จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ2พ่อมดแห่งฮอลลีวู้ดมาเจอกัน The BFG ที่สุดของประสบการณ์ดูหนังห้ามพลาด!!

จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อ2พ่อมดแห่งฮอลลีวู้ดมาเจอกัน
The BFG ที่สุดของประสบการณ์ดูหนังห้ามพลาด!! 

 

 

กว่า 40 ปีมาแล้วที่สตีเวน สปีลเบิร์กได้แบ่งปันเรื่องราวของเขากับผู้ชมทั่วโลก เขาได้แนะนำตัวละครที่พิเศษสุดมากมายให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและทำให้ผู้ชมรุ่นแล้วรุ่นเล่าได้รู้จักกับโลกที่มหัศจรรย์ น่าสะพรึงกลัว มีเสน่ห์และสมจริง เรื่องราวของโรอัลด์ ดาห์ลเกี่ยวกับมิตรภาพระหว่างเด็กหญิงและยักษ์ลึกลับดูเหมือนจะเหมาะกับการเป็นผลงานของผู้กำกับคนดังเป็นอย่างดี และแม้ว่าดูเหมือนโชคชะตาจะกำหนดไว้แล้วว่าซักวันหนึ่ง โซฟีและย.จ.ล.จะได้อยู่ภายใต้การดูแลของสปีลเบิร์ก มันก็ต้องใช้เวลาหลายทศวรรษนับจากที่หนังสือเรื่องนี้ถูกตีพิมพ์ก่อนที่การเดินทางสู่จอเงินจะเริ่มต้นขึ้น

“The BFG” เป็นผลงานที่ต่างออกไปซักหน่อยสำหรับสตีเวน สปีลเบิร์ก เขาอธิบายว่า “ผมโชคดีมากๆ ที่ได้สะสมประสบการณ์งดงามทั้งหลายนี้ในการบอกเล่าเรื่องราว ผมลังเลที่จะเน้นเรื่องใดเรื่องหนึ่งมากกว่าอีกเรื่อง เพราะทุกเรื่องต่างก็มีคุณค่ามหาศาลสำหรับผม แต่ผมคิดว่าหนังอิงประวัติศาสตร์หลายเรื่องที่ผมสร้างขึ้น อย่าง ‘Lincoln,’ ‘Bridge of Spies’ หรือย้อนกลับไปถึงหนังอย่าง ‘Amistad’ และ ‘Schindler’s List’ ทำให้ผมยึดติดกับความถูกต้องในการเล่าเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ครับ”

“ดังนั้น การได้หนีเข้าไปในโลกของความฝันและจินตนาการก็เป็นความฝันในตัวมันเองด้วย” เขากล่าวต่อ “มันทำให้ ‘The BFG’ เป็นเรื่องพิเศษสุด เพราะมันเป็นการหนีของผมไปสู่สิ่งที่ผมคิดว่าผมทำได้ดีที่สุด ซึ่งก็คือการปลดปล่อยจินตนาการของผมให้โลดแล่นไปเองน่ะครับ”

สปีลเบิร์กเล่าว่า เขาโตมากับเทพนิยายกริมม์ ซึ่งพวกมันทั้งมืดหม่นและน่าสะพรึงกลัว โดยไม่มีคุณค่าที่ทำให้สังคมดีขึ้นเลย “มันเป็นบทเรียนสำหรับเด็กๆ แต่ทั้งดาห์ลและดิสนีย์ต่างก็เชื่อเรื่องบทเรียนจากตำนานพื้นบ้านสำหรับเด็กและยอมรับความมืดหม่นนั้น เพราะมีเทพนิยายเรื่องไหนบ้างล่ะครับที่ไม่มีศูนย์กลางที่มืดหม่น” เขากล่าว “ถ้าไม่มีศูนย์กลางที่มืดหม่น การไถ่บาปจะมาจากไหน แล้วคุณจะนำเราทุกคนออกจากฝันร้ายไปสู่ฝันหวานที่งดงามที่เราเคยเห็นได้ยังไงล่ะครับ”

การที่ดาห์ลเลือกเด็กหญิงตัวน้อยเป็นตัวเอกของเขาในเรื่อง “The BFG” เป็นสิ่งที่ผู้กำกับชื่นชมเช่นกัน โซฟีเป็นเด็กแข็งแกร่งผู้ไม่ยอมรับคำปฏิเสธและไม่กลัวคนที่ตัวโตกว่าเธอหกเท่า และตัวละครตัวนี้ก็คล้ายคลึงกับตัวละครหญิงแกร่งที่เป็นตัวเอกของภาพยนตร์วอลท์ ดิสนีย์หลายเรื่อง

“Snow White and the Seven Dwarfs” เป็นภาพยนตร์ดิสนีย์เรื่องโปรดของสปีลเบิร์กเสมอมา “ผมได้ดูหนังเรื่องนี้ในโรงในตอนที่มันเข้าฉายใหม่เป็นรอบที่เก้า ตอนนั้นผมอายุประมาณเจ็ดหรือแปดขวบ และมันก็ติดอยู่ในใจผม ผมยังจำได้ว่าทั้งกลัวและตื่นตระหนก แต่ในขณะเดียวกัน ก็พอใจกับตอนจบที่น่าทึ่งนั้นด้วยครับ”

โรอัลด์ ดาห์ลและวอลท์ ดิสนีย์เคยได้พบกันในเดือนเมษายน ปี 1943 เพื่อพูดคุยกันถึงโปรเจ็กต์ต่างๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “The Gremlins” ซึ่งเป็นหนึ่งในเรื่องราวแรกๆ ของดาห์ล ในที่สุด ภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ถูกพับเก็บ ก่อนที่ภายหลัง มันจะถูกวางจำหน่ายในรูปแบบหนังสือโดยดิสนีย์และแรนดอม เฮาส์ โดยรายได้ทั้งหมดจะถูกมอบให้กับกองทุนรอยัล แอร์ ฟอร์ซ เบเนโวเลนท์ ฟันด์ อย่างไรก็ดี หนังสือเรื่องนี้ก็ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำหรับภาพยนตร์ปี 1984 เรื่อง “Gremlins” ซึ่งบังเอิญอำนวยการสร้างโดยสปีลเบิร์ก

ทีมผู้อำนวยการสร้างต่างก็เห็นพ้องกันว่า “The BFG” ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นลูกผสมระหว่างภาพยนตร์ดิสนีย์คลาสสิกและภาพยนตร์จากแอมบลิน เอนเตอร์เทนเมนต์ (บริษัทโปรดักชันที่สปีลเบิร์ก, เคนเนดี้และมาร์แชลก่อตั้งขึ้นในปี 1981) ดังนั้น พวกเขาก็เลยตื่นเต้นเมื่อสตูดิโอให้ไฟเขียวภาพยนตร์เรื่องนี้ในฤดูใบไม้ผลิปี 2015 ทำให้ “The BFG” เป็นภาพยนตร์วอลท์ ดิสนีย์เรื่องแรกที่กำกับโดยสปีลเบิร์ก “มันมีระดับความคาดหวังจากแฟนๆ และผู้ชมหนังวอลท์ ดิสนีย์ค่ะ” เคนเนดี้กล่าว “และเราก็ภูมิใจที่ได้สร้างหนังที่มีความเกี่ยวข้องกับสตูดิโอแห่งนี้ค่ะ”

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram