เจาะลึกแอ็คชั่นและเทคนิคการต่อสู้ของ Deadpool เกรียนจนต้องร้องขอชีวิต

เจาะลึกแอ็คชั่นและเทคนิคการต่อสู้ของ Deadpool
เกรียนจนต้องร้องขอชีวิต

 

 

บางครั้งการเล่าเรื่องราวการผจญภัยของซูเปอร์ฮีโรแหวกขนบก็สร้างบรรยากาศที่ไม่คาดฝันในกองถ่าย สแตน ลี กล่าวว่า “เมื่อคุณได้เห็นทิม มิลเลอร์และไรอัน เรย์โนลด์สทำงานด้วยกัน ทั้งคู่ทำงานเข้าขากันได้ดีมาก พวกเขามองหนังเรื่องนี้ในทิศทางเดียวกัน ราวกับว่าสองคนนี้กำลังเล่นสนุกกันอยู่และต่างคนต่างก็ทำงานของตัวเองได้อย่างวิเศษ ตอนที่ผมเล่นฉากของผมใน DEADPOOL ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังทำงานอยู่ พอเล่นเสร็จแล้ว ผมก็พูดว่า“เราจะเริ่มต้นกันเมื่อไหร่’ทิมก็บอกว่า ‘งานของคุณเสร็จแล้ว’ เขาทำให้งานดูง่ายขนาดนั้นเลยล่ะครับ”

    ความสนุกสนานขี้เล่นบวกกับท่าทางการเคลื่อนไหวที่เฉียบขาดนับเป็นเอกลักษณ์ในฉากแอ็คชันกึ่งกายกรรมของหนังเรื่องนี้ “เดดพูลมีความยืดหยุ่นคล่องแคล่วมากกว่าตัวละครอื่นๆ ในอาณาจักรของ Marvel” ลายเฟลด์กล่าว  “เขาสามารถหย่อนตัวลงในรถที่กำลังเคลื่อนที่อยู่โดยแทบไม่ต้องคิด จากนั้นก็จัดการศัตรูแกร่งๆ จำนวนเท่ากองทัพย่อมๆ พร้อมกันนั้นก็พูดจาตีฝีปากไปด้วย”

เวดเป็นอดีตทหารรับจ้างที่ผ่านการฝึกเชิงยุทธวิธี และพลังของมนุษย์กลายพันธุ์ที่เขาได้รับมาใหม่ก็ช่วยให้ร่างกายของเขารักษาตัวเองได้ ดังนั้น “จึงเหมือนกับว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ได้เมื่อพูดถึงการต่อสู้ของเดดพูล” ผู้ประสานงานสตันท์ ฟิลิป ซิลเวรากล่าว “มีแนวทางการต่อสู้ที่ใช้กลยุทธ์เพี้ยนๆ ในสายตาของผู้สังเกตการณ์ ยุทธวิธีการต่อสู้ของเดดพูลดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ในตอนแรก แต่สุดท้ายแล้วคุณก็จะตระหนักว่าวิธีการของเขาใช้ได้ผล!”

 

 

 นักมวยผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาลเป็นแรงบันดาลใจให้แนวทางการต่อสู้บางส่วนของเดดพูล ผู้กำกับกองสอง/หัวหน้าผู้ประสานงานสตันท์ ร็อบ อลองโซกล่าวว่า “ตอนเราฝึกกับไรอัน เราได้นำเอาท่าของมูฮัมหมัด อาลีมาใช้ด้วย เป็นที่รู้กันดีว่าอาลีพูดไปด้วยตลอดเวลาระหว่างขึ้นชก และเมื่อเราดูการชกช่วงแรกๆ ของอาลีกับซันนี ลิสตัน, โจ เฟรเซียร์ และจอร์จ ฟอร์แมน เราก็สังเกตเห็นว่าอาลีเป็นตัวอันตรายและดูสบายๆ ไร้กังวล ท่วงท่าที่ไรอันใช้ในการรับบทเดดพูลนั้นเป็นแบบตลกขี้เล่น แต่ในขณะเดียวกันผมเป็นคนถือเป้าล่อให้ไรอัน และผมบอกได้เลยว่าเขาหมัดหนักไม่ใช่เล่นเลย”

 หัวหน้าฝ่ายวิชวลเอฟเฟ็กต์ โจนาธาน ร็อธบาร์ตเสริมว่า“การเคลื่อนไหวของเดดพูลคล่องแคล่วว่องไว เขาเป็นซูเปอร์ฮีโร่ เราจึงอยากให้เขาดูพิเศษกว่ามนุษย์ทั่วไป แต่เราก็ยังต้องการให้แอ็คชันสมจริงสมจัง เราทำเอฟเฟ็กต์เจ๋งๆ ในกองถ่ายและในกล้อง หลังจากนั้นก็จะเพิ่มวิชวลเอฟเฟ็กต์ลงไปให้แอ็คชันน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้นไปอีก เราผลักดันแอ็คชันให้หลุดกรอบออกไปซึ่งเป็นสิ่งที่ผมชอบในหนังเรื่องนี้”

ในการเผชิญหน้าอันน่าจดจำครั้งหนึ่งทหารรับจ้างช่างจ้อกวัดแกว่งดาบประจำตัวของเขาเพื่อสู้กับอแจ็กซ์ซึ่งมีอาวุธเป็นขวานคู่สุดอันตราย “เราออกแบบการต่อสู้แบบผสมผสานในการใช้ดาบคู่” ซิลเวอราอธิบาย “ไม่ใช่การฟันดาบตามรูปแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น แต่เป็นการผสมผสานระหว่างการใช้กลยุทธ์พลิกแพลง เพลงดาบของญี่ปุ่นและจีน รวมถึงการโจมตีแบบคาลี [ศิลปะการต่อสู้ของฟิลิปปินส์]โดยเดดพูลจะต้องคอยโจมตีจุดสำคัญและจุดตายอยู่ตลอดเวลา”

 

 

การต่อสู้ฉากสำคัญระหว่างมนุษย์กลายพันธุ์ด้วยกันเองคือการปะทะกันระหว่างโคลอสซัสกับแองเจิล ดัสต์ ซึ่งนับว่าเป็นการต่อสู้ระหว่างยักษ์ใหญ่อย่างแท้จริง แม้ว่าหนึ่งในคู่ต่อสู้จะได้รับการสร้างขึ้นด้วยซีจีอีกหลายเดือนหลังจากนั้นในคอมิก X-Men โคลอสซัสสูงเจ็ดฟุตและแข็งแกร่งมาก ดังนั้น “ผมต้องการความยิ่งใหญ่มหึมาและทางเดียวที่จะทำได้ก็คือการใช้ซีจี” มิลเลอร์กล่าว
สำหรับมวยคู่เอกระหว่างโคลอสซัสกับแองเจิล ดัสต์ครั้งนี้ จินา คาราโนสนุกที่ได้รับมือกับสิ่งที่จะกลายเป็นภาพซีจี “ฉันไม่เคยสู้กับตัวละครซีจีมาก่อน และนักแสดงส่วนใหญ่ที่ฉันสู้ด้วยก็มีขนาดใกล้เคียงกับฉันหรือไม่ก็สูงกว่าเล็กน้อย” เธอกล่าว “การเคลื่อนไหวทั้งหมดของฉันในฉากนั้นต้องยิ่งใหญ่และแข็งแกร่งมากเพื่อผู้ชมจะได้เชื่อว่าแองเจิล ดัสต์แกร่งพอที่จะรับมือกับโคลอสซัสได้” 

ในแง่เทคนิค โคลอสซัสนับเป็นความท้าทายและโอกาสที่แตกต่าง “เขามีร่างกายที่สะท้อนแสงได้ ดังนั้นเราจึงใช้ระบบกล้องสามมิติถ่ายภาพเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นรอบตัวเขา” ร็อธบาร์ทอธิบาย “จากนั้นเราก็นำภาพทั้งหมดใส่ลงไปบนตัวเขาเพื่อแสดงถึงร่างกายส่วนที่สะท้อนแสง จะต้องสนุกแน่เพราะเรามีหลายฉากที่เดดพูลวิ่งเป็นวงกลมรอบตัวเขาและทำสิ่งที่เหลือเชื่อมากมาย และเราก็ต้องแน่ใจว่าเราไม่ได้แค่จับภาพการแสดงของไรอันในกล้อง แต่ยังได้ถ่ายทอดภาพนั้นออกมาผ่านเงาสะท้อนบนตัวโคลอสซัสด้วย”

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram