Review: 2538 อัลเทอร์มาจีบ วันวานยังจ๊าบอยู่ อีกก้าวของหนังไทย

Review: 2538 อัลเทอร์มาจีบ
วันวานยังจ๊าบอยู่...อีกก้าวของหนังไทย

 

Review By @Nookkill

 

พ.ศ.2538 ผ่านมาแล้ว 20 ปีแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว หลายคนเติบโตมากับปีนั้น ปีที่น้ำท่วมใหญ่กรุงเทพฯ มีสุริยุปราคาเต็มดวง  ปีที่ยุคตลับเทปเบ่งบาน ความเก๋ความจ๊าบในยุคนั้นได้ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง 2538 อัลเทอร์มาจีบ หนังรักวัยรุ่นยุค90 ที่มีเพลงอัลเทอร์เนทีฟเป็นสื่อกลาง  เชื่อว่าหากใครที่โตมากับยุคนั้นต้องห้ามพลาดหนังเรื่องนี้

2538 อัลเทอร์มาจีบ ขอย่อเรื่องสั้นๆ แบบไม่สปอยล์เลยคือเรื่องราวของก้อง เด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่เข้าใจพ่อซึ่งทำงานหนักและไม่สนใจครอบครัว จนกระทั่งเขาได้พบกับเพจเจอร์เครื่องหนึ่งที่บอกให้โทรกลับด่วน แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเขาได้ย้อนเวลากลับไปในปี 2538 ยุคที่พ่อของเขายังอยู่ในช่วงวัยรุ่น จนทำให้เกิดเรื่องราวต่างๆมากมาย หนึ่งในนั้นคือการได้พบกับส้ม สาวรุ่นน้องที่พยายามจะขอพ่อของเขาเป็นแฟน

"อัลเทอร์เนทีฟ คือ ทางเลือกใหม่ของวงการเพลง"

2538 อัลเทอร์มาจีบ ถือว่าเป็นหนังไทยที่ทำพล็อตและบทออกมาได้ดีในระดับหนึ่งตั้งแต่เปิดเรื่องจนจบเรื่องทุกอย่างเชื่อมร้อยเรียงกันอย่างเป็นเหตุเป็นผล ไม่ใช่ผ่านเข้ามาแล้วก็ออกไปแบบดื้อๆ สอดแทรกกับเพลงเพราะๆของศิลปินหลายๆคน เช่น วงพราว สไมล์บัฟฟาโล่ อรอรีย์ วงอัลเทอร์เนทีฟในยุคนั้น ซ่อนกิมมิคของวงการเพลงไทยในเกือบทุกๆฉาก โปสเตอร์ศิลปินดังๆ ความเชื่อมโยงแต่ละยุคสมัย การใช้เพลงอัลเทอร์เนทีฟมาซ้อนเรื่องราว ถือว่าเก็บรายละเอียดบทหนังได้ค่อนข้างดีเยี่ยม ไม่น่าเชื่อว่านี่จะเป็นผลงานของผู้กำกับหน้าใหม่ คุณเสือ ยรรยง 

 

 

 ด้านการแสดงของเนตั้น แดนอรุณ นักแสดงหน้าใหม่แม้จะพูดไทยไม่ค่อยชัดแต่น่ารักและเอาจริงเอาจังในด้านการแสดงของเขา อาจจะทำให้สาวๆหลายคนตกหลุมรักได้เลย ยิ่งไปกว่านั้นคือการกลับมาใส่ชุดนักเรียนอีกครั้งของใบเฟิร์น แถมเธอยังขึ้นไปร้องเพลงสายตาบนเวทีแบบสดๆอีกชวนทำให้เคลิบเคลิ้มไปเลย นอกจากนี้นักแสดงหน้าใหม่ที่มาเพิ่มความเท่ห์ให้กับหนังเรื่องนี้ได้อย่างดีเยี่ยมคือ แวน ชนินทร ถ่ายทอดความติสแห่งยุคอัลเทอร์แบบแนวสุดๆ โดยเฉพาะฉากในคอนเสิร์ตวงพราวที่มีเพลงเธอคือความฝันเป็นแบ็คกราวน์ของฉากเพิ่มความโรแมนซ์ให้กับอารมณ์หนัง สมทบด้วยอิงค์ อชิตะ กับ แหม่ม วิชุดา ประกบคู่เป็นคู่สามีภรรยาที่ออกมาน้อยแต่ก็สะท้อนความเป็นพ่อแม่ในยุคนี้ได้เป็นอย่างดี 

"...จะลองไขว่คว้าหาคำตอบ ฝันคงจริงสักครั้ง จะมีความรักให้เธอ 
อย่างหาใครมาเปรียบเหมือน แม้ถ้ามีเธออยู่..." พราว

ด้วยความที่2538 เป็นหนังที่ย้อนไปยุค90 จึงทำให้เราต้องเห็นการเห็นฉากและแฟชั่นสมัยนั้น แต่ก็ถือว่ายังสะท้อนออกมาได้ค่อนข้างน้อยและไม่แตกต่างกับยุคปัจจุุบันมากนัก ยังมีเพียงแค่ตู้สติ๊กเกอร์ ตลับเทป เพจเจอร์ที่ทำให้เราพอหายคิดถึงวันวานไปได้บ้าง แต่ขอบอกว่ามุขตลกของหนังเรื่องนี้ขำมากๆ ไม่ใช่ว่าจะปล่อยมาพร่ำเพื่อแต่มันมีจังหวะที่ปล่อยออกมาทีไร เล่นเอาฮาทั้งโรงหนังทุกที โดยเฉพาะฉากที่พ่อของก้อง ในช่วงวัยหนุ่มต้องโทรไปคุยกับคอลเซนเตอร์เพื่อส่งข้อความเพจไปขอแฟนสาวคืนดี ฉากนี้เป็นอะไรที่พีคสุดๆของหนังเลยก็ว่าได้

 

 

ไม่เพียงเท่านั้นในหนังยังสอดแทรกเรื่องราวให้ได้คิดทบทวนถึงวันวานในอดีตว่าเราเคยผ่านเหตุการณ์อะไรมาบ้าง ความสำคัญของครอบครัว และวิธีการสื่อสารของคนในรุ่นก่อนที่อาศัยระยะเวลา การบอกผ่านจดหมาย การแต่งเพลงจีบกัน ส่งบัตรจีบน่ารักๆ ถ้าอยากเร็วหน่อยก็เพจหา แต่ถ้าเปรียบกับการสื่อสารในยุคนี้ แม้จะเป็นวิธีการสื่อสารเพื่อบอกความในใจเหมือนกันก็ตาม  แต่เชื่อมั้ยว่า ความคลาสสิคมันต่างกันมาก  รวมไปถึงแง่คิดที่ว่า สื่อสารผ่านช่องทางไหนก็ไม่ดีเท่าพูดบอกความรู้สึกด้วยตัวเอง 

"ตัวหนังสือมันหลอกเราได้ แต่สายตามันหลอกกันไม่ได้"

 

 

2538 อัลเทอร์มาจีบ ไม่ใช่หนังวัยรุ่นกิ๊กก๊อก ไม่ใช่หนังขายเพลงอย่างเดียว และไม่ใช่หนังตลกที่ขายแต่ความฮา มันคือหนังไทยที่ครบรสและดีมากอีกหนึ่งเรื่อง ที่เขียนมาถือว่าไม่ได้อวยจนเกินไปแต่อยากให้ไปสัมผัสและเปิดใจกับหนังเรื่องนี้ ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวของหนังไทยที่ยอดเยี่ยม เพราะทุกส่วนผสมลงตัวจนเราออกจากโรงหนังพร้อมกับความสุขและรอยยิ้ม

อยากให้วัยรุ่นในยุคนี้ทั้งที่เกิดทันและไม่ทัน 2538 ได้ดู เราจะได้รู้ว่าคนรุ่นพ่อ รุ่นแม่เรา เขาใช้ชีวิตกันยังไง จ๊าบขนาดไหน จีบกันด้วยวิธีอะไรและเข้าใจกันยังไง รวมถึงอยากให้ผู้ใหญ่หลายคนได้ย้อนวันวานกลับไปคิดถึงช่วงนั้นอีกครั้ง หลังจากเราเดินออกจากโรงหนังเห็นพ่อลูกหลายคู่ที่ได้ไปดูด้วยกัน พอจบแล้วก็คุยกันว่า อันนั้นเป็นอย่างนั้นนะ ยุคพ่อเป็นอย่างนี้ เหมาะแก่การพาครอบครัวไปดูจริงๆ เป็นการเติมเต็มและสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ด้วย  เชื่อว่าอาจจะได้เห็นมุมมองอะไรบางอย่างจากอดีต บางความทรงจำที่เราอาจเคยลืมเลือนอาจจะแจ่มชัดขึ้นมาบ้างก็ได้ 

"...ถ้าวันหนึ่งความรักจะจากเราไป ก็ไม่เป็นไรเพราะอย่างน้อยวันนี้เราได้ซึมซับความสุขจากมันไว้แล้ว..."

 

 

 

Social Fanpage

Tweet Reviews

Instagram