เข้ามาหา Bucky Barnes ผู้ที่เพิ่งฟื้นตัวขึ้นมา และบอกเขาว่า เขายังมีอีกหลายอย่างที่ต้องเรียนรู้

 

Avengers: Infinity War (2018)
ธานอสและสมุนออกตามหา อัญมณี Infinity โดยจุดประสงค์ล้างครึ่งจักรวาลเพื่อคืนสมดุล เหล่าฮีโร่แบ่งออกเป็น 3 ทัพใหญ่ ไอรอนแมน และ ดร.สเตรนจ์ รวมทีมกับกลุ่มการ์เดี้ยนฯ ไปยับยั้งธานอสที่ดาวไททั่น, ธอร์ ต้องไปสร้างอาวุธเทพใหม่แทนค้อนโยเนียร์เพื่อนำมาสังหารธานอส,ฮีโร่บนพื้นโลกนำทีมโดยกัปตันอเมริกาและราชาเสือดำ ใช้วาคานด้าเป็นสนามตั้งรับศึก โดยมีซูริ น้องสาวของทีชัลล่า ผู้ฉลาดที่สุดในจักรวาลมาร์เวล ทำหน้าที่แยกอัญมณีที่อยู่ในหน้าผากวิชั่นออกมา แต่สุดท้าย ธานอสก็ครอบครอง อัญมณี Infinity  ทั้งหมดได้และทำการดีดนิ้วล้างจักรวาลสำเร็จ

 

Post Credit : Nick Fury รีบส่งสัญญาณบางอย่างหาใครบางคนก่อนที่เขาและ Maria Hill จะหายตัวไปจากการกำจัดของ Thanos หลังจากที่เขาหายไปสัญลักษณ์ Captain Marvel ก็โผล่ขึ้นมา!

 

Ant-Man and the Wasp 
หลังเหตุการณ์ทีมกัปตันอเมริกาถูกจับเพราะละเมิดต่อสนธิสัญญาโซโคเวีย ทำให้ สก็อตต์ แลงค์ ได้รับโทษกักบริเวณในบ้านของตัวเองเป็นเวลา 2 ปี ในขณะที่แฮงค์ พิม และ โฮป ลูกสาวของเขา ต้องหลบหนีจากการจับกุมจากทางการ  และตัดขาดการติดต่อกับสก็อตต์ ด้วยความโกรธที่เขาเอาชุดไปใช้แล้วยังทำให้ครอบครัวของพิมได้รับความเดือดร้อน สนธิสัญญาโซโคเวียกระทบมาถึงเนื้อเรื่องหลักของ ant man and the wasp เพราะความวุ่นวายในเรื่องมาเกิดขึ้นในช่วงสามวันสุดท้ายก่อนที่ สก็อตต์ แลงค์  จะพ้นโทษ โดย แฮงค์ พิม และ โฮป ได้ให้  สก็อตต์ แลงค์ มาช่วยเหลือด้วยการบอกตำแหน่งของเจเน็ต ภรรยาที่ติดอยู่ในมิติควอนตั้ม 

 Post Credit :  แอนท์-แมน และ เดอะ วอสพ์ ไมได้ปรากฎตัวใน Infinity War นั้นเป็นเพราะพวกเขากำลังวุ่นอยู่กับภารกิจการผจญภัยในมิติควอนตัมกันอยู่ แต่ด้วยตัวภาพยนตร์ที่จบสมบูรณ์ที่ดูมีความสุขกันทุกฝ่าย แต่ฉากท้ายเครดิตตัวแรกกลับทำลายทุกอารมณ์ไปหมดสิ้น สก็อตต์ที่ต้องเข้าไปในมิติควอนตัมเพื่อเก็บพลังงานกับมารักษาเพื่อนใหม่อย่าง Ghost กลับถูกทิ้งให้เคว้งขวางอยู่ในมิตนั้นเพราะแฮงก์, โฮป และ เจเน็ตต่างเป็นเหยื่อการดีดนิ้วล้างจักรวาลของธานอส ทำให้พวกเขาสลายกลายเป็นผุยผง คำถามที่เหลืออยู่ก็คือ สก็อตต์ จะหลุดออกมาจากมิติดังกล่าวได้อย่างไร แล้วหนึ่งในคำเตือนของเจเน็ตเกี่ยวกับ Time Vortexes จะมีผลอย่างไรต่อไปกับเนื้อเรื่องของภาพยนตร์มาร์เวลในอนาคต 

 

 

-Steve Rogers ได้พา Bucky มารักษาตัวและกล่าวขอบคุณ T’Challa ที่ช่วยให้พวกเขาได้หลบซ่อนใน Wakanda แห่งนี้

-Peter Parker นอนพักอยู่บนเตียงและคุยกับป้า May เกี่ยวกับตาที่บวมของเขา เมื่อป้า May เดินออกจากห้องไป Peter ก็เปิดเครื่องยิงใยที่มีแสงออกมาให้เห็นถึงออพชั่นต่างๆมากมาย

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram