ข้อมูลและตัวอย่าง "Alex Cross"

Alex Cross : นรกพันธุ์แท้

ประเภท Action - Thriller
กำหนดฉาย 23 ตุลาคม 2012
บริษัทจัดจำหน่าย มงคลเมเจอร์
อำนวยการสร้าง บิล บล็อค (District 9, Vanilla Sky, A Perfect Getaway)
กำกับ ร็อบ โคเฮน (The Fast and the Furious, The Mummy 3)
เขียนบท มาร์ค มอส (Along Came a Spider)
นำแสดง ไทเลอร์ เพอร์รี่ (แฟรนไชส์หนัง Madea, Good Deeds )                                                                                                                แมทธิว ฟ็อกซ์ (ซีรี่ย์ Lost, The Vantage Point) เอ็ดเวิร์ด เบิร์นส (Man on a Ledge, Saving Private Ryan) ราเชล นิโคลส์ (G.I. Joe, Conan 3D, P2)

เนื้อเรื่อง

การผจญภัยของตำรวจ/นักจิตวิทยา อเล็ก ครอส (ไทเลอร์ เพอร์รี่) ที่สร้างจากนิยายชุดขายดีของ เจมส์ แพ็ทเทอร์สัน ที่เคยถูกสร้างหนังมาแล้วสองครั้งคือ Along Came a Spider และ Kiss the Girls ครั้งนี้ ครอส ต้องเผชิญหน้ากับฆาตกรโรคจิต ในเกมการไล่ล่าที่ดุเดือดและระทึกใจ และเมื่อภารกิจแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องส่วนตัว ครอส ต้องทำทุกวิถีทางในการเลือกระหว่างหน้าที่และความชอบธรรม Alex Cross เป็นเรื่องราวของ อเล็ก ครอส ตำรวจนักสืบดีทรอยต์ ที่ทำคดีสุดท้ายก่อนย้ายไปอยู่กับเอฟบีไอ เขาและเพื่อนสนิทที่เป็นคู่หูของเขา ทอมมี่ (เอ็ดเวิร์ด เบิร์นส) และ โมนิก้า (ราเชล นิโคลส์) ไล่ล่าฆาตการต่อเนื่องที่เรียกตัวเองว่า ปิกัสโซ่ (แมทธิว ฟ็อกซ์) แต่เมื่อพวกเขาเข้าใกล้ตัว ปิกัสโซ่ ก็กลับกลายเป็นว่าคนใกล้ตัวต้องเป็นเป้าหมายซะเอง ครอส ต้องพยายามเข้าไปในสมองของฆาตกรโรคจิตรายนี้ เพื่อให้ล่วงรู้ถึงสิ่งที่เขาจะทำต่อไป และหยุดยั้งก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

 

Alex Cross เป็นผลงานการกำกับของ ร็อบ โคเฮน (The Fast and the Furious, The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor) อำนวยการสร้างโดย บิล บล็อค (District 9, Vanilla Sky, A Perfect Getaway) สร้างจากนิยายชุด “อเล็ก ครอส” ของ เจมส์ แพ็ทเทอร์สัน ดัดแปลงให้เป็นบทภาพยนตร์โดย มาร์ค มอส (Along Came a Spider) โดยมีทีมงานเบื้องหลังไม่ว่าจะเป็นผู้กำกับภาพ ริคาร์โด้ เดลล่า โรซ่า (The House of Sand), ผู้ตัดต่อภาพ ทอม โนเบิ้ล (Witness, Thelma & Louise), ผู้ออกแบบงานสร้าง ลอร่า ฟ็อกซ์ (Hesher, 500 Days of Summer) และผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย อบิเกล เมอร์เร่ย์ (Warrior, Kiss The Girls)  

จุดเริ่มต้น + การคัดเลือกนักแสดง + เบื้องหลังการสร้าง

Alex Cross สร้างจากแฟรนไชส์หนังสือขายดีของ เจมส์ แพ็ทเทอร์สัน ที่ตีพิมพ์ออกมาแล้วถึง 18 เล่ม โดยที่ถึงแม้ว่าหนังจะไม่ได้สร้างจากเล่มใดเล่มหนึ่งโดยเฉพาะ แต่มันก็มีองค์ประกอบมาจาก I, Alex Cross มากที่สุด โดยหนังได้นักแสดงผิวสีชื่อดังอย่าง ไทเลอร์ เพอร์รี่ ที่มีแฟรนไชส์หนังอย่าง Medea ทำเงินขึ้นอันดับหนึ่งในอเมริกาทุกปีเข้ามารับบทเป็นตำรวจนักสืบ/นักจิตวิทยา อเล็ก ครอส ผู้กำกับ ร็อบ โคเฮน ได้พูดถึงการเลือก เพอร์รี่ เข้ามารับบทนำว่า "ผมคิดว่าหลายคนคงรู้สึกตื่นเต้นเมื่อได้ยินว่า ไทเลอร์ เข้ารับบทที่ทำให้ มอร์แกน ฟรีแมน โด่งดัง โดยตัวละครนำที่อยู่ในหนังสือของ แพ็ทเทอร์สัน ก็ถูกอธิบายว่า ครอส เป็นผู้ชายผิวสีอายุประมาณสี่สิบ และมีรูปร่างที่ใหญ่ ซึ่งนั่นก็คือ ไทเลอร์ เขามีลักษณะและบุคลิกภาพที่คล้ายคลึงกับฮีโร่ในหนังสือมากที่สุด" สำหรับ เพอร์รี่ เขาก็ยอมรับว่าเป็นเรื่องน่ากดดันเหมือนกัน ในการเข้ามารับบทที่เคยถูกสร้างในโลกภาพยนตร์มาแล้ว "ผมรู้ว่า มอร์แกน ฟรีแมน ทำได้ดีแค่ไหนกับบทนี้ ผมคิดว่าเขาได้สร้างตัวตนของ อเล็ก ครอส ขึ้นมา แต่ผมเองก็อยากสร้างตัวตนของ ครอส ขึ้นมาในแนวทางของตัวเองเช่นกัน" ทางด้านผู้แต่งหนังสือ เจมส์ แพ็ทเทอร์สัน ก็ได้พูดถึง เพอร์รี่ ว่า "ผมคิดว่าเขาสมบูรณ์ในการรับบทเป็น ครอส เขาจะทำให้คนที่สงสัยในตัวเขาต้องทึ่งไปกับการแสดง ทั้งในเรื่องอารมณ์และฉากแอ็คชั่น ปกติแล้วคนดูจะคุ้นเคยเขาจากการแสดงในหนังตลก เขาไม่เคยทำให้เราเห็นถึงด้านนี้มาก่อน" ผู้อำนวยการสร้าง บิล บล็อค ก็ได้พูดถึงจุดมุ่งหมายในการสร้างโปรเจ็คนี้ว่า "พวกเราต้องการทำให้มันเป็นมากกว่าหนังสืบสวนสอบสวน นี่คือจุดเริ่มต้นของตัวละครที่สุดยอดที่สุดคนหนึ่งในโลกนิยายอาชญากรรม ซึ่งก็มีชีวิตอยู่ทั้งในหนังสือและภาพยนตร์มาแล้ว ปัจจุบันในโทรทัศน์เต็มไปด้วยซีรี่ย์ที่เกี่ยวกับอาชญากรรมและการสืบสวนของตำรวจ เราอยากทำให้ Alex Cross เหนือขึ้นไปอีกขั้น"

 

ผู้กำกับ ร็อบ โคเฮน ที่มีผลงานการกำกับ The Fast and the Furious ต้นกำเนิดของแฟรนไชส์หนังซิ่งที่โด่งดังมาถึงปัจจุบัน รวมถึง The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor ภาคล่าสุดของหนังแอ็คชั่นบล็อคบัสเตอร์ ก็ได้เห็นศักยภาพของบท แต่พบว่าเขาต้องถ่ายทอดตัวละครอย่าง ครอส ให้แตกต่างจาก Along Came a Spider และ Kiss The Girls และคิดว่า ไทเลอร์ เพอร์รี่ เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด "ถึงแม้ ไทเลอร์ เพอร์รี่ จะสร้างชื่อจากการเป็นนักแสดงตลก แต่ผมก็เห็นถึงออร่าของความเป็นแอ็คชั่นสตาร์ในตัวเขา พวกเราได้พบและพูดคุยกัน และตัดสินใจทำงานร่วมกันเพื่อสร้าง ครอส ในแนวทางที่ไม่เคยมีมาก่อน" เมื่อตอบตกลงรับบท เพอร์รี่ ก็ได้เริ่มค้นคว้าและศึกษาข้อมูล โดยเขาก็ได้นั่งไปกับสายตรวจของแอตแลนต้า เพื่อสัมผัสกับประสบการณ์ของการเป็นตำรวจ รวมถึงทำงานร่วมกับ ดาร์ซี่ เลาท์ซิงเกอร์ เพื่อฝึกใช้อาวุธต่างๆ โดย เจมส์ แพ็ทเทอร์สัน ก็พูดถึงความทุ่มเทของนักแสดงคนนี้ว่า "มอร์แกน เป็นนักแสดงที่ยอดยี่ยม แต่ ไทเลอร์ ก็มีความใกล้เคียงกับ อเล็ก ครอส ที่ผมจินตนาการมากที่สุด ทั้งเรื่องของสภาพร่างกายและความสามารถในการแสดงฉากแอ็คชั่น" เมื่อพูดถึงคู่ปรับคนสำคัญของ ครอส ผู้กำกับ โคเฮน ก็ใช้สัญชาตญาณในการเลือกว่า นักแสดงคนไหนที่จะสามารถถ่ายทอดความโหดเหี้ยมได้ดีที่สุด เขาคิดว่าจะต้องเป็นคนที่ผู้ชมคุ้นเคยเขากับการรับบทเป็นพระเอก ซึ่งก็จะสร้างความคลุมเครือให้กับตัวละครนี้ เขาเล่าว่า "ผมได้พบกับ แมทธิว ฟ็อกซ์ ในโปรเจ็คหนังเรื่องหนึ่งที่ล่มไป แต่มันก็ทำให้ผมได้รู้จักกับเขาและผมก็ประทับใจในความจริงจังของเขา ซึ่งถือเป็นประโยชน์ในการสร้างตัวละครนี้" เพื่อที่จะยกระดับหนังขึ้นไปอีกขั้น โคเฮน เชื่อว่ามันเป็นสื่งสำคัญที่ ฟ็อกซ์ จะต้องเปลี่ยนตัวเองในแนวทางที่ผู้ชมหรือแม้แต่ตัวเขาเองไม่คุ้นเคย "แมทธิว ได้เปลี่ยนสภาพร่างกายและสภาพจิตใจไปอีกระดับของการแสดงเลย นี่คือผู้ร้ายในแนวทางที่คุณจะไม่เคยเห็นมาก่อน"

เพื่อที่จะรับบทเป็น ปิกัสโซ่ ฟ็อกซ์ ต้องลดน้ำหนักลงกว่า 35 ปอนด์ เปลี่ยนส่วนที่เหลือให้กลายเป็นกล้ามเนื้อทั้งหมด และต้องทำให้ตัวเองดูเหมือนคนที่ไม่ได้นอนมาประมาณหนึ่งปี ฟ็อกซ์ พูดถึงประสบการณ์ครั้งนี้ว่า "ร็อบ เป็นผู้กำกับที่มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน การแสดงบทนี้ถือเป็นความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ ทั้งเรื่องของร่างกายและจิตใจ ผมคิดว่าตัวเองต้องลดน้ำหนักและฟิตร่างกายเพื่อสร้าง ปิกัสโซ่ ให้เหมือนกับฝันร้ายที่สุดที่คุณเคยจินตนาการถึง" ความคิดที่บูดเบี้ยวของ ปิกัสโซ่ ก็คือการทำร้ายเหยื่อและตนเอง ที่เขาเชื่อว่าจะเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนเป็นอิสระที่สุด ฟ็อกซ์ อธิบายว่า "สาเหตุที่เขาชื่อ ปิกัสโซ่ เพราะเขาชอบสเก็ตภาพเหยื่อที่กำลังพบจุดจบของชีวิต และในจิตใจเขากคิดว่าตัวเองมอบช่วงเวลาที่เป็นอิสระให้กับเหยื่อก่อนที่จะหมดลมหายใจ ผมคิดว่าเขามีแนวคิดที่วิปริตที่สุด" สำหรับคนที่ช่วย ครอส ในการไล่ล่า ปิกัสโซ่ ผู้กำกับ โคเฮน ก็ได้เลือก เอ็ดเวิร์ด เบิร์นส เข้ามารับบทเป็นคู่หู ทอมมี่ "สำหรับ ทอมมี่ เขาก็เป็นคนที่ชื่นชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ และก็ไม่อยากให้ใครทนทุกข์ทรมานไปกับงาน พ่อของเขาเป็นตำรวจ ญาติพี่น้องของเขาก็เป็น ดังนั้นเขาจึงเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของการเป็นตำรวจ"

ในขณะเดียวกัน ทอมมี่ ก็มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเพื่อนร่วมงาน โมนิก้า ที่รับบทโดย ราเชล นิโคลส์ โดย โคเฮน ก็พูดถึงนักแสดงสาวจาก G.I. Joe ว่า "สิ่งที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับ ราเชล ก็คือ เธอเป็นคนที่เข้าใจหน้าที่และบทบาทของตัวละคร เมื่อคุณเข้ามาแสดงเป็นตัวละครแบบนี้ คุณก็ต้องการผู้หญิงที่ถ่ายทอดความเข้มแข็งและจับเอาความสนใจของคุณ เธอสวยและจับต้องได้ และก็เหมาะสมที่สุดในการสร้างผลกระทบทางจิตใจให้กับ ทอมมี่" เมื่อส่วนประกอบต่างๆลงตัวแล้ว โคเฮน ก็ต้องสร้างบรรยากาศระหว่างตัวเอกและตัวร้ายของเรื่อง โดยนอกจากการเปลี่ยนแปลงตัวเองของ ฟ็อกซ์ และค้นคว้าหาข้อมูลของ เพอร์รี่ พวกเขาก็ต้องเตรียมพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจเช่น เขาเผยถึงวิธีการว่า "ผมไม่ต้องการให้พวกเขาพูดคุยกันระหว่างถ่ายทำ เพราะมันมีความแค้นที่อัดแน่นอยู่ในสองตัวละครนี้ ผมอยากให้นักแสดงทั้งสองเป็นคนแปลกหน้ากัน ผมอธิบายให้พวกเขาเข้าใจว่า พวกคุณควรที่จะสุงสิงกัน ซึ่งก็จะทำให้บรรยากาศตอนที่ทั้งคู่เผชิญหน้ากันมีความตึงเครียดยิ่งขึ้น" เพอร์รี่ ก็เล่าถึงประสบการณ์ในการทำงานร่วมกับ ฟ็อกซ์ ว่า "พวกเราได้พบกันในออฟฟิศก่อนเริ่มการถ่ายทำ เขาแนะนำตัวว่าชื่อ แมทธิว ผมก็บอกเขาว่า “ผมชื่อ ไทเลอร์ และนี่ก็จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เราจะคุยกันจนกว่าจะปิดกล้อง” ซึ่งเขาก็บอกว่า “ผมรู้” จากนั้นเราก็ไม่พูดกันจนกระทั่งปิดกล้องเลย มันเป็นความตั้งใจของพวกเราในการอยู่กับตัวละครนี้" Alex Cross เริ่มถ่ายทำวันที่ 8 สิงหาคม 2011 ที่คลีฟแลนด์ โอไฮโอ้ ที่ถูกใช้เป็นตัวแทนของเรื่องราวที่เกิดในดีทรอยต์ โดยบ้านของ ครอส ก็ไปถ่ายทำในแถบที่อยู่อาศัยใน คลีฟแลนด์ ไฮ ในขณะที่สถานที่อื่นก็รวมถึงร้านอาหาร เอ็กซ์โอ ไพรม์ สเต็ก ในเขตแวร์เฮ้าท์, แมนชั่นหรูที่ทะเลสาบอีรี ในบราเธนัล, บ้านลอยน้ำ ที่แม่น้ำคูยาโฮก้า และสถานีตำรวจเก่าใกล้กับดาวน์ทาวน์ ฉากสำคัญของหนังฉากหนึ่ง เกิดขึ้นหน้าศาลยุติธรรมของคูยาโฮก้าเค้าท์ตี้ ที่การถ่ายทำกินเวลาทั้งสิ้นสามวัน เพื่อที่จะถ่ายทำฉากระเบิดขนาดมหึมา ที่มีทั้งรถและสตันท์แมนปลิวจากแรงระเบิด โดยทีมงานก็ได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าดับเพลิงและตำรวจท้องถิ่นเพื่อรักษาความปลอดภัย โดยหลังจากถ่ายทำที่คลีฟแลนด์เสร็จ ทีมงานก็ย้ายไปถ่ายทำในดีทรอยต์เป็นเวลาสองอาทิตย์ เพื่อเก็บรายละเอียดของเมืองและสร้างความสมจริงให้กับเรื่องราวตามท้องเรื่อง ผู้กำกับ ร็อบ โคเฮน ก็พูดถึงดีทรอยต์ที่เป็นเมืองที่ อเล็ก ครอส เติบโตขึ้นมาว่า "มันเป็นเมืองที่ยิ่งใหญ่และมีสถาปัตยกรรมที่งดงาม บางแห่งก็ถูกเก็บรักษาเอาไว้ แต่บางแห่งก็เก่าและผุผังไปตามกาลเวลา มันเคยเป็นเมืองอุตสาหกรรม เป็นเมืองแห่งความฝันชาวอเมริกันและศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ คนทำหนังชอบที่จะมาถ่ายทำกันในดีทรอยต์ เพราะคุณไม่ต้องสร้างอะไรขึ้นมาใหม่เลย ซากผุผังของเมืองมีชั้นและลวดลายที่บ่งบอกประวัตศาสตร์ออกมาเอง" วันแรกที่ถ่ายทำในดีทรอยต์ก็คือพิพิธภัณฑ์ของเจเนรัล มอเตอร์ ที่มีรถโบราณกว่า 200 คันกับประวัติศาสตร์กว่า 100 ร้อยปีในการผลิตรถยนต์ ทุกคันถูกเก็บเอาไว้ในโกดังขนาดความกว้าง 81,000 ตารางฟุต ที่ทำให้ทั้ง เพอร์รี่, เบิร์นส และ โคเฮน ต่างรู้สึกหลงไหล โดยเฉพาะตัวผู้กำกับที่เคยทำเรื่อง The Fast and the Furious เขารู้สึกว่าจะต้องใช้เวลาให้คุ้มค่าที่สุดท่ามกลางขุมสมบัติเหล่านี้ จากนั้นทีมงานก็ได้ย้ายไปถ่ายทำฉากไคลแม๊กซ์ในโรงละครมิชิแกน ที่ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ปี 1920 โดยมันยังเป็นสิ่งที่ย้ำเตือนว่าทำไมดีทรอยต์ถึงถูกเรียกว่าเป็น "ปารีสแห่งมิดเวส" ในช่วงทศวรรษที่ 20 โดยสถานที่แห่งนี้ถูกทิ้งร้างไว้ตั้งแต่ช่วงปี 1970 โดยปัจจุบันก็ถูกใช้เป็นอาคารจอดรถ โดยที่แห่งนี้ก็ใช้ถ่ายทำฉากการเผชิญหน้าครั้งสุดท้ายระหว่าง ครอส และ ปิกัสโซ่ โดยทุกอย่างก็เกิดขึ้นบนทางเดินเหนือเพดานของโรงละคร สถานที่แห่งนี้ไม่เคยที่จะถูกใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำฉากแอ็คชั่นมากก่อน โดย แมทธิว ฟ็อกซ์ ที่ในซีนหนึ่งที่เขาตัดสินใจจะแสดงด้วยตัวเอง ด้วยการถูกแขวนอยู่บนเพดานสูงขึ้นไปจากพื้นกว่า 60 ฟุต เขาเล่าถึงความรู้สึกว่า "ทีมงานคอยย้ำให้ผมรู้สึกปลอดภัยและให้ผมตั้งใจไปกับการแสดง โดยบอกว่ามีสลิงค์ที่ทนทาน แต่อย่างไรก็ตามเมื่อคุณอยู่บนความสูงขนาดนั้น อะดรินาลีนมันก็ทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นและทำอะไรแทบไม่ถูกเหมือนกัน"

ทีมนักแสดง

ไทเลอร์ เพอร์รี่ (รับบทเป็น อเล็ก ครอส) เขากลายเป็นนักแสดงผิวสีที่โด่งดังที่สุดในปัจจุบัน เมื่อผลงานหนังที่เขาทั้งกำกับ เขียนบท และนำแสดง โดยรับบทเป็น มีเดีย ต่างก็ขึ้นอันดับหนึ่งในตารางบ็อกซ์ออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็น Diary of a Mad Black Woman (2005), Madea's Family Reunion (2006), Meet the Browns (2008), Madea Goes to Jail (2009), Madea's Big Happy Family (2011) และ Madea's Witness Protection (2012) ในขณะเดียวกันผลงานหนังนอกแฟรนไชส์ มีเดีย ของเขาล้วนก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดี ไม่ว่าจะเป็น The Family That Preys (2008) นำแสดงโดย อัลเฟร วู้ดดาร์ด, ชาน่า ลาธาน และ ร็อคมอนด์ ดันบาร์, For Colored Girls (2010) ที่สร้างจากบทละครเวทีชื่อดัง นำแสดงโดย เจเน็ต แจ็คสัน, แทนดี้ นิวตัน, เคอร์รี่ วอชิงตัน และ วูปปี้ โกลด์เบิร์ค โดยเขายังเป็นหนึ่งในผู้อำนวยการเรื่อง Precious (2009) ที่เข้าชิงถึง 6 รางวัลออสการ์ และคว้ามาได้ 2 รางวัล ไทเลอร์ เพอร์รี่ สร้างชื่อจากการเป็นเดี่ยวไมโครโฟน โดยเขาได้รับการสนับสนุนจากเจ้าพ่อทีวีอย่าง โอปราห์ วินฟรี่ย์ โดยเรื่องราวที่เขียนออกมาจากชีวิตในวัยเด็กที่ต้องดิ้นรนของเขา ก็ถูกทำให้เป็นละครมิวสิคัลเรื่อง I Know I've Been Changed โดยปัจจุบันนอกจากที่เขาเป็นผู้กำกับและนักแสดง เขาก็ยังเขียนหนังสือ Don't Make A Black Woman Take Off Her Earrings: Madea's Uninhibited Commentaries On Life And Love ที่อยู่ในอันดับหนึ่งหนังสือขายดีของ นิวยอร์ค ไทมส์ 8 สัปดาห์ติดต่อกัน และในเดือนมกราคม ปี 2010 เขาก็ยังบริจาคเงินจำนวน 1 ล้านเหรียญ เข้าใน The Tyler Perry Foundation เพื่อช่วยผู้ประสบภัยจากแผ่นดินไหวที่เฮติ แมทธิว ฟ๊อกซ์ (รับบทเป็น ปิกัสโซ่) เขาคือนักแสดงหนุ่มที่ทุกคนจดจำได้ดีกับบทบท ด็อกเตอร์ แจ็ค เชฟพาร์ด ใน Lost ซีรี่ย์สุดฮิตของ เจเจ อับรามส์ โดยในบทบาทนี้ก็ทำให้เขาได้รับรางวัล SAG ในปี 2005 รวมถึงได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำและรางวัลเอ็มมี่ ในสาขานักแสดงนำซีรี่ย์ยอดเยี่ยม ฟ๊อกซ์ เริ่มต้นเส้นทางการแสดงจากซีรี่ย์ที่ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ Party of Five ที่เขาแสดงอยู่ถึง 142 ตอน โดยผลงานทางจอเงินของเขาก็ยังมี We Are Marshall หนังกีฬาที่เขาร่วมแสดงกับ แมทธิว แม็คคอนนาเฮย์, Speed Racer ของพี่น้องวาโชสกี้ ที่เขารับบทเป็น เรเซอร์ เอ็กซ์, Vantage Point หนังแอ็คชั่นของผู้กำกับ Dredd 3D โดยล่าสุดเขาก็กำลังจะมีผลงานเรื่อง World War Z หนังหายนะซอมบี้ ที่เขาร่วมแสดงกับ แบรด พิตต์ เอ็ดเวิร์ด เบิร์นส (รับบทเป็น ทอมมี่) ผลงาน >>> Man on a Ledge, Saving Private Ryan, 27 Dresses, 15 Minutes ราเชล นิโคลส์ (รับบทเป็น โมนิก้า) ผลงาน >>> G.I. Joe: The Rise of Cobra, Conan the Barbarian 3D, P2, Star Trek ฌอง รีโน (รับบทเป็น ลีออง เมอร์เซอร์) ผลงาน >>> Leon, Ronin, Godzilla, The Da Vinci Code  

ทีมผู้สร้าง

ร็อบ โคเฮน (ผู้กำกับ) ผลงาน >>> The Fast and the Furious, The Mummy: Tomb of the Dragon Emperor, Stealth บิล บล็อค (ผุ้อำนวยการสร้าง) ผลงาน >>> District 9, Vanilla Sky, A Perfect Getaway มาร์ค มอส (ผู้เขียนบท) ผลงาน >>> Along Came a Spider ริคาร์โด้ เดลล่า โรซ่า (ผู้กำกับภาพ) ผลงาน >>> The House of Sand ทอม โนเบิ้ล (ผู้ตัดต่อภาพ) ผลงาน >>> Witness, Thelma & Louise ลอร่า ฟ็อกซ์ (ผู้ออกแบบงานสร้าง) ผลงาน >>> Hesher, 500 Days of Summer อบิเกล เมอร์เร่ย์ (ผู้ออกแบบเครื่องแต่งกาย) ผลงาน >>> Warrior, Kiss The Girls  

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram